“Ricoh’s The Future Workplace Week” เปิดประสบการณ์ออฟฟิศแห่งอนาคตไปกับริโก้

ภาพในอนาคตของการทำงานออฟฟิศจะเป็นอย่างไร ริโก้ประเทศไทยพาทุกท่านข้ามเวลาไปสัมผัสกับเทรนด์การทำงานสุดล้ำ พร้อมสัมผัสประสบการณ์ทำงานผ่านโลกเสมือนบน Gather.town กับ “Ricoh’s The Future Workplace Week” สัมมนาพิเศษกว่า 5 Sessions โดย 7 วิทยากร และเข้าชมออฟฟิศผ่านโลกเสมือนแบบเต็ม ๆ ตลอด 1 สัปดาห์

บริษัท ริโก้ (ประเทศไทย) จํากัด หวังผลักดันองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ก้าวทันโลก ทันเทรนด์ เปิดมุมมองการทำงานยุคใหม่ในทุกมิติ และเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมดิจิทัลมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน ผ่านกิจกรรมต่าง ๆ ภายในงาน ไม่ว่าจะเป็น Smart Workplace Efficiency Quiz & Checklists, Virtual Showcase Room, Ricoh’s Expert Corner, Virtual Meeting Room และ Exclusive Online Webinar

พันตำรวจเอก ดร.อัครพล บุณโยปัษฎัมภ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ประธานในพิธีกล่าวว่า “กุญแจสำคัญของการปรับตัว คือการนำเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนช่วยให้การส่งเสริมประสิทธิภาพในการทำงาน แต่ต้องไม่ลืมว่า “Human Creates technology, but don’t let technology lead the human” คือให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการสร้างความสุขให้คนในองค์กร เพื่อก้าวสู่การเป็น Smart Workplace ได้อย่างเเท้จริง”

พร้อมกันนี้ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่มีผู้สนใจเข้าร่วมจำนวนมากกว่า 400 คน กับสัมมนาในหัวข้อ “Rebooting Your Workplace in the Post Covid-19 to the Future Workplace” ให้เหล่าผู้ประกอบการ SMEs และผู้บริหารทุกระดับ ได้มาอัปเดตเทรนด์และทราบวิธีการเตรียมความพร้อมสู่การเป็นออฟฟิศแห่งอนาคต ผ่านมุมมองต่าง ๆ วิทยากรชั้นนำ ตัวจริงในแต่ละอุตสาหกรรมกว่า 7 ท่าน

คุณกุลธิรัตน์ ภควัชร์ไกรเลิศ CEO & Co-Founder, TeC Thailand e-Business Center และนายกสมาคมผู้ประกอบการพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไทย (THECA) ได้เเชร์มุมมองด้านการเตรียมความพร้อมเพื่อให้องค์กรสามารถ Go Digital & Future ไว้อย่างน่าสนใจว่า “4 Key Pillars ที่จะช่วยให้องค์กรสามารถขับเคลื่อนไปสู่ The Future Workplace ได้อย่างแท้จริง ประกอบด้วย

1. Hybrid Workplace การปรับเปลี่ยนรูปแบบการทำงานให้เป็นการทำงานแบบผสมผสานระหว่างการทำงานแบบ in-person และ remote work โดยต้องเข้าใจรูปแบบการทำงานของคนรุ่นใหม่ที่เปลี่ยนแปลงไป และต้องอาศัยระบบที่มีความพร้อม รวมทั้งใช้เทคโนโลยีเป็นตัวเชื่อมต่อการทำงานให้สะดวกรวดเร็ว เช่นการใช้ Meeting room Solution, Booking System, Digital Signage, Video Surveillance System, Smart Locker หรือ Time Attendance Solution เป็นต้น

2. Digital Workflow & Automation การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาช่วยปรับปรุงและพัฒนาระบบการทำงานให้อยู่ในรูปแบบของดิจิทัล (Digital Transformation) อาจเริ่มต้นจากการเปลี่ยนบางส่วนงานหรือเปลี่ยนรูปแบบการทำงานทั้งหมด โดยอาศัยการออกแบบ Workflow ที่ช่วยปรับกระบวนการทำงานให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น อาทิ การเปลี่ยนกระบวนการเดินเอกสารภายในองค์กร หรือซอฟต์แวร์โรบอทที่สามารถแบ่งเบาภาระงานของพนักงานในองค์กรช่วยให้ทำงานได้รวดเร็วและแม่นยำมากขึ้น การจัดทำและจัดส่งภาษีแบบ E-Tax Invoice หรือการใช้ Digital Signature ที่ช่วยให้การเซ็นเอกสารมีความปลอดภัยและรวดเร็วขึ้น

3. Cloud & IT Infrastructure การบริหารจัดการและการสนับสนุนทางด้านไอที ซึ่งเป็นส่วนสำคัญสำหรับทุกธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการบริหารจัดการในด้านอุปกรณ์ รวมถึงระบบต่าง ๆ เพื่อให้ธุรกิจสามารถดำเนินงานได้อย่างต่อเนื่องและราบรื่น แม้ว่าจะทำงานจากที่ไหนบนโลกก็ตาม

4. Cyber Security การรักษาความปลอดภัยระบบเครือข่าย ลดความเสี่ยงอุปกรณ์และระบบเครือข่ายให้เกิดความปลอดภัย ติดตามความซับซ้อนรวมถึงปริมาณของภัยคุกคามที่เข้ามาในระบบที่จะช่วยลดความเสี่ยงจากอาชญากรรมทางไซเบอร์ได้อย่างทันท่วงที โดยอาจติดตั้งระบบเฝ้าระวัง ตรวจจับ แจ้งเตือน และดูแลความปลอดภัยทางไซเบอร์ ในองค์กร

ซึ่งความท้าทายทางธุรกิจหลักสี่ประการดังกล่าว เป็นสิ่งที่องค์กรต้องตระหนักและให้ความสำคัญแต่เนิ่น ๆ โดยอาจเริ่มต้นทำ Checklist เพื่อสำรวจความพร้อม และวางแผนปรับตัวสู่การเป็น Smart Workplace ตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่การเปลี่ยนแปลงจะรุนแรงขึ้นจนองค์กรไม่สามารถรับมือได้อย่างทันท่วงที”

ซึ่งจากสัมมนาดังกล่าวได้มีการกล่าวทิ้งท้าย เสมือนการถอดบทเรียนเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นออฟฟิศแห่งอนาคต โดย คุณสมบัติ งามเฉลิมศักดิ์ Co-Founder & Director, Paperspace ผู้เชี่ยวชาญด้านการออกแบบภายในสำนักงานและมีประสบการณ์ในการออกแบบสำนักงานให้แก่องค์กรชั้นนำระดับโลก ใจความว่า “สามแกนหลักของการทรานฟอร์ม ประกอบไปด้วย People, Technology และ Place ซึ่งเป็นจิ๊กซอว์ที่ประกอบร่างและนำองค์กรไปข้างหน้าได้ แต่ที่สำคัญคือ เราไม่จำเป็นต้องทำตามองค์กรอื่น ๆ เพราะความสำเร็จไม่มีสูตรสำเร็จ หากแต่ควรทำความเข้าใจองค์กรของเราให้ดีก่อน ว่าลักษณะองค์กรของเราเป็นอย่างไร เเละกำลังจะมุ่งไปทางไหน เพื่อหา Solution ที่ดีที่สุดและเหมาะสมกับองค์กรเราที่สุด โดยอาจจะไม่ต้องเหมือนองค์กรอื่น ๆ ก็ได้”

ดังนั้นการจะก้าวสู่การเป็น The Future Workplace ได้อย่างสมบูรณ์ต่างต้องอาศัยความเข้าใจองค์กร ความเข้าใจใน People หรือบุคลากร เข้าใจถึงพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปตามบริบทสังคมที่เปลี่ยนแปลง เพื่อตอบสนองความต้องการได้อย่างถูกจุด โดยอาศัย Technology เข้ามามีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และสามารถเข้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์พนักงานในทุกรูปแบบ สามารถเชื่อมโลกออนไลน์และออฟไลน์ได้อย่างไร้รอยต่อ ผ่าน 4 Pillars ได้แก่ Hybrid Workplace, Digital Workflow & Automation, Cloud & IT Infrastructure และ Cybersecurity และอย่าลืมที่จะหาผู้เชี่ยวชาญที่สามารถให้คำเเนะนำ และช่วยสนับสนุนองค์กรของท่านให้สามารถ Focus on Forward ในยุค Next Normal ได้อย่างแท้จริง ซึ่งริโก้พร้อมแล้วที่จะช่วยเป็นส่วนสำคัญในการส่งเสริม สนับสนุนการพัฒนา Digital Workplace พร้อม Support ทุกปัญหาที่เกิดขึ้นในชีวิตการทำงาน ด้วยความเชี่ยวชาญในการเป็น Smart System Integrator (SI) ผ่านประสบการณ์มากกว่า 80 ปี ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งองค์กรขนาดกลางและใหญ่กว่า 200 ประเทศทั่วโลก เป็นจำนวนมากกว่า 1.4 ล้านองค์กร ซึ่งมีผู้เชี่ยวชาญและนักพัฒนาดูแลให้คำปรึกษาและออกแบบระบบให้กับองค์กรทุกระดับ ทุกขนาดได้อย่างมืออาชีพ มีบริการที่หลากหลาย ครอบคลุม และสามารถตอบโจทย์ได้ในทุก ๆ ก้าวบนเส้นทางสู่การเป็น “Future Workplace” สนใจติดต่อ อีเมล: marketing@ricoh.co.th

Gather-01-0.jpegGather-03-1.jpeg

ข่าวประชาสัมพันธ์ถูกโพสต์ หรือเขียนขึ้นโดย: RICOH Thailand

ทางทีม Mobiledista ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเขียนข่าวหรือโพสต์ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ เว็บเป็นเพียงสื่อกลาง ที่เปิดให้เจ้าของข่าวประชาสัมพันธ์หรือตัวแทนโดยชอบธรรมได้โพสต์ด้วยตัวเอง