หน้าแรก Tech Reviews

Sony Xperia S


แม้ว่าต่อไปนี้จะไม่มีค่าย Sony Ericsson อีกแล้ว กลายเป็น SONY ที่ลุยเดี่ยวแทน และใช้ชื่อแบรนด์ “SONY” ในการทำตลาด แต่ผมเชื่อว่าอารยธรรมและเอกลักษณ์ของค่ายนี้ยังคงอยู่ครับ นั่นคือ Xperia นั่นเอง

และในงาน Mobile World Congress 2012 ที่เพิ่งจบไปไม่นานนี้ SONY ก็ได้ต่อยอด Xperia ด้วยการเปิดตัวอีกหลายรุ่น วันนี้เราจะมาดูรุ่นที่น่าสนใจที่สุดในซีรี่ย์ Xperia กันครับ

[accordion title=”Sony Xperia S กับสัมผัสแรกที่ได้ลิ้มลอง”]

 

ตัวเครื่องวัสดุเป็นพลาสติกแต่ผิวสัมผัสหนืดนิดๆคล้ายๆยาง โดยเฉพาะตรงฝาหลังมันหนืดๆทั้งแผ่น ถือเดินไปเดินมา แกว่งแขนไปมา คิดว่าไม่หลุดมือง่ายๆแน่นอนครับ จับถนัดกว่า Galaxy Nexus ของผมแน่นอน อีกสาเหตุนึงผมคิดว่า ขนาดหน้าจอมือถือที่เหมาะสมที่สุดคือขนาด 4.3” นี่แหละ(ความเห็นส่วนตัวล้วนๆนะ)

การออกแบบทำได้ดีครับ สวยเรียบหรูตามสไตล์ Sony ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ

 

[/accordion][accordion title=”แกะกล่อง เครื่อง Xperia S”]

ตัวเครื่องทรงเหลี่ยมสุดๆ พร้อมกับโลโก้ SONY ตระหง่านอยู่ด้านบน พร้อมกับไฟLED แสดงสถานะและ Proximity sensors ทางด้านซ้าย ส่วนกล้องหน้าอยู่ทางด้านขวา ลำโพงสนทนาตรงกลาง

 

 

ปุ่มซอฟต์คีย์สามปุ่มไม้ตาย(ปุ่ม Back, Home, Menu) อยู่ใต้หน้าจอ แต่จะไม่มีสัญลักษณ์ของปุ่มนั้นๆกำกับอยู่บนปุ่ม มีแต่เพียงจุดขาวเล็กๆไว้บอกตำแหน่งแค่นั้น ส่วนสัญลักษณ์จริงๆของแต่ละปุ่มนั้นจะลงไปอยู่ตรงแถบใสๆด้านล่างแทน ซึ่งแถบใสๆตรงนี้จะมีแสงสว่างเรืองขึ้นมาได้ด้วย สวยมากมาย >.<

ด้านบนมีปุ่ม Power และรูหูฟังขนาด 3.5 mm

 

 

ด้านขวามีช่อง HDMI ที่สามารถส่งภาพไปแสดงบน TV ได้, ปุ่มปรับ Volume+/- , และปุ่มชัตเตอร์กล้อง

 

ด้านซ้ายมีช่องเสียบสาย sync และชาร์จ เหมือนรุ่นอื่นๆ

 

 

รูปร่างฝาหลังมันจะโค้งๆครับ เรียงจากด้านบนเป็นกล้อง แฟลช และไมค์ตัดเสียง ส่วนด้านล่างเราจะเห็นเม็ดกลมๆที่เป็นสัญลักษณ์ของ Sony Ericsson อันเดิม อันนี้อยากรู้เหมือนกันแฮะว่าจะใช้สัญลักษณ์นี้ต่อไปเรื่อยๆ หรือว่าจะเจอในเครื่องนี้เป็นรุ่นสุดท้าย แต่สิ่งที่แน่นอนคือแถบใสๆตอนไฟเรืองขึ้นมาสวยแจ่มมากกกก

 

 

 

[/accordion][accordion title=”การใช้งานทั่วไป”]

ตอนนี้ตัวเครื่อง Xperia S ยังใช้  Gingerbread 2.3.7 อยู่ แต่ทาง Sony ก็การันตีให้ว่าจะอัพเดตเป็น ICS 4.0 ได้

User Interface เรียบหรู ตามแบบฉบับ Sony

 

Timescape Widget ถือเป็นจุดเด่นของค่ายนี้ครับ แสดงการอัพเดตจาก Social Network ต่างๆได้

 

ตัว Widget สำหรับเปิดปิด Service ทำออกมาดูเรียบๆ แต่เมื่อเอามารวมเข้ากับตัว UI ของ Sony แล้ว ดูสวยดีครับ

 

ถ้า Widget แบบเมื่อกี้มีตัวเลือกให้ปรับแต่งน้อยไป ก็มีแบบนี้ให้ลองใช้ด้วย

นี่เป็นหน้า Widget แสดงสภาพอากาศจาก AccuWeather.com ของ Xperia S  ช่วงนี้อากาศเอาแน่เอานอนไม่ได้จริงๆ เดี๋ยวฝนตก เดี๋ยวแดดออก

 

ทีเด็ดคือ widget ที่แสดงรูปจาก Gallery นั้นลื่นมากๆ ไม่กระตุกเลย

หน้าตาเมนู Applications ที่เราคุ้นเคยกัน ใน UI ของ Sony การแสดงผล App จะแสดงเป็นหน้าๆ แบบนี้แหละครับ โดยเราสามารถเลือกปรับแต่งได้ว่าจะให้เรียงชื่อ App แบบไหน

เมนู Xperia ที่เพิ่มเข้ามาเพื่อเอาไว้จัดการการเชื่อมต่อและ social network ต่างๆ

 

 

ทีเด็ดคือ Mobile Bravia Engine เพิ่มประสิทธิภาพการแสดงผลของจอให้ดูสมจริง เหนือค่ายอื่นๆ

หากไม่ชอบ Theme สีฟ้าอันเดิมของตัวเครื่อง เราก็สามารถปรับ Theme ให้เป็นสีต่างๆ ได้ครับ

Timescape แสดงชื่อและสถานะล่าสุดของคนๆนั้น กราฟฟิกดูจะมีความเปลี่ยนแปลงไปจาก Timescape รุ่นก่อนพอควรครับ เพราะว่าเมื่อลองดูผ่านๆ แล้ว มีมิติมากขึ้นเลยทีเดียว

 

TrackID ใช้อัดเสียงเพลงแล้วค้นได้ว่าเพลงนี้ชื่อเพลงอะไร ใครร้อง?

 

โปรแกรม Friends’ music & videos อันนี้เจ๋งดีครับ มันจะรวมการแชร์ Music กับ Video ของเพื่อนๆเราบน Social Network มาไว้ที่นี่เลย

 

หน้าโปรไฟล์การประหยัดพลังงาน ถูกทำให้เป็นปุ่มแบบ Toggle ทำให้ปรับแต่งได้ง่ายขึ้นครับ แทนที่แบบเดิมจะบอกแต่ตัวหนังสือ

 

LiveWare manager ใช้ร่วมกับอุปกรณ์เสริมต่างๆเช่น Headphone ครับ เลือกได้ว่าพอเสียบหูฟังแล้วจะให้มือถือของเรารันโปรแกรมอะไรขึ้นมา อย่างในรูปผมสั่งให้รัน Music Player ครับ

 

Recommender แนะนำโปรแกรมฮิตๆ

 

[/accordion][accordion title=”Fast Capture ไม่พลาดช็อตเด็ดแม้แต่วินาทีเดียว”]

จุดเด่นของกล้องของ Sony Xperia S ก็คือความเร็วในการถ่ายรูปนี่แหละ ที่ทาง Sony เค้าได้เพิ่มระบบ Fast Capture เข้าไปด้วย ทำให้เราสามารถจะถ่ายรูปเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ต่อหน้าเราในขณะนั้นได้อย่างรวดเร็ว โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาเปิดเครื่องเพื่อเลือกเข้าสู่โหมดกล้องก่อน เหมือนที่เราเคยทำกัน เมื่อเป็นแบบนี้แล้ว แน่นอนครับว่าเราจะมีโอกาสถ่ายรูปช็อตเด็ดที่เกิดขึ้นในช่วงเสี้ยววินาทีได้อย่างแน่นอน

หากถามว่าด้วยโหมดนี้แล้ว ทำให้ถ่ายรูปเร็วกว่าโหมด Zero Shutter Delay ของ Galaxy Nexus ด้วยหรือไม่ คำตอบก็คือยังไม่เร็วกว่าครับ หากว่าเราถ่ายรูปรัวๆ ล่ะก็ แน่นอนว่าโหมด Zero Shutter Delay ยังเร็วกว่าแน่นอน ตัวโหมด Fast Capture จะได้เปรียบตรงที่ เปลี่ยนเข้าสู่โหมดถ่ายรูปได้เร็วกว่าเท่านั้น

แต่อย่าลืมล่ะครับว่าระบบ Zero Shutter Delay นี้ Google ทำออกมาให้ Android ทุกตัวได้ใช้ เพราะฉะนั้น หากว่า Sony Xperia S ได้รับ Update เมื่อไหร่ล่ะก็ จะได้ระบบนี้เข้ามาใช้ด้วยอีกแน่นอน เมื่อรวมกับระบบอื่นๆ ในกล้องของ Sony ด้วยอีกอย่าง Sweep Panorama ฯลฯ กลายเป็นว่ากล้องของ Sony Xperia S จะกลายเป็นกล้องของ Android ที่สมบูรณ์แบบที่สุดตัวหนึ่งเลยทีเดียว

ช็อตหลุดๆ แบบนี้แหละ ของโปรดเลยล่ะ

ในขณะที่ถ่ายรูปด้วยโหมด Fast Capture เราสามารถทำได้โดยที่เราไม่ต้องเปิดเครื่อง Xperia S ก่อนด้วยซ้ำครับ แค่หยิบเครื่องขึ้นมา กดชัตเตอร์ที่ด้านข้างของตัวเครื่องค้างไว้แป้ปนึง รูปก็จะถูกถ่ายออกมาเรียบร้อยเลย รูปที่ออกมาดูใช้ได้ครับ เรื่องการปรับแสงและโฟกัสของรูปทำได้ดีเลยทีเดียว ในเวลาที่จำกัด (ที่ผมเคยเจอใน Zero Shutter Delay ของ Nexus คือบางครั้งรูปปรับโฟกัสไม่ทันทำให้รูปไม่เบลอ อันนี้ต้องรอดูกันต่ออีกทีครับว่าบน Android 4.0 ของ Xperia S จะแก้ปัญหานี้ได้ดีแค่ไหน)

 

[/accordion][accordion title=”ผล Benchmark ของ Xperia S”]

 

 

เมื่อดูผล Benchmark แล้ว จะเห็นว่าผลการทดสอบจะทิ้งห่าง Galaxy Nexus ที่ใช้ CPU Dual Core เหมือนกันไประดับหนึ่งเลยทีเดียวครับ มันคงจะน่าสนใจไม่น้อยหากว่ามีการนำ Xperia S ตัวนี้ไปเทียบประสิทธิภาพกับ Android รุ่นใหม่ๆ ดู ซึ่งเรื่องนี้ผมเชื่อว่าผลที่ออกมาอาจจะดูสูสีก็ได้ เพราะยังไง Android ที่ใช้ Quad Core ตัวอื่นๆ คงไม่ดึงประสิทธิภาพออกมาเต็มที่หรอก มันจะทำให้เปลืองแบตเตอรี่เสียมากกว่า ผมคิดว่าพวก Android Quad Core จะต้องมีการ Down Clock ลงมา ทำให้ประสิทธิภาพของ CPU ไม่ต่างจาก Xperia S มากหรอกครับ และหากเทียบเรื่อง Feature ต่างๆ ที่ Sony ให้มาเลย ผมยังสนใจเรื่องความสามารถต่างๆ ดีๆ ที่ Sony ให้มา มากกว่าเรื่องความแรงของเครื่องมากกว่าอีกครับ

[/accordion][accordion title=”จุดเด่น/จุดด้อยของ Sony Xperia S”]

จุดเด่น

  1. ออกแบบได้เรียบหรูสวยงาม ขนาดกำลังพอดีมือ พื้นผิววัสดุมีความหนืดนิดๆไม่หลุดมือง่าย
  2. วัสดุฝาหลังกันรอยขีดข่วนและคราบสกปรกได้ดี (มีการโฆษณาโดยการเอาสีเมจิกมาเขียนลงไป และใช้ยางลบๆออกได้ด้วย รวมถึงรอยขนแมวเล็กๆก็สามารถใช้ยางลบๆออกได้)
  3. กล้องที่มีความละเอียด 12 ล้านพิกเซล ให้คุณภาพเป็นที่น่าพอใจ รวมถึงโหมดการถ่ายรูปโดยไม่ต้องปลดล็อกหน้าจอ สามารถทำได้โดยการกดปุ่มชัตเตอร์ค้างไว้
  4. ความเร็วของชัตเตอร์นั้นไวพอๆกับ Galaxy Nexus
  5. รองรับ PlayStation Store เล่นเกมเจ๋งๆจาก Sony ได้
  6. หน้าจอ Reality Display มีความสว่างและสีสดแบบสมจริง บวกกับเทคโนโลยี Sony Mobile Bravia Engine ทำให้การแสดงผลสวยสดงดงามและแสดงรายละเอียดได้ดี
  7. ลำโพงด้านหลังเสียงดังดีมาก
  8. UI ของ Sony ทำได้สวยงามและเสถียรดี ไม่พบอาการ force close  รวมถึง Application ต่างๆที่แถมมามีหน้าตาสวยงามน่าใช้ โดยเฉพาะ Timescape

 

จุดด้อย

  1. กดปุ่มซอฟต์คีย์พลาดบ่อยๆ เพราะอยู่ใต้จอพอดี แถมสังเกตยากอีกเพราะมันดำทะมึนกลืนไปกับหน้าจอ
  2. นึกไม่ออกแฮะ…
[/accordion]
[accordion title=”Specifications”]
  • Code : Xperia S LT26i
  • Size : 128 x 64 x 10.6 mm
  • Weight : 144 g
  • CPU : Dual Core S3 MSM8260 1.5 GHz
  • GPU : Adreno 220, พร้อมเทคโนโลยีเฉพาะของ Sony Bravia Engine
  • Memory : Flash Memory 32 GB, RAM 1 GB
  • Display : Reality Display Capacitive 16 ล้านสี ละเอียด 1280×720 Pixels กว้าง 4.3”
  • Camera : ละเอียด 12 ล้านพิกเซล พร้อม Sony Exmor R
  • Connectivity : WLAN b/g/n, รองรับ 3G ทุกค่าย, Bluetooth 2.0, DLNA, A-GPS
  • Battery : 1750 mAh

 

ผมว่าสเปคของรุ่นนี้ถือว่าแรง แต่สิ่งที่น่าสนใจมากกว่าคือซอฟต์แวร์ครับ 🙂

[/accordion] [accordion title=”Gallery”] [/accordion]

 

ขอขอบคุณ

Review: Sony Ericsson Live With Walkman

โซนี่ อิริคสัน ประเทศไทย ที่เอื้อเฟื้อเครื่องในการทดสอบ