[PR] แคสเปอร์สกี้ แลป ออกโรงเตือน เช็คอินโลกโซเชี่ยลเสี่ยงอันตราย

CheckIn1

เทรนด์ยอดฮิตอีกหนึ่งอย่างในโลกโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กคือ การเช็คอินใน Facebook, Google+, Foursquare และอื่นๆ อีกมากหน้าหลายตา เพื่ออัพเดทให้เพื่อนๆ ในโซเชี่ยลรู้ความเป็นไปว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ที่ไหน ฟังดูแล้วเป็นเรื่องสนุกสนาน แต่แท้จริงแล้ว การเปิดเผยข้อมูลสถานที่อยู่ของเราทำให้เกิดเหตุอันตรายร้ายแรงได้

การติดต่อสื่อสารในเฟซบุ๊คและโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กอื่นๆ กลายเป็นเรื่องคุยโม้โอ้อวด มากกว่าเพื่อสานความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนกันซะอีก ไม่ว่าจะเป็นการอัพเดทว่า “ดูรถใหม่ฉันสิ” “ฉันเพิ่งวิ่งมาราธอนมาล่ะ” “ไปทำงานที่โตเกียวอีกแล้ว” ตามด้วยภาพประกอบหรือวิดีโอ และจะยิ่งตื่นตาตื่นใจมากขึ้นเมื่อเช็คอินด้วยสมาร์ทโฟนหรือแท็บเล็ตประกอบเรื่องด้วย จริงๆ แล้ว คุณสามารถบอกเพื่อนได้ว่าไปกินอาหารหรูในภัตตาคาร ไปดูฟุตบอลแมทช์สำคัญ หรือเพิ่งถอยรถใหม่ แต่จะต้องไม่ลืมคำนึงเรื่องความปลอดภัยเด็ดขาด!

เรารู้ว่าคุณอยู่ไหน

เมื่อคุณเช็คอินหรืออัพโหลดรูปโดยติดข้อมูลสถานที่ไปด้วย เพื่อนๆ ในโซเชี่ยลเน็ตเวิร์กก็จะเห็นข้อมูลนี้ด้วย เคยมีเหตุการณ์เช็คอินในเฟซบุ๊คว่าออกไปเที่ยว ไม่อยู่บ้าน ปรากฏว่าบ้านตัวเองถูกโจรงัดเข้าไปขโมยเข้าของ

กรณีการเปิดเผยข้อมูลเช็คอินสู่สาธารณะนี้ ได้รับการหยิบยกมาเล่าในเว็บไซต์ Please Rob Me http://pleaserobme.com เพื่อเป็นตัวอย่างของอันตรายที่เกิดขึ้นด้วย แต่ก็ไม่ทำให้การเช็คอินลดน้อยลง ถ้าอยากทราบว่าที่ผ่านมาเราเปิดเผยข้อมูลสาธารณะนี้มากน่อยแค่ไหน ให้ลองพิมพ์แอคเคาท์ Twitter ลงในเว็บไซต์ Please Rob Me

อันตรายของการเช็คอินอยู่ที่การลิ้งค์ข้อมูลไปยังเว็บเซอร์วิสต่างๆ ที่อยู่คุณอาจจะไปโผล่ที่หน้าเว็บไซต์ใดก็ได้ จากนั้นก็ดูรายละเอียดจาก Google Map ว่า คุณอยู่ที่ย่านใด เป็นชุมชนพลุกพล่านหรือปลอดคน พวกมิจฉาชีพจะโทรศัพท์เข้าบ้านเพื่อเช็คว่ามีคนอยู่บ้านหรือไม่ก่อนงัดแงะเข้าไป นอกจากนี้ยังอาจเช็คข้อมูลอื่นๆ จากเฟซบุ๊ค อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ หรือบล็อก ว่าเร็วๆ นี้คุณได้ซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าใหม่หรือเปล่า ซื้อโน๊ตบุ๊ค โทรทัศน์หรือไม่ ซึ่งข้อมูลและรูปภาพที่คุณโพสต์อัพเดทลงในโซเชียลเน็ตเวิร์กคือคำเชื้อเชิญมิจฉาชีพนั่นเอง

PleaseRobMe

การเช็คอินที่ปลอดภัย

การเช็คอินนับเป็นการเปิดเผยข้อมูลที่อันตราย แม้ว่าคุณจะเลือกอ็อบชั่นว่า เฉพาะเพื่อนเท่านั้นที่จะเห็นข้อมูลนี้ (friends only) และไม่เปิดเผยสู่สาธารณะ (public) ก็ตาม แต่ถ้าเว็บเซอร์วิสทั้งหลายเกิดขัดข้อง คนอื่นๆ ก็อาจเห็นข้อมูลเช็คอินของคุณได้ จิมมี่ ฟง ผู้อำนวยการฝ่ายช่องทางการขายแคสเปอร์สกี้ แลป ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กล่าวว่า “แต่ทั้งนี้ ก็ยังมีวิธีที่ปลอดภัยนั่นคือ หยุดอัพเดทข้อมูลที่มากเกินความจำเป็น เช่น ชื่อนามสกุลจริง ที่อยู่ ที่ทำงาน เบอร์โทรศัพท์ และจำเป็นต้องมีแอพพลิเคชั่นความปลอดภัยสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต เพื่อป้องกันกรณีดีไวซ์หายหรือถูกขโมย ข้อมูลส่วนตัวในดีไวซ์ก็จะไม่ถูกเปิดเผย พร้อมป้องกันมัลแวร์ที่จะมาล้วงข้อมูลและพาสเวิร์ดจากดีไวซ์อีกด้วย”