Home Brands Samsung Galaxy

Galaxy Mega 2 Review: การเดินทางครั้งใหม่ของสมาร์ทโฟนจอยักษ์

Galaxy Mega 2 1 - Galaxy Mega 2 Review: การเดินทางครั้งใหม่ของสมาร์ทโฟนจอยักษ์

ถ้าหากเปรียบคิวการวางจำหน่ายของสมาร์ทโฟนทั้งในตลาดประเทศไทย และตลาดทั่วโลกเข้ากับฤดูกาลท่องเที่ยว ผมว่านี่คงเป็นช่วงไฮซีซันเลยทีเดียวครับ รอยต่อจากช่วงปลายเดือนสิงหาคม ถึงต้นเดือนกันยายนอัดแน่นไปด้วยสมาร์ทโฟนมากหน้าหลายตาพาเหรดเต็มตลาด นี่ยังไม่รวมถึงรุ่นใหม่ๆ ที่เปิดตัวจากงาน IFA 2014 กำลังทยอยตามมาติดๆ

อีกหนึ่งรุ่นที่ต้องพูดถึงสักหน่อยกับแบรนด์ซัมซุงที่ช่วงนี้ดูเหมือนงานชุกมีคิวจะเปิดตัวอีกหลายรุ่น แต่ที่ส่งมาถึงมือตอนนี้เป็นภาคต่อของสมาร์ทโฟนจอใหญ่ยักษ์จากตระกูล Mega ใช่แล้วครับ ที่ผมกำลังจะพูดถึงอยู่นี้นั่นก็คือ Galaxy Mega 2

รุ่นนี้เริ่มวางจำหน่ายไปแล้วนะครับ สนนราคาที่ 14,500 บาท ซึ่งถือเป็นราคาระดับกลางค่อนบนเลยทีเดียว

สเปกโดยคร่าว Galaxy Mega 2

  • หน้าจอ : TFT LCD, 6.0 นิ้ว, HD (1280 x 720 พิกเซล) 16:9
  • Quad-core 1.5 GHz
  • RAM 1.5GB
  • Android 4.4.3 (KitKat)
  • กล้องหลัง : 8 ล้านพิกเซล
  • หน่วยความจำภายใน : 8 GB

ออกจะน่าเสียดายนิดหน่อยที่ Galaxy Mega 2 ความละเอียดหน้าจอยังไม่ถึงระดับ Full HD แต่อยู่ในระดับ HD 720p เท่านั้น ถ้าในแง่สเปกเครื่องโดยภาพรวมแม้จะไม่ถึงไฮเอนด์แต่จัดว่าค่อนข้างแรงในกลุ่มระดับกลางด้วยกัน [อ่านสเปกเต็มๆ ได้ที่นี่]

การออกแบบ Galaxy Mega 2

ในแง่ของการออกแบบไม่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนแบรนด์ซัมซุงที่วางจำหน่ายหลังจากรุ่น Galaxy Note 3 ลงมา ฝาหลังเครื่องก็ใกล้เคียงกับ Galaxy Note 3 เพียงแต่ว่าวัสดุจะถูกดาวน์เกรดลงมา มีความแข็งกระด้างสักหน่อย รอบตัวเครื่องก็พยายามทำให้ใกล้เคียงกับสันหนังสือ (แต่ยังไม่เหมือนนะครับ) โดยรวมแล้วมองผ่านๆ ยังไงก็ดูรู้ว่า เป็นสมาร์ทโฟนซัมซุงที่จอใหญ่กว่าปกติ (นิดหน่อย?)

สิ่งที่ขาดหายไปหลักๆ ของ Galaxy Mega ก็คือ Fingerprint หรือสแกนลายนิ้วมืออันเป็นเอกสิทธิ์จาก Galaxy S5 และความสามารถด้านการกันน้ำกันฝุ่น

Galaxy Mega 2 กับการใช้งานในชีวิตประจำวัน 

Galaxy Mega 2 2 - Galaxy Mega 2 Review: การเดินทางครั้งใหม่ของสมาร์ทโฟนจอยักษ์

สำหรับผมแล้ว สมาร์ทโฟนจอ 6 นิ้ว เป็นการใช้งานที่ยากลำบากพอตัวจริงๆ ครับ เพราะด้วยหน้าจอที่ใหญ่ถึง 6 นิ้ว แถมด้านข้างของจอกลับขยาย ไม่ได้เน้นในรูปลักษณ์ทรงสูงทำให้การใช้งานด้วยมือข้างเดียวเป็นเรื่องที่ยากลำบาก แต่สามารถปรับค่าตรงนี้ได้ด้วยการเปิดโหมด One Hand ครับ (ตั้งค่าที่ Setting) อีกปัญหาหนึ่งที่เจอมาจริงๆ ก็คือ เมื่อใช้งานตัวเครื่องเป็นระยะเวลานานๆ จะเกิดอาการเมื่อยมือครับ

โดยรวมแล้วผมยังมองว่า Galaxy Mega 2 ใหญ่เกินไป สำหรับคนที่ไม่คุ้นชินกับสมาร์ทโฟนหน้าจอใหญ่ๆ แต่ถ้าคุ้นชินแล้วก็พอเป็นตัวเลือกที่โอเคครับ

ซอฟต์แวร์บน Galaxy Mega 2

Mega 2 1 - Galaxy Mega 2 Review: การเดินทางครั้งใหม่ของสมาร์ทโฟนจอยักษ์

อินเตอร์เฟสของ Galaxy Mega 2 จะมาในแนวเดียวกับสมาร์ทโฟนที่วางจำหน่ายหลัง Galaxy S5 ที่เน้นอินเตอร์เฟสในแนวราบเรียบ ส่วนแอปพลิเคชันก็มีแอปพื้นฐานมาให้ ซึ่งสามารถดาวน์โหลดเพิ่มเติมได้จาก Store ไปจนถึงแอปพลิเคชันที่เป็นจุดขายของซัมซุงประเทศไทยอย่าง Galaxy Gift ส่วนฟีเจอร์ที่มีมาแต่ดั้งเดิมจากรุ่นไฮเอนด์ Galaxy S5 ก็มีมาเยอะพอสมควร เช่น Ultra Power Saving Mode, Tool Box, Geo New ซึ่งช่วยรายงานด้านสภาพอากาศ แผ่นดินไหว, Multi Window, Private Mode ไปจนถึง Motion ที่ใช้เซ็นเซอร์ผ่านการทำงานของมือ ซึ่งทั้งหมดนี้จะอยู่ในหมวดของ Setting

กล้อง Galaxy Mega 2

จากการใช้งานด้านกล้องคร่าวๆ ผมว่า คุณภาพของกล้องที่ให้มา 8 ล้านพิกเซล ถือว่า โอเคครับ เป็นไปตามช่วงราคาและโพซิชันของรุ่นที่ไม่ได้เป็นไฮเอนด์

แบตเตอรี

ในภาพรวมแม้ว่า Galaxy Mega 2 จะมาพร้อมกับแบตเตอรีขนาด 2,800 mAh แต่ถามว่า พอใช้งานในชีวิตประจำวันจริงๆ ผมว่ามันไม่ได้อึดมากมายขนาดนั้น ซึ่งอาจเป็นเพราะขนาดหน้าจอที่ใหญ่ มีผลต่อการใช้ทรัพยากรด้านแบตเตอรีอยู่ไม่น้อย และด้วยไลฟ์สไตล์การใช้สมาร์ทโฟนยิ่งเป็นรุ่นขอใหญ่ๆ ผมจึงนิยมอ่าน ebook ไปด้วย ตรงนี้อาจเป็นผลให้แบตเตอรีถูกเดรนเป็นจำนวนมาก แต่หากเทียบกับสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นที่มีแบตเตอรีที่ใกล้เคียงกันปริมาณแบตเตอรีที่เหลือต่อวันนั้น กลับเหลือเป็นจำนวนที่มากกว่า ดังนั้นผมเลยมองว่า ไซส์ซิ่งที่ใหญ่เป็นแฟกเตอร์ที่สำคัญครับ

ทั้งนี้ผมไม่ได้เปิดใช้งาน Ultra Power-Saving Mode นะครับ ถ้าใช้โหมดนี้ก็อาจช่วยลดการบริโภคแบตเตอรีได้บ้าง

บทสรุป Galaxy Mega 2

Galaxy Mega 2 6 - Galaxy Mega 2 Review: การเดินทางครั้งใหม่ของสมาร์ทโฟนจอยักษ์

ถ้าให้เปรียบถึงการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นระหว่าง Galaxy Mega รุ่นแรกกับรุ่นนี้ ผมว่ามันไม่มีการเปลี่ยนแปลงในแง่ใดที่ชัดเจนมากนัก เว้นเสียแต่ขนาดหน้าจอที่ถูกปรับให้อยู่ในจุดสมดุลที่สุดในขนาด 6 นิ้ว เมื่อนำไปเทียบกับ Mega รุ่นแรกที่มี 2 โมเดลในขนาด 5.8 และ 6.3 นิ้ว โจทย์หลักด้านความต้องการมีเรื่องเดียว ถ้าชอบจอใหญ่ แบบเน้นความใหญ่ Galaxy Mega 2 เป็นหนึ่งในทางเลือกที่น่าสนใจครับ

ส่วนความรู้สึกในการใช้งาน มันก็คือซัมซุงรุ่นเดียวกันที่วางจำหน่ายในปี 2014 กล่าวคือ หากซื้อสมาร์ทโฟนซัมซุงในปีนี้ คุณก็จะได้ประสบการณ์ในการใช้งานที่เหมือนกันอย่างไม่ผิดเพี้ยน ที่แตกต่างจะมีแค่ในแง่ฮาร์ดแวร์ และฟีเจอร์เฉพาะที่มีในรุ่นไฮเอนด์เท่านั้นครับ