Lazada

Vanguard 1P จากทรินาแทรกเกอร์ได้ขับเคลื่อนโรงไฟฟ้าขนาด 520 เมกะวัตต์ในบราซิล

ซานตาลูเซีย, บราซิล, 2 เมษายน 2567 /พีอาร์นิวส์ไว/ — ทรินาแทรกเกอร์ (TrinaTracker) หน่วยธุรกิจของทรินา โซลาร์ (Trina Solar) ภาคภูมิใจที่ได้ประกาศการมีส่วนร่วมในโครงการ Santa Luzia Complex ขนาด 520 เมกะวัตต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในบราซิล โรงไฟฟ้าแห่งนี้อยู่ระหว่างดำเนินการทดสอบเดินเครื่อง โดยได้รับการติดตั้งเครื่องติดตาม Vanguard 1P ทั้งหมด ซึ่งได้รวมอัลกอริธึมการติดตามอัจฉริยะ SuperTrack เอาไว้

ทรินาแทรกเกอร์ได้เริ่มจัดหาอุปกรณ์ให้กับโครงการนี้โดยมีพื้นที่มากกว่า 1,700 เฮกตาร์ และประกอบด้วยส่วนประกอบ 9 ส่วนในปีที่ผ่านมา หลังจากที่เชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าแล้ว โรงไฟฟ้าแห่งนี้จะจ่ายไฟให้กับครัวเรือนในท้องถิ่นประมาณ 123,000 ครัวเรือน พร้อมกับลดการปล่อยก๊าซ CO2 ลง 380,000 ตัน โครงการดังกล่าวได้สร้างงานในท้องถิ่นเกือบ 1,000 ตำแหน่งในระหว่างการก่อสร้าง และเมื่อเสร็จสิ้นแล้ว โรงไฟฟ้าแห่งนี้จะมอบผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และสังคม ทั้งยังส่งเสริมการพัฒนาที่ยั่งยืนในภูมิภาคอีกด้วย

The 520MW Santa Luzia Complex in Brazil. (Photo: TrinaTracker)
The 520MW Santa Luzia Complex in Brazil. (Photo: TrinaTracker)

ซานตาลูเซียคอมเพล็กซ์ (Santa Luzia Complex) ตั้งอยู่ในภูมิประเทศที่มีท้าทายสูง โดยเป็นภูมิประเทศกึ่งแห้งแล้งและขรุขระ ได้เลือกใช้งานเครื่องติดตาม Vanguard 1P เพื่อให้ได้กำลังการผลิตไฟฟ้าที่ยอดเยี่ยม มีความน่าเชื่อถือ และมีความคุ้มค่า เครื่องติดตามดังกล่าวมาพร้อมกับเทคโนโลยีด้านโครงสร้างและระบบตัวขับที่ได้รับการจดสิทธิบัตรเพื่อให้มั่นใจถึงความปลอดภัยในการใช้งานในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวย ซึ่งในทุกวันนี้ ทรินาแทรกเกอร์ได้รับคำสั่งซื้อ Vanguard 1P เกินกว่า 1 กิกะวัตต์จากลูกค้าในประเทศบราซิล

นอกจากนี้ SuperTrack ยังได้รวมอัลกอริธึมการติดตามย้อนกลับอัจฉริยะเข้ากับเทคโนโลยีโมเดลมินิเฉดดิ้งที่ได้รับการจดสิทธิบัตร ซึ่งช่วยปรับแต่งประสิทธิภาพพารามิเตอร์แบบเรียลไทม์ให้มีความเหมาะสมตามข้อมูลภูมิประเทศ 3 มิติได้ ส่งผลให้สามารถเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าขึ้นได้อย่างน้อย 3% เมื่อเปรียบเทียบกับระบบแบบดั้งเดิม ทั้งยังช่วยเพิ่มศักยภาพการผลิตไฟฟ้าขึ้นสู่ระดับสูงสุด โรงไฟฟ้าได้รับประโยชน์อย่างมากจากระบบติดตามอัจฉริยะนี้ ซึ่งช่วยให้มั่นใจได้ว่าจะสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในภูมิประเทศที่ท้าทาย และปรับปรุงประสิทธิภาพของสถานีโดยรวมได้อีกด้วย

มาร์คัส ฟาบริโน (Marcus Fabrino) หัวหน้าของทรินาแทรกเกอร์ลาตินอเมริกา กล่าวว่า “เราต้องขอขอบคุณริโอ อัลโต้ กรุ๊ป (Rio Alto Group) อย่างมากที่ให้ความไว้วางใจในทรินา และร่วมทำงานกับเราในหนึ่งในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในบราซิล ซึ่งเป็นโครงการที่สอดคล้องอย่างยิ่งกับความมุ่งมั่นของประเทศในด้านพลังงานสะอาด และการพัฒนาที่ยั่งยืน”

อัลบาโร การ์เซีย-มัลตราส (Alvaro Garcia-Maltras) ประธานของทรินา โซลาร์ ลาตินอเมริกา กล่าวว่าโรงไฟฟ้าซานตาลูเซียเป็นตัวอย่างที่ยอดเยี่ยมของความก้าวหน้าในด้านพลังงานหมุนเวียน ซึ่งจะช่วยแก้ไขปัญหาวิกฤตสภาพภูมิอากาศ ส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสในการทำงานในท้องถิ่น เขากล่าว “โครงการนี้ได้ตอกย้ำถึงความสำคัญของความไว้วางใจ และความร่วมมือระหว่างทรินา โซลาร์ และริโอ อัลโต้ กรุ๊ป ซึ่งแสดงให้เห็นว่าโซลูชั่นพลังงานแสงอาทิตย์ได้ผลักดันเราไปสู่อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และยั่งยืนมากขึ้นได้อย่างไร”

ทรินา โซลาร์มุ่งมั่นที่จะสร้างมูลค่าให้กับลูกค้า ยกระดับการนำเสนอผลิตภัณฑ์ และเทคโนโลยีก้าวล้ำเพื่อมอบโซลูชั่นที่มีมูลค่าสูงทั่วโลก

View original content to download multimedia: Read More