Home Console and PC Console and PC Review

No Man’s Sky Review: นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ

No Mans Sky 20160823194539 650x366 - No Man's Sky Review: นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ

ย้อนหลังกลับไปเมื่อปี 2013 มีเกมหนึ่งของสตูดิโอ Hello Games ได้แนะนำเกมใหม่ที่มีชื่อว่า No Man’s Sky ซึ่งมาพร้อมกับระบบที่น่าสนใจและชวนว้าว

ในเวลานั้นตัวเกมได้รับการพูดถึงเป็นอย่างมาก ในฐานะของเกม high-concept ที่มีแนวความคิดการพัฒนาเกมที่ค่อนข้างแหวกแนวเป็นอย่างมาก จนกระทั่งตัวเกมได้มีโอกาสแสดงตัวเกมอีกครั้งในงาน E3 ซึ่งได้รับการต้อนรับและความประทับใจอย่างอบอุ่น

กระทั่งตัวเกมได้วางจำหน่ายในช่วงต้นเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ทว่าเสียงตอบรับของเกมนี้กลับไม่ได้ดีอย่างที่คาด

ในฐานะที่ซื้อเกม No Man’s Sky มาเป็นเจ้าของ แล้วได้ลองเล่นผ่านแพลตฟอร์ม PlayStation 4 เป็นเวลาระยะหนึ่ง ยอมรับว่าตัวเกมมีส่วนที่ดี และส่วนที่แย่ ซึ่งรีวิว No Man’s Sky ฉบับนี้เราจะมาพูดถึงโดยเจาะกันทีละประเด็นครับ

ส่วนที่ดีของ No Man’s Sky 

No Mans Sky 20160823180358 650x366 - No Man's Sky Review: นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ

อย่างที่บอกไปครับว่า ตัวเกมมีความเป็น High-Concept เป็นอย่างมาก โดยเฉพาะความทะเยอทะยานที่เต็มเปี่ยม

ตัวเกมได้นำพาให้เราไปอยู่ในโลกของอนาคต ซึ่งเป็นโลกที่ไม่ได้พูดถึงดาวเคราะห์สีน้ำเงินใบที่เรากำลังอาศัยอยู่อีกแล้ว แต่กลับพูดถึงต่างดาว ต่างแกแล็กซี่ เราจะได้สวมบทเป็นนักสำรวจอวกาศไปยังดาวที่ไม่รู้จัก ได้มีโอกาสสำรวจทรัพยากร พร้อมกับการค้นหาอารยธรรมโบราณ มีการเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ

ตรงนี้ผมถือว่าเป็นจุดเด่นของเกมเลยนะครับ เพราะจะทำให้ผู้เล่นได้เปิดโลกกว้างจากตัวเกม ทำให้เราได้เห็นถึงจินตนาการของผู้สร้างเกมที่มีความเชื่อว่า ในโลกอันกว้างใหญ่ ที่แสนไกลโพ้นมันมีลักษณะอย่างไร แม้ทั้งหมดนี้จะยืนพื้นของการจินตนาการเท่านั้นก็ตาม

No Mans Sky 20160823203819 650x366 - No Man's Sky Review: นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ

ที่น่าสนใจอีกอย่างของเกมนี้ นั่นคือ ปริศนา เพราะตัวเกมไม่ได้บอกข้อมูลอะไรให้เรามากนัก สิ่งที่เราต้องทำก็คือ การสำรวจไปที่จุด แล้วซึมซับกับสิ่งที่อยู่ตรงหน้าว่า มีอะไรที่น่าสนใจบ้าง ถ้าจะพูดให้ง่ายที่สุด คือ ถ้าคุณมีพื้นของการชอบสำรวจ หรือมีความสนใจในเชิงโบราณคดี น่าจะถูกใจในเกมนี้ได้ไม่ยาก เพราะตัวเกมได้พัฒนาออกมาให้มีการค้นหา สำรวจหาซากอารยธรรม หาแหล่งทรัพยากร

No Mans Sky 20160826020141 650x366 - No Man's Sky Review: นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ No Mans Sky 20160826020147 650x366 - No Man's Sky Review: นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ

โดยที่ทรัพยากรของในเกมจะเป็นส่วนที่สำคัญอย่างมาก เพราะทรัพยากรที่ว่านี้ จะเอาไว้ช่วยเหลือในการอัปเกรดยาน อัปเกรดชุดอวกาศของเรา และช่วยในการดำรงชีพไม่ให้ตายระหว่างการสำรวจ ซึ่งทรัพยากรสำคัญในการดำรงชีพก็จะมี Zinc, Carbon และ Iron

อ้อแล้วก็ทรัพยากรที่ว่าภายในเกม จะยืนพื้นจากวิชาเคมี ตามตารางธาตุพีรีออดิค (Periordic Table) ซึ่งถ้าใครเคยเรียนวิชาเคมีมาก็น่าคุ้นเคยอยู่บ้าง

นั่นแสดงให้เห็นว่า ตัวเกมมีการรวบรวมหลายๆ ศาสตร์บนโลกมาผสมผสานให้อยู่ในรูปแบบของเกมนี้นั่นเอง

ส่วนที่แย่ของ No Man’s Sky

อย่างไรก็ตาม มีส่วนดีแล้วก็ต้องมีส่วนแย่ เนื่องจากว่า ตัวเกมไม่ได้จัดอยู่ในเกมสาย mainstream คือ ไม่ได้มีส่วนที่เป็น Action ไม่มีเนื้อเรื่องที่เข้มข้นน่าติดตาม ไม่มีจุดพีค ไม่มีจุดหักเห ไม่มีอะไรเลยที่เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง คือ ผู้เล่นจะต้องหาดาวที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางของจักรวาล โดยในระหว่างนั้นก็ทำการสำรวจดาวดวงอื่นๆ ไปเรื่อยๆ

No Mans Sky 20160823193809 1 650x366 - No Man's Sky Review: นี่คือเหงา นี่แหละเหงา นี่คือความจริงที่ได้เจอ

แม้ว่าดาวแต่ละดวงจะมีความแตกต่างกัน มีสิ่งให้สำรวจที่หลากหลาย ไม่เหมือนกัน แต่เนื่องจากว่าตัวเกมก็ไม่มีอะไรให้ตื่นเต้นมากไปกว่านี้ เมื่อค้นหาดาวดวงนี้เสร็จ ก็แค่ย้ายดาวไปหาสิ่งเดิมในดวงดวงใหม่ เมื่อเป็นเช่นนี้ผู้เล่นก็จะได้พบเจอแต่ความจำเจ ที่ไม่มีความหลากหลายใดๆ เลย

นั่นจึงทำให้ผมตระหนักขึ้นมาได้ในใจว่าสิ่งที่ No Man’s Sky ขาดหายไปนั่นคือ ระบบ Co-Op ครับ

เมื่อลองพิจารณาแล้ว สิ่งที่เกม ชูเป็นจุดขายก็คือ การสำรวจดาวต่างๆ ในอวกาศ แต่การสำรวจทุกอย่างด้วยตัวคนเดียวมันเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้โดยเด็ดขาด ถ้าหากว่าตัวเกมมีระบบ Co-Op ให้ผู้เล่นแต่ละคนได้มีโอกาสทำภารกิจ ค้นหาทรัพยากรด้วยกัน มันจะดีกว่ากันมาก

via GIPHY

ผมขอเปรียบเทียบ No Man’s Sky เหมือนกับภาพยนตร์ระดับตำนานอย่าง Star Trek ที่มี Point หรือประเด็นสำคัญของหนังคือการสำรวจดาวต่างๆ ใน Galaxy แต่เราต้องไม่ลืมว่า Star Trek นั้นไม่ได้สำรวจดาวต่างๆ ด้วยตัวคนเดียวนะครับ หากแต่ยังมีตัวละครอย่าง Spock, Uhura, Sulu, Dr. Bones, Scotty เป็นต้น

หรือแม้แต่ภาพยนตร์ที่มีความโดดเดี่ยวบนดาวอังคารอย่าง The Martian ท้ายที่สุดแล้ว ภายในหนังก็ไม่ได้มีการแสดงให้เห็นว่า ตัวละครในเรื่องอยู่ด้วยตัวคนเดียว หากแต่มีการติดต่อสื่อสารไปยังทีมงานคนอื่นๆ บนโลก

นั่นแสดงให้เห็นว่า แนวความคิดของเกม ในการใช้เรื่องของอวกาศมาถูกทางแล้ว แต่ที่ยังไปแบบงงๆ คือ การไม่เพิ่มปฏิสัมพันธ์ให้เกิดขึ้นระหว่างผู้เล่นและผู้เล่น เพราะต้องไม่ลืมว่า มนุษย์คือสัตว์สังคม การที่ตัวเกมขาดระบบ Co-Op จึงทำให้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ตัวเกมเจ๊งไม่เป็นท่า

อย่างต่อไปก็คือ เรื่องของสีในเกม ถ้าหากจำกันได้ภาพในงาน E3 ของเกมจะเป็นภาพที่มีความตัดกันของโทนสี เช่น ท้องฟ้าสีครามที่ตัดกับพื้นหญ้าสีแดง แต่พอลองเล่นในเกมจริงๆ ภาพกลับไม่ตรงปก ประหนึ่งหน้าปก AV กับด้านในไม่ตรงกัน

นอกจากนี้แล้วการออกแบบ AI ของเกมก็เป็นไปอย่างซ้ำซากจำเจ เช่น Aliens ที่อยู่ในดาวแต่ละดวงจะหน้าตาเหมือนๆ กัน คือ ไหนๆ แล้วคุณสามารถสร้างจักรวาล สร้างดาวที่มีความหลากหลายได้ กับอีแค่ AI ของ Aliens ก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ยากมากนัก

สรุป

ในความเป็นจริงแล้ว No Man’s Sky เป็นเกมที่ผมค่อนข้างชอบ เพราะทำให้เราได้มีโอกาสไปสำรวจดาวต่างๆ บนดาวเคราะห์ที่เราไม่รู้จัก แล้วสะท้อนถึงความทะเยอทะยาน และจิตนาการที่น่าสนใจของผู้สร้างเกม แต่ตัวเกมสร้างความเหงาให้กับผู้เล่น จนทำให้ที่สุดแล้ว ต่อให้ชอบเกมนี้มากแค่ไหนก็ตาม สุดท้ายแล้วก็ต้องยุติการค้นหาดาวอวกาศบนฟากฟ้าไปในที่สุด เพราะเราไม่อาจทนไปกับการผจญภัยที่ไร้จุดหมายได้อีกต่อไป

เป็นเกมที่จะมอบความน่าตื่นตาตื่นใจ สิ่งมหัศจรรย์ในจักรวาล แต่ระบบอื่นๆ ของเกมเป็นไปอย่างจำเจ และต้องเล่นอย่างโดดเดี่ยว