How to วิธีใช้งานแท็บเล็ตให้มีประสิทธิภาพ คุ้มค่ากับการลงทุน

หนึ่งในอุปกรณ์ไอทีที่มาแรงและได้รับความนิยมมาตลอดหลายปีต้องยกให้กับ “แท็บเล็ต” หรือถ้าเป็นสินค้าจากค่าย Apple ก็จะมีชื่อเฉพาะว่า “iPad” ด้วยลักษณะตัวเครื่องที่มีขนาดใหญ่กว่ามือถือทั่วไปแต่ก็ยังพกพาไปตามที่ต่าง ๆ ได้ง่ายกว่าโน้ตบุ๊ก บวกกับฟีเจอร์ ฟังก์ชันต่าง ๆ อันแสนครบครัน จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากใครต่างก็ต้องมีเอาไว้เป็นของตนเอง แต่สิ่งสำคัญคือจะต้องใช้อย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด คุ้มค่ากับการลงทุนซื้อ มาหาคำตอบกันเลย

ประเภทของแท็บเล็ตที่มีให้ใช้ในปัจจุบัน

1.  Wi-Fi Tablet

ประเภทแรกคนไทยจะคุ้นชินกันในชื่อแท็บเล็ตไวไฟ หมายถึง ตัวเครื่องจะสามารถใช้งานออนไลน์ได้เฉพาะเมื่อมีการเชื่อมต่อกับไวไฟเท่านั้น หากไม่มีการเชื่อมต่อด้วยสัญญาณดังกล่าววิธีใช้จึงเหลือแค่การทำงานแบบออฟไลน์เพียงอย่างเดียว มีข้อดีตรงเรื่องของราคาถูกกว่า

2. Wi-Fi + Cellular Tablet

อีกประเภทของแท็บเล็ตที่ได้รับความนิยมมากไม่แพ้กันนั่นคือแท็บเล็ตที่สามารถใช้งานออนไลน์ได้ทั้งการเชื่อมต่อกับไวไฟรวมถึงการมีลักษณะคล้ายการใส่ซิมมือถือให้สามารถรับสัญญาณจากเครือข่ายผู้ให้บริการทั้ง 4G, 5G โดยไม่จำเป็นต้องเชื่อมต่อกับไวไฟใด ๆ ก็ทำงานออนไลน์ได้ สะดวก แต่ก็มีราคาสูงกว่าแบบแรก

ระบบปฏิบัติการที่ได้รับความนิยมของแท็บเล็ต

1. ระบบ iOS

เป็นระบบปฏิบัติการที่จะถูกใช้งานได้เฉพาะกับ iPad ซึ่งเป็นสินค้าของค่าย Apple เท่านั้น มีจุดเด่นในเรื่องความรวดเร็ว ปลอดภัย และได้รับความนิยมสูงมาก เสถียร ลื่นไหล อินเตอร์เฟซทันสมัย ประมวลผลรวดเร็ว ส่วนมากคนที่คุ้นเคยกับการใช้งาน iPhone อยู่แล้วก็จะซื้อแท็บเล็ตประเภทนี้ซึ่งมีราคาสูงสุดในท้องตลาดปัจจุบัน

2. ระบบ Android

ระบบปฏิบัติการต่อมาจะถูกใช้กับแท็บเล็ตหลายยี่ห้อที่ถูกผลิตออกมาวางขายในท้องตลาดไม่ว่าจะเป็น Samsung, Huawei, Lenovo เป็นต้น จุดเด่นสำคัญต้องยกให้กับเรื่องราคาถูกกว่า iPad พอสมควร ระดับความเสถียรใกล้เคียงกันหรือแทบไม่ต่างกันเท่าใดนัก อัดแน่นด้วยลูกเล่นจำนวนมาก แถมยังใช้งานเข้าใจง่าย ระบบไม่มีความซับซ้อนใด ๆ

3. ระบบ Windows

เป็นระบบปฏิบัติการของแท็บเล็ตที่พยายามพัฒนาออกมาเพื่อแข่งกับทั้ง 2 ระบบแรก แต่ยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากนัก อาจด้วยความซับซ้อนและมีข้อจำกัดในบางเรื่อง แต่ในอีกมุมหนึ่งสำหรับคนที่เน้นงานเอกสาร งานที่ต้องใช้ร่วมกับโปรแกรมตระกูล Microsoft หรือ Adobe การเลือกระบบนี้จะตอบโจทย์ด้านความครบครัน สะดวก ครอบคลุม แถมราคาก็ไม่แพงมากอีกด้วย

How To วิธีใช้งานแท็บเล็ตให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

1. ต้องรู้จุดประสงค์ในการใช้

โดยภาพรวมการใช้งานแท็บเล็ตเป็นอีกตัวเลือกที่ตอบโจทย์ทั้งความบันเทิง เช่น ดูหนัง ดูคลิปวิดีโอ การเล่น Social Media และสะดวกต่อการทำงานทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นงานด้านกราฟิก การวาดภาพ การทำคอนเทนต์ การคำนวณ รวมถึงงานแบบอื่น ๆ อย่างครอบคลุม แต่อย่าลืมว่าหากคุณไม่มีจุดประสงค์การใช้ที่ชัดเจนเมื่อเลือกซื้ออาจมองแค่ราคาสูงเอาไว้ก่อน ซึ่งในความเป็นจริงหากแอป โปรแกรมที่จะใช้ไม่ได้มีข้อมูลเยอะ หรือใช้พื้นฐานทั่วไป การซื้อราคาธรรมดาก็ตอบโจทย์และคุ้มค่าแล้ว

2. ไม่เชื่อมต่อกับไวไฟที่น่าสงสัย

อย่างที่อธิบายเอาไว้ว่าประเภทของแท็บเล็ตจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มที่ต้องใช้ไวไฟเพื่อทำงานแบบออนไลน์ หากคุณเชื่อมต่อกับไวไฟบ้าน หรือฮอตสปอตมือถือของตนเองนั่นไม่ใช่ปัญหา ทว่ากรณีที่ไม่สะดวกใช้งานจากทั้ง 2 เครือข่ายแล้วจำเป็นต้องเชื่อมต่อกับไวไฟสาธารณะทุกประเภท ต้องเช็กให้ดีว่าเป็นเครือข่ายที่ไว้วางใจได้ เช่น ร้านอาหาร คาเฟ่ เครือข่ายของผู้ให้บริการที่น่าเชื่อถือ อย่ากดเข้าโดยไม่สนใจสิ่งใดเลย เพราะนั่นอาจทำให้เครื่องของคุณติดมัลแวร์หรือไวรัสแบบไม่รู้ตัว

3. ชาร์จแบตให้เพียงพอแล้วถอดออก อย่าชาร์จทิ้งไว้

แม้ปัจจุบันแท็บเล็ตแทบทุกรุ่นจะมีระบบตัดสัญญาณไฟเมื่อแบตเตอรี่ถูกชาร์จเต็ม แต่ในความเป็นจริงก็ยังอาจมีกระแสไฟวิ่งผ่านเข้าไปยังตัวเครื่องของคุณได้บ้าง การปล่อยชาร์จทิ้งไว้โดยเฉพาะคนที่ชอบชาร์จตลอดคืน ย่อมมีความเสี่ยงที่จะทำให้แบตเสื่อมเร็วกว่าปกติ ซึ่งกรณีนี้รวมถึงคนที่ชอบชาร์จไปเล่นไปด้วย ดังนั้นต้องคอยสังเกตหากชาร์จเต็มแล้วก็ถอดสายชาร์จออกจะดีที่สุด

4. ตรวจสอบสิ่งผิดปกติอยู่เสมอ

บางครั้งในการเชื่อมต่อไวไฟกับเครือข่ายอื่น ๆ แม้ดูน่าเชื่อถือแต่ก็อาจมีใครบางคนไม่หวังดีและพยายามส่งมัลแวร์เข้าไปรบกวนจนทำให้ผู้ใช้งานบางคนได้รับเข้าไปในเครื่อง จึงต้องหมั่นตรวจสอบความผิดปกติเป็นประจำ เช่น หากเครื่องทำงานช้าลง ค้าง หรือมีการแจ้งเตือนใด ๆ ที่ผิดแปลกไปจากเดิม ต้องรีบค้นหาสาเหตุทันที หากไม่แน่ใจแนะนำให้เข้าไปยังศูนย์บริการของอุปกรณ์ที่ตนเองซื้อเพื่อให้เจ้าหน้าที่ทำการเช็กอย่างละเอียดและรีบแก้ไขในทันที

เมื่อการใช้งานแท็บเล็ตแทบเป็นเหมือนส่วนหนึ่งของชีวิตไม่แพ้กับมือถือ หากรู้วิธีใช้ให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุดย่อมตอบโจทย์ด้านความคุ้มค่าที่ต้องจ่ายเงินหลายบาทในการซื้อ อีกสิ่งที่อย่าลืมควรหมั่นทำความสะอาดอย่าให้สภาพของอุปกรณ์ดูเก่าจนเกินไป มีการติดฟิล์มกันรอยบริเวณกระจก สวมเคสเพื่อป้องกันรอยขีดข่วนหรือการกระแทก ก็จะทำให้อุปกรณ์ของคุณยังคงดูใหม่ น่าใช้งาน ไม่ต้องเสียเงินซื้อเครื่องใหม่โดยใช่เหตุ

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากเว็บ 789MB