Home PR News

[PR] อินเทลรุกตลาดโมบายพร้อมกระตุ้นการใช้งาน Internet of Things

intel - [PR] อินเทลรุกตลาดโมบายพร้อมกระตุ้นการใช้งาน Internet of Things

เรเน่ เจมส์ ประธาน  อินเทล คอร์ปอเรชั่น เผยรายละเอียดในงานประชุม MOBILE WORLD CONGRESS ที่จัดขึ้นที่เมืองบาเซโลน่า ประเทศสเปน ในวันนี้เกี่ยวกับพอร์ตโฟลิโอที่กำลังขยายออกไปของบริษัทในด้านการประมวลผลและด้านการสื่อสารสำหรับอุปกรณ์ที่เล็กที่สุดไปจนถึงเครือข่ายโมบายล์ล์ที่ซับซ้อนที่สุด พอร์ตโฟลิโอของผลิตภัณฑ์ได้ออกแบบมาเพื่อแข่งขันในตลาดของโทรศัพท์มือถือในยุคปัจจุบัน และวางกรอบการประมวลผลในอนาคตของ Internet of Things (IoT))

ในงานแถลงข่าวของอินเทล เจมส์ได้แนะนำอินเทล® อะตอม™โปรเซสเซอร์ สองตัวแพลตฟอร์มการสื่อสาร LTE-Advanced ใหม่ และประกาศข้อตกลงที่ครอบคลุมระยะเวลาหลายปีกับเลอโนโว เอซุส และฟอกซ์คอนน์ เพื่อเพิ่มความพร้อมใช้งานอุปกรณ์โมบายล์ล์ที่ใช้เทคโนโลยีอินเทล ด้วยการเติบโตของอุปกรณ์เคลื่อนที่และเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตบนหลากหลายแพลตฟอร์ม เจมส์ได้เน้นถึงวิธีที่อินเทลปรับสถาปัตยกรรมโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายอีกครั้งเพื่อลดต้นทุนและช่วยให้ง่ายสำหรับผู้ให้บริการในการมอบประสบการณ์ที่พัฒนาขึ้นและบริการใหม่ๆ ให้แก่ลูกค้า โดยสร้างคุณค่าทางธุรกิจจากข้อมูลที่มีอยู่เป็นจำนวนมาก

“การเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจโมบายล์ล์ขึ้นอยู่กับการแก้ปัญหาความท้าทายที่ยากมากในด้านการประมวลผล –ด้วยการปลดปล่อยศักยภาพของข้อมูลในขณะที่ให้การเชื่อมต่ออย่างเสถียรและปลอดภัยไปยังอุปกรณ์นับพันล้านเครื่องด้วยระบบการประมวลผลและเทคโนโลยีการสื่อสารชั้นนำ” เจมส์กล่าว “วันนี้เรากำลังประกาศเปิดตัวผลิตภัณฑ์การสื่อสารชั้นนำ และแพลตฟอร์มการประมวลผลแบบใหม่ ซึ่งจะทำให้อินเทลอยู่ในตำแหน่งที่ดีในการกำหนดอนาคตของระบบโมบายล์ล์คอมพิวติ้งและInternet of Things”

โปรเซสเซอร์ อะตอม ใหม่ และแพลตฟอร์มการสื่อสารแบบLTE-Advanced

            อินเทลเปิดตัวอินเทลอะตอมโปรเซสเซอร์ Z34802.13GHz (“เมอร์ริฟิลด์”) ที่มอบความผสมผสานในอุดมคติ ทั้งรวดเร็ว ทำงานอย่างชาญฉลาด และมีอายุแบตเตอรี่ยาวนานสำหรับสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตแอนดรอยด์ ซิสเต็มออนชิป (SoC) ที่พร้อมใช้งานแบบ 64 บิตมอบประสิทธิภาพระบบประมวลผลที่ดีที่สุดในระดับสำหรับกลุ่มเมนสตรีมและกลุ่มที่เน้นสมรรถนะ และทำงานได้เหนือชั้นกว่าคู่แข่งในแอพพลิเคชั่นที่เน้นการประมวลผล เว็บแอพพลิเคชั่น และการทำงานตัดต่อมีเดียที่ไม่ซับซ้อนนัก1 เมอร์ริฟิลด์ยังมีอายุแบตเตอรี่ที่ยาวนานที่สุดอีกด้วย2

โปรเซสเซอร์ตัวใหม่ของอินเทล พัฒนามาจากสถาปัตยกรรม ซิลเวอร์มอนท์ 22 นาโนเมตร มีจุดเด่นคือ ใช้กราฟฟิกคอร์ PowerVR* Series 6 ซึ่งเป็นทรัพย์สินทางปัญญาจาก Imagination Technologies* และออกแบบมาสำหรับให้จับคู่ได้อย่างง่ายดายกับ อินเทล® XMM™ 7160 LTEแพลตฟอร์ม เมอร์ริฟิลด์เป็นอะตอมSoCตัวแรกที่มีIntel® Integrated Sensor Solutionซึ่งจัดการเซนเซอร์ข้อมูลได้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อทำให้แอพพลิเคชั่นต่างๆ ทำงานได้อย่างชาญฉลาดและจัดเตรียมคอนเทนท์ให้เหมาะกับการใช้งานในขณะนั้นแม้ว่าอุปกรณ์อยู่ในสถานะประหยัดพลังงาน อินเทลคาดว่าอุปกรณ์ที่ใช้งานเมอร์ริฟิลด์จากโออีเอ็มต่างๆ จะเริ่มเปิดตัวในช่วงไตรมาสที่สองนี้

เจมส์กล่าวว่าโปรเซสเซอร์อินเทลอะตอมทั้งหมดในปัจจุบันรองรับประสบการณ์ประมวลผลแบบ 64บิต “การประมวลผลแบบ 64บิตกำลังย้ายจากคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะไปเป็นอุปกรณ์โมบายล์ล์ อินเทลรู้จักการประมวลผลแบบ 64บิตและเราเป็นเพียงบริษัทเดียวที่นำส่งโปรเซสเซอร์แบบ 64บิตสำหรับแอนดรอยด์ในปัจจุบัน” เจมส์กล่าว อินเทลยังเป็นผู้จัดหาเคอร์เนลของแอนดรอยด์แบบ 64บิต ดังนั้นลูกค้าที่เลือกอินเทลอะตอมจึงได้รับพื้นฐานที่พร้อมใช้งานสำหรับประสบการณ์ในรูปแบบแอนดรอยด์แบบ 64บิต ในขณะที่ระบบปฏิบัติการและแอพพลิเคชั่นกำลังได้รับการพัฒนาขึ้นไป

อินเทลเปิดเผยข้อมูลใหม่เกี่ยวกับโปรเซสเซอร์ อะตอม™64บิตเจนเนอเรชั่นถัดไป มีชื่อรหัสว่า“Moorefield” (มัวร์ฟิลด์) สำหรับอุปกรณ์โมบายล์ล์ ซึ่งคาดว่าจะออกจำหน่ายในครึ่งปีหลัง “Moorefield”พัฒนามาจากฟีเจอร์ของเมอร์ริฟิลด์โดยเพิ่มสถาปัตยกรรมแบบอินเทลIntel Architecture (IA)เข้าไปสองส่วนสำหรับระบบการประมวลผลที่ทำงานได้สูงสุด 2.3 GHzและจีพียูที่พัฒนาและรองรับเมมโมรี่ที่เร็วกว่า

“Moorefield”ได้รับการพัฒนาให้ทำงานได้เต็มความสามารถสำหรับอินเทล® XMM™ 7260แพลตฟอร์ม LTEปี2014ที่บริษัทได้เปิดตัวในวันนี้

มอบประสบการณ์ใช้งานอุปกรณ์โมบายล์อย่างปลอดภัย และการขยายการใช้งานแอพแอนดรอยด์บนอินเทล อะตอม โปรเซสเซอร์

เจมส์กล่าวว่าอินเทลเป็นผู้นำในความพยายามที่จะปกป้องอุปกรณ์โมบายล์ล์ในปัจจุบันด้วยโซลูชั่นป้องกันข้อมูลและอุปกรณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของ Intel Security และ  McAfeeโดยเฉพาะอย่างยิ่งIntel® Device Protection Technology (Intel DPT) ที่ป้องกันผู้บริโภคจากมัลแวร์ และช่วยให้ลูกค้าองค์กรสามารถแยกข้อมูลส่วนตัวและข้อมูลองค์กรได้บนอุปกรณ์แอนดรอยด์ที่ใช้เทคโนโลยีของอินเทล ผู้ให้บริการการจัดการอุปกรณ์โมบายล์ล์ชั้นนำ เช่น AirWatch* Citrix* และMcAfeeจะนำประสิทธิภาพในการจัดการที่ขยายครอบคลุมอุปกรณ์ต่างๆ ด้วยIntel DPT เข้าสู่ตลาดในปีนี้ โดยอินเทลคาดว่าแท็บเล็ตที่มีIntel DPT  จะเริ่มจัดส่งในปีนี้จากโออีเอ็มชั้นนำ เช่น เดล เป็นต้น*

เจมส์ยังได้เผยโฉมฟีเจอร์ของระบบ McAfee Mobile Security เต็มรูปแบบโดยไม่มีค่าใช้จ่ายสำหรับอุปกรณ์โมบายล์บนระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ ซึ่งรวมคุณสมบัติการปกป้องที่ได้รับการพัฒนาไปอีกขั้น และเป็นครั้งแรกที่ขยายระบบความปลอดภัยสำหรับอุปกรณ์เคลื่อนที่ที่ใช้เทคโนโลยีจากอินเทล และปลดปล่อยขีดจำกัดในการรักษาความปลอดภัยในอุปกรณ์ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังของอินเทล ทำให้เป็นโซลูชั่นที่ไม่มีค่าใช้จ่ายที่ครอบคลุมที่สุดสำหรับผู้บริโภคในตลาด โดยเฉพาะอย่างยิ่ง McAfee Mobile Security แบบฟรีที่ได้รวมเอา แอนติ-ไวรัส ระบบการป้องกันแอพ ระบบการป้องกันเว็บ และระบบคัดกรองสายเรียกเข้า/SMS นอกจากที่มีระบบกันขโมย และระบบสำรองข้อมูลสำหรับรายชื่อผู้ติดต่อในเครื่อง

ในความพยายามที่จะกระตุ้นการพัฒนาและการมีแอพพลิเคชั่นแอนดรอยด์ให้เลือกใช้สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้เทคโนโลยีอินเทล อินเทลได้ประกาศเปิดตัวIntel® Integrated Native Developer Experience ตัวใหม่ ในฐานะเครื่องมือที่ทำให้เกิดประโยชน์ในการพัฒนาแอพที่พัฒนาขึ้นสำหรับอุปกรณ์แอนดรอยด์ นอกจากนี้ อินเทลยังได้แนะนำ Intel® System Studio 2014สำหรับการพัฒนาแอพที่ฝังในอุปกรณ์โมบายล์ล์ และเครื่องมือสำหรับนักพัฒนาแอพ  รวมถึง Intel® XDK HTML5 ซึ่งจะช่วยให้นักพัฒนาแอพทำงานได้ง่ายและย่นระยะเวลาตั้งแต่การผลิตไปจนถึงการวางจำหน่ายของนวัตกรรมแอพโมบายล์ที่เป็นคอนเทนต์แบบเว็บและไฮบริด ซึ่งทำงานได้เร็วและดีขึ้น

ขยายการมีส่วนร่วมของลูกค้าเพื่อกระตุ้นการผลิตอุปกรณ์โมบายล์ที่ใช้เทคโนโลยีของอินเทล

จากสัญญาณการขยายตัวของแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟนที่ใช้ อินเทล อะตอมโปรเซสเซอร์ และการเชื่อมต่อโดยอินเทล คอมมูนิเคชั่นส์ เจมส์จึงประกาศถึงข้อตกลงใหม่ที่มีระยะเวลาหลายปีกับผู้ผลิตอุปกรณ์ชั้นนำสำหรับอุปกรณ์โมบายล์ที่ใช้เทคโนโลยีของอินเทล

อินเทลและเลอโนโวประกาศแผนที่จะแนะนำอุปกรณ์โมบายล์ที่ใช้เทคโนโลยีอินเทลในปี 2014 ทั้งสองบริษัทจะทุ่มเททรัพยากรด้านวิศวกรรมเพื่อมอบประสบการณ์ที่โดดเด่นทั้งในรูปแบบสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่หลากหลายไปจนถึงกลุ่มตลาดที่เน้นสมรรถนะการใช้งาน เลอโนโวกล่าวว่าบริษัทวางแผนที่จะรวมเอาการเชื่อมต่อแบบอินเทล LTE เข้าไว้ในอัลตร้าบุ๊ก และดีไซน์มัลติโหมดประเภทต่างๆ

ปีเตอร์ ฮอร์เทนเซียส ประธานเจ้าหน้าที่ด้านเทคโนโลยีของเลอโนโว กล่าวว่า“เรามีประวัติศาสตร์การทำงานร่วมกับอินเทลมายาวนาน ในการนำประสบการณ์การประมวลผลที่น่าประทับใจมาสู่ตลาดด้วยผลิตภัณฑ์อย่างสมาร์ทโฟน K900 ของเรา แล็บท็อปYogaแบบมัลติโหมด แท็บเล็ตMIIX 2 และ ThinkPad 8 พวกเรามุ่งมั่นในการเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปด้วยกัน  ด้วยการมอบประสบการณ์ใช้งานอุปกรณ์โมบายล์ที่น่าตื่นเต้นจากสมาร์ทโฟนที่มีสไตล์ไปจนถึงแท็บเล็ตที่มีประสิทธิภาพการทำงานสูงด้วยขุมพลังจากอินเทล”

นอกจากนี้เอซุสประกาศว่าจะนำพอร์ตโฟลิโอเต็มรูปแบบของสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ตที่ใช้อินเทลออกสู่ตลาดปีนี้ เมื่อเร็วๆ นี้ บริษัทแนะนำ ZenFone  (เซนโฟน)ไลน์ผลิตภัณฑ์ใหม่ของสมาร์ทโฟน และแพดโฟน มินิ ที่เป็นเอกลักษณ์ โดยอุปกรณ์ทั้งคู่ใช้โปรเซสเซอร์และแพลตฟอร์มการสื่อสารของอินเทล และที่งานMobile World Congress เอซุสเผยโฉมASUS Fonepad 7 LTE (ME3762CL)ที่ใช้อินเทลอะตอม โปรเซสเซอร์และการเชื่อมต่อของอินเทล LTE

เดลล์และอินเทลมุ่งขยายความร่วมมือระหว่างกันเพื่อรังสรรค์แท็บเล็ตที่มีเทคโนโลยี Dell Venue ตั้งแต่ฤดูใบไม้ร่วงของปีที่แล้ว นอกจากนี้แท็บเล็ตจากเดลล์ที่ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังจากอินเทลจะสามารถรองรับระบบปฏิบัติการได้ทั้งแอนดรอยด์และวินโดว์ส

สำหรับฟอกซ์คอนน์และอินเทลกำลังร่วมมือกันขับเคลื่อนความพร้อมในการใช้งานระดับโลกของแท็บเล็ตแอนดรอยด์ที่ใช้เทคโนโลยีอินเทลที่มีคุณภาพสูงในราคาที่สามารถเป็นเจ้าของได้ อินเทลจะจัดหาโปรเซสเซอร์และแพลตฟอร์มการสื่อสารสำหรับผลิตภัณฑ์ของฟอกซ์คอนน์ที่หลากหลาย โดยเริ่มจากแท็บเล็ตในปีนี้

การเปลี่ยนโฉมเครือข่ายไร้สาย; การขับเคลื่อน Internet of Things

ความนิยมของอุปกรณ์เคลื่อนที่และการเติบโตอย่างรวดเร็วของInternet of Thingsกำลังขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายเพื่อจะรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นสำหรับการเชื่อมต่อที่มากขึ้นและข้อมูลแบบเรียลไทม์ อินเทลกำลังทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้โดยการมอบฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์ที่เป็นมาตรฐานเพื่อนำไปใช้กับมาตรฐานแบบเปิดและคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์เพื่อช่วยลดต้นทุน ขณะเดียวกันก็กระตุ้นการให้บริการใหม่ๆ ความสามารถในด้านต่างๆ และโมเดลรายได้สำหรับผู้ให้บริการ

ในความพยายามที่จะนำประโยชน์ของวิธีมาตรฐานมาสู่เครือข่ายการสื่อสาร ซึ่งสอดคล้องกับงานของอินเทลในศูนย์ข้อมูลและคลาวด์ เจมส์ประกาศถึงการเป็นพันธมิตรกับอัลคาเทล-ลูเซ่น* และ ซิสโก้* เพื่อกระตุ้นเทคโนโลยี network function virtualization (NFV) และ software defined network (SDN) โดยการทำงานที่ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีเหล่านี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดบนสถาปัตยกรรมอินเทล ผู้ให้บริการจะได้รับเครือข่ายที่เร็วและยืดหยุ่นกว่า ซึ่งทำให้ผู้ให้บริการให้บริการใหม่ๆ ได้อย่างรวดเร็ว

เจมส์ยังได้เน้นถึงความพยายามของอินเทลที่ร่วมกับผู้ปฏิบัติการระดับโลก เช่น China Mobile*, SK Telecom* และ Telefonica*ที่สาธิตให้เห็นถึงประโยชน์ของ NFVและ SDN สำหรับการช่วยให้บริการแบบการคาดเดาว่าขณะนี้ผู้ใช้กำลังทำอะไรอยู่เพื่อจัดเตรียมคอนเทนท์ที่เหมาะกับผู้ใช้ในขณะนั้น และปรับให้เข้ากับผู้ใช้แต่ละบุคคล ปรับปรุงการใช้งานทรัพยากร และทำให้การติดตั้งและอัพเกรดซอฟท์แวร์เป็นเรื่องง่าย

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับอินเทลในงาน Mobile World Congress 2014 และเพื่อชมเทปบันทึกภาพงานแถลงข่าว กรุณาเยี่ยมชม www.intel.com/newsroom/mwc