31 ตุลาคม วันอำลา MSN Messenger

    MSN - 31 ตุลาคม วันอำลา MSN Messenger

    ‘ขอเมลหน่อย’ ‘เล่นเอ็มไหม’ ‘ออนกี่โมง?’ หนึ่งในคำพูดติดปากสุดคลาสสิคของคนยุคผมเลยล่ะครับ ฟังดูเหมือนแก่แต่ที่จริงมันเพิ่งผ่านไปนานไม่กี่ปีหรอกครับ อาจเพราะด้วยเราก้าวผ่านเข้ามาในยุคสมัยที่มีการเปลี่ยนผ่าจากยุคพีซี มาเป็นยุคสมาร์ทโฟนทำให้รู้สึกว่า มันดูไกลตัวถนัดใจ

    ยุคสมัย MSN กำลังฮอตสุดขีดผมเชื่อว่า แต่ละคนมีเป้าหมายในการ ‘ออนเอ็ม’ ที่ต่างกันออกไปตามแต่ช่วงอายุวัย ถ้าเป็นวัยรุ่นคงหลีกหนีไม่ได้ที่จะใช้ MSN เป็นสื่อกลางในการจีบสาว ถ้าเป็นคนวัยทำงานก็คงมีบ้างที่แอบเจ๊าะแจ๊ะกับสาวสวยที่หมายปอง ที่เหลือเป็นหน้าที่ในการติดต่อพูดคุยเรื่องงาน ซึ่งไม่ต่างจากทุกวันนี้ที่เรามี LINE, Whatsapp, Facebook Chat หรือจะรวม BBM ไว้ก็ตามแต่ครับ ทั้งหมดนี้ล้วนเป็นศูนย์กลางของการติดต่อแทบทั้งสิ้น แต่สิ่งที่ต่างกันออกไปมีอยู่ว่า MSN Messenger ไม่อาจก้าวข้ามผ่านกาลสมัยของการเปลี่ยนผ่านในยุคพีซีมายังสมาร์ทโฟน ตรงนี้ผมว่าเป็นเรื่องที่น่าสนใจนะครับ เพราะการเปลี่ยนผ่านที่ว่านี้ เมื่อเรามองผ่านแว่นในเชิงธุรกิจ สะท้อนให้เห็นว่าทุกธุรกิจจะต้องมีการพัฒนาให้ทันสมัยตลอดเวลา ไม่อาจหยุดนิ่งอยู่ในจุดใดจุดหนึ่ง

    ถ้ามองแค่ความสามารถ ประสิทธิภาพ ฟังก์ชันการใช้งาน และลูกเล่น ผมไม่รู้สึกเลยว่า MSN จะไม่สามารถแข่งขันกับ LINE, Whatsapp, Facebook Chat ได้ กลับกันมันสามารถเป็นคู่แข่งในตลาดได้เลย ถ้าหากว่าในเวลานั้นภาพรวมขององค์กรอยู่ในสภาวะที่ทันสมัยต่อตลาด

    สังเกตให้ดีในช่วงที่ MSN กำลังจะตายลง เป็นช่วงเวลาเดียวกันที่บริษัทแม่อย่าง Microsoft ก็อยู่ในสภาวะที่ไม่ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และเกือบเป็นความผิดพลาดทั้งองคาพยพ ซอฟต์แวร์หรือระบบปฏิบัติการบนมือถือ Microsoft ต้องใช้เวลานานหลายต่อหลายปี กว่าที่จะแปรเปลี่ยนจาก Windows Mobile เป็น Windows Phone 7 จนกระทั่งมาถึงสู่จุดของ Windows Phone 8 ที่พอจะแข่งขันกับเจ้าตลาดอย่าง Android และ iOS ได้

    31 ตุลาคมนี้หรืออีกหนึ่งเดือนเศษๆ ข้างหน้า จะเป็นวันที่ MSN Messenger ปิดบริการถาวรในประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศเดียวที่ยังให้บริการแชตตัวนี้อยู่ เท่าที่จับกระแสเริ่มมีความรู้สึกโหยหาอดีตไปกับยุคสมัยที่เคยหอมหวาน เริ่มมีการถามถึง MSN หรือกระทั่งมีความพยายามกลับเข้า Sign In ใช้งาน สภาวะนี้ผมเรียกว่า เป็นสภาวะของการโหยหาอดีต แน่นอนผมไม่ได้เฉพาะเจาะจงว่า ความรู้สึกโหยหาสิ่งที่เป็นอดีตนี้เป็นสิ่งที่ผิด ตรงกันข้ามผมกลับรู้สึกว่า เป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำ กับสิ่งที่กาลครั้งหนึ่งมีสิ่งหนึ่งที่กำลังจะหายไป และไม่อาจย้อนกลับไปค้นหาความรู้สึกเช่นนั้นได้อีกมันต้องรู้สึกใจหายอยู่แล้วแน่ๆ 

    MSN 3 - 31 ตุลาคม วันอำลา MSN Messenger

    อันที่จริง MSN Messenger ก็ไม่ต่างจากเครื่องหมายสำคัญของยุคสมัยหนึ่ง ไม่ต่างจากเวลาที่คุณหยิบ DVD ดูหนังเก่าๆ จนชวนให้นึกย้อนหลังกลับไปในวัยเยาว์ เช่น คุณดูหนังเรื่องแฟนฉัน คุณก็จะจินตนาการถึงตัวเองในยุคสมัยเดียวกับหนังว่า ในเวลานั้นคุณมีกิจกรรมกับเด็กๆ ระแวกบ้านอย่างไร กิจกรรมสุดโปรดในโรงเรียนเป็นอะไร รายการทีวีที่เคยชอบดู ท่วงทำนองที่เคยได้ฟัง 

    ดังนั้นแล้วสภาวะของการโหยหาอดีตจึงเป็นเรื่องปกติ แต่สิ่งที่ผมอยากเน้นย้ำมันมีแต่เพียงว่า ทุกสิ่งๆ บนโลกล้วนมีคุณค่าในเวลาที่จำกัด เมื่อมันกำลังผ่านพ้นไป จะไม่อาจหวนคืนกลับมาได้ จงทะนุทะนอมทุกช่วงเวลา และเก็บความทรงจำดีๆ นั้นไว้ เพื่อจะไม่เสียใจใจภายหลังว่า วันเก่าในวันนั้นเราไม่ได้เก็บสิ่งที่งดงามเช่นนั้นไว้เลย และคงจะไม่ได้พบกันอีก

    Good Bye MSN

    ภาพ: The Verge