ไรอัน ติง ผู้บริหารหัวเว่ย เผยเทคโนโลยี 5G จุดประกายอนาคตอันสดใส

3071736.jpg

ในการบรรยายสรุปทางออนไลน์ที่หัวเว่ยได้จัดขึ้นให้กับสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์เพื่ออุ่นเครื่องก่อนถึงงาน MWC Shanghai 2021 ไรอัน ติง กรรมการบริหารและประธานของ Carrier Business Group ในเครือบริษัทหัวเว่ย ได้กล่าวสุนทรพจน์หลักในหัวข้อ “5G Lighting up the Future”หรือ เทคโนโลยี 5G จุดประกายอนาคตอันสดใส

“ปี2020 เป็นช่วงเวลาที่ยากลำบาก ซึ่งในระหว่างนั้น หัวเว่ยได้ประสานงานอย่างใกล้ชิดกับลูกค้าของเรา”คุณติงกล่าว โดยในปี 2020 หัวเว่ยช่วยให้เครือข่ายกว่า 300 เครือข่าย ในกว่า 170 ประเทศทำงานได้อย่างราบรื่น อีกทั้งยังช่วยสนับสนุนผู้ให้บริการเครือข่ายในการให้บริการออนไลน์และบรรเทาผลกระทบจากโรคระบาดที่มีต่อการดำเนินธุรกิจ การทำงานร่วมกับหัวเว่ยช่วยให้บรรดาผู้ให้บริการเครือข่ายสามารถดึงดูดผู้ใช้งานบรอดแบนด์ไร้สายรายใหม่ได้มากถึง 22 ล้านรายทั่วโลก ซึ่งช่วยให้ผู้คนมากมายสามารถใช้บริการการแพทย์ทางไกลและทำงานจากบ้านได้อย่างง่ายดาย

เทคโนโลยี5G พัฒนาอย่างรวดเร็วเกินคาดโดยมีการวางเครือข่าย5G เชิงพาณิชย์มากกว่า140 เครือข่าย ใน 59 ประเทศในขณะนี้ ขณะเดียวกัน คุณติงเปิดเผยว่า กว่า 50% ของเครือข่ายเหล่านี้สร้างโดยฝีมือของหัวเว่ย และระบบนิเวศนี้กำลังเติบโตอย่างเต็มที่ สำหรับในประเทศจีนนั้น กว่า 68% ของสมาร์ทโฟนที่มีการส่งมอบในปี 2020 เป็นสมาร์ทโฟน 5G นอกจากนี้ ปัจจุบันมีอุปกรณ์และโมดูล 5G มากกว่า 200 ประเภทที่รองรับการใช้งาน 5G ในอุตสาหกรรมต่าง ๆ

หัวเว่ยช่วยเหลือผู้ให้บริการเครือข่ายในการสร้างเครือข่ายที่ดีที่สุดโดยรายงานหลายฉบับจากองค์กรภายนอก เช่น IHS, P3, OpenSignal และ Meqyas ระบุว่า เครือข่าย 5G ที่ดีที่สุดในโซล อัมสเตอร์ดัม มาดริด ซูริก ฮ่องกง และริยาด ล้วนเป็นเครือข่ายที่สร้างโดยหัวเว่ย ขณะเดียวกัน คุณติงเน้นย้ำว่า ประสบการณ์เครือข่ายที่ยอดเยี่ยมคือรากฐานของความสำเร็จทางธุรกิจ และเมืองทั้ง 6 นี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการสร้างความร่วมมือกับบรรดาผู้ให้บริการเครือข่าย ยกตัวอย่างเช่น การใช้งาน 64T64R AAUs และอัลกอริทึม multi-antenna ของหัวเว่ย ช่วยให้บริษัท LG U+ บรรลุประสิทธิภาพสเปคตรัมและประสบการณ์เครือข่ายมากกว่า 25% เมื่อเทียบกับผู้ให้บริการเครือข่ายรายอื่น ๆ ขณะเดียวกัน Blade AAU ของหัวเว่ย ซึ่งใช้งานได้ทั้งใน Sub3G และ C-Band ได้ช่วยให้บริษัท Sunrise สามารถลดเวลาในการหาพื้นที่ติดตั้งสถานีฐานจาก 24 เดือนเหลือเพียง 6 เดือน และเป็นผู้ให้บริการเครือข่ายเพียงรายเดียวที่ได้รับการจัดอันดับยอดเยี่ยม 5 ครั้งรวดในสวิตเซอร์แลนด์