หน้าแรก Brands Samsung Galaxy

พรีวิว Samsung Galaxy S6 edge+ ก่อนเจอตัวจริงที่งาน Mobile Expo วันที่ 1 – 4 ตุลาคมนี้

IMG00005

Samsung Galaxy S6 edge+ มือถือรุ่นต่อยอดจาก Galaxy S6 edge เปิดตัวพร้อมกับ Galaxy Note 5 มาพร้อมขนาดหน้าจอ Super AMOLED 5.7 นิ้ว ยังคงเอกลักษณ์ส่วนโค้งไว้เหมือนเดิม ส่วนสเปกเครื่องใช้ Exynos 7420 Octa-Core 64-bit แรม 4GB และแบตเตอรี 3,000 mAh

ที่น่าสนใจคือ Galaxy S6 Edge+ สามารถถ่ายวิดีโอระดับ 4K พร้อมซอฟต์แวร์ stabilize motion กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล และทำงานภายใต้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 5.1 Lollipop ยังมี wireless fast-charging ที่บ่งบอกสรรพคุณว่า ชาร์จแบตเตอรีจาก 0% เต็ม 100% ได้ภายใน 2 ชม.

Galaxy S6 edge+ จะมีให้ลองเล่นและจับจองเป็นเจ้าของ (ไม่ได้ระบุว่าจะวางขายหรือเปิดให้จองเฉยๆ) ในงาน Thailand Mobile Expo 2015 ที่จะจัดขึ้นวันที่ 1 – 4 ตุลาคม 2558 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ เวลา 10.00น. – 20.00น. ใครสนใจเชิญที่งานได้ครับ

จุดเด่นของ Samsung Galaxy S6 edge+

  • หน้าจอ : Super AMOLED, 5.7 นิ้ว, WQHD(QHD) (2560 x 1440 พิกเซล)
  • ใช้กระจก Gorilla Glass 4
  • ซีพียู : Exynos 7420 Quad-core 1.5 GHz & Quad-core 2.1 GHz
  • แรม : 4GB
  • ระบบปฏิบัติการ : Android 5.1.1 Lollipop
  • กล้อง : หน้า 5 MP, 1440p@30fps
  • กล้องหลัง 16 ล้านพิกเซล
  • หน่วยความจำภายใน : 32/64 GB
  • แบตเตอรี่ : Li-Ion 3000 mAh
  • Wi-Fi 802.11 a/ac/b/g/n
  • บาง 6.9 มิลลิเมตร
  • รองรับ LTE

Galaxy S6 edge+ มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED ขนาด 5.7 นิ้ว เท่ากับ Galaxy Note 5 และ Galaxy A8 ใหญ่กว่า Galaxy S6 edge 0.6 นิ้ว จอโค้งทั้ง 2 ด้านแบบเดียวกับ Galaxy S6 edge ความละเอียดต่อพิกเซลอยู่ที่ 518 ppi ความละเอียด 2560 x 1440 พิกเซล กระจก Gorilla Glass 4 หน้าจอแสดงผลคิดเป็น 75.6% ของตัวเครื่อง ขอบจอบางมากเกือบไร้ขอบ ด้วยความที่ขอบจอบางแม้ตัวเครื่องจะหน้าจอ 5.7 นิ้ว ใหญ่เท่า Galaxy Note 5 แต่ด้วยขอบหน้าจอที่บางลง ทำให้ตัวเครื่องไม่ใหญ่จนเกินไป ทำให้ถือถนัดมือ ดูเล็กกว่ามือถือรุ่นอื่นที่หน้าจอขนาด 5.7 นิ้ว

IMG00008

กล้องหน้า 5 ล้านพิกเซล, dual video call, Auto HDR มีโหมดหน้าเนียนมาให้เช่นเคย ถ่ายวีดีโอความละเอียด 1440p@30fps โหมดหน้าเนียน สามารถปรับได้ 8 ระดับ คุณภาพเทียบเท่า Galaxy Note5 ซัตเตอร์ทำงานเร็วมาก โฟกัสเร็วถ่ายภาพเร็ว น่าเสียดายที่ไม่สามารถปิดเสียงกล้องได้

IMG00010

มีระบบสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) เช่นเดียวกับ Galaxy S6, Galaxy S6 edge ไม่ต้องรูด แค่แตะที่ปุ่มโฮมก็สแกนได้แล้ว ซึ่งใน Galaxy S6 edge+ ได้มีการเปลี่ยนอินเตอร์เฟสต้องตั้งค่าลายนิ้วมือใหม่ด้วย

IMG00004

ด้านขวาเป็นปุ่ม Power สำหรับเปิด/ปิดเครื่อง ตัวเครื่องหนา 6.9 มิลลิเมตร (หนากว่า Galaxy A8 อยู่ 1 มม.) มองด้านข้างจะเห็นว่าตัวเครื่องมีความบางมาก ถึงแม้จะไม่ใช่มือถือที่มีความบางที่สุดในโลก น้ำหนักอยู่ที่ 153 กรัม

IMG00002

ขอบด้านข้างทำด้วยโลหะแบบเดียวกับใน Galaxy S6 edge เพิ่มความแข็งแรงทนทานให้กับตัวเครื่องได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังทำให้ดูพรีเมี่ยมขึ้น ขอบด้านข้างถูกออกแบบมาให้จับถนัดมือ

IMG00002

ด้านล่างของตัวเครื่องมีช่องต่อหูฟังขนาด 3.5 มม. รูไมโครโฟน ช่องต่อ micro USB 2.0 และลำโพงของตัวเครื่อง

IMG00003

ด้านบนมีช่องไมโครโฟนตัวที่สองทำหน้าที่ตัดเสียงรบกวนเวลาสนทนา ถัดไปเป็นช่องใส่ซิมการืด โดยรองรับซิมขนาด nano SIM รองรับ 3G คลื่น 850/900/2100 MHz และรองรับ 4G LTE

IMG00001

ด้านหลังเป็นวัสดุแบบเดียวกับ Galaxy Note 5 ดูหรูหรา แต่เกิดคราบรอยนิ้วมือง่ายมาก ในรุ่นนี้ไม่สามารถเพิ่ม microSD ได้ ไม่สามารถแกะฝาหลัง และถอดแบตเองได้ แบต Li-Ion ให้มา 3000 mAh

IMG00006

กล้องหลังให้มา 16 ล้านพิกเซล พร้อมแฟลช มีระบบ OIS , autofocus, Touch focus, face detection, Auto HDR, panorama ถ่ายวีดีโอ 2160p@30fps, 1080p@60fps, 720p@120fps ตัวกล้องนูนออกมาเหมือนกับ Galaxy S6, Galaxy S6 edge