Home Highlights Content

สิทธิในอินเทอร์เน็ตสู่ Right to be Forgotten ถึง Revenge Porn (จบ)

google 320x239 - สิทธิในอินเทอร์เน็ตสู่ Right to be Forgotten ถึง Revenge Porn (จบ)

ต่อจากตอนที่แล้วที่เราพูดถึงการว่าด้วยสิทธิในโลกอินเทอร์เน็ต ผ่านแคมเปญ Right to be Forgotten สิ่งที่จะเล่าต่อในบทความนี้ เป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจในสหราชอาณาจักร

ปัญหาของสังคมในโลกอินเทอร์เน็ต กลายเป็นคำถามที่มีช่องโหว่ใหญ่มากว่า กระบวนการใดจะเหมาะสมพอต่อการพูดถึงสิทธิและเสรีภาพในโลกอินเทอร์เน็ต

หากในสเปนมีการพูดถึง สิทธิจะลืม ที่น่าสนใจในสหราชอาณาจักร กลับมีการพูดเรื่องที่ล้ำไปกว่านั้น นั่นคือเรื่อง Revenge Porn ผมเคยเล่าก่อนหน้านี้ว่า เวลานี้เราต่างอยู่ในยุคที่มีการซ้อนทับระหว่างการอาศัยในโลกออนไลน์และออฟไลน์ การสร้างความสัมพันธ์ ซึ่งการซ้อนทับนั้น อาจเกิดสิ่งที่เรียกว่า ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนในเชิงคู่รัก

โดยรูปแบบความสัมพันธ์แบบคู่รักนี้ เหมารวมตั้งแต่ความรักระหว่างชายหญิง เรื่อยไปจนถึงกลุ่มเลสเบี้ยน เกย์ ไบเซ็กช่วล ทรานส์เจ็นเดอร์ (LBGT) แน่นอนว่า ความสัมพันธ์หนึ่งๆ ของคนสองคน มันอาจเป็นไปอย่างชุ่มชื่นสุขสมบูรณ์ หรือแตกร้าวพังทลาย ในทางใดทางหนึ่ง

ประเด็นที่สำคัญก่อให้เกิดปัญหาที่เรียกว่า Revenge Porn นี้ มาจากประเด็นหลัง ที่ความสัมพันธ์ของคนสองคน กลายเป็นช่องว่างระหว่างกัน เมื่อรักร้าว สิ่งที่ตามมาหลังจากนั้น คือ การแก้แค้น โดยรูปแบบการแก้แค้นทีว่านี้ เกิดขึ้นด้วยการโพสต์ภาพ ซึ่งมีตั้งแต่ภาพถ่ายรูปคู่ปกติ กระทั่งหนักข้อไปถึงขั้นการอัปโหลดรูปภาพวาบหวาม ภาพถ่ายขณะมีเซ็กส์

นั่นจึงเป็นเหตุที่ทำให้ประชากรในสหราชอาณาจักร ที่ตกเป็นเหยื่อในการกระทำของอดีตคนรักว่าด้วยการโพสต์ภาพลงอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง และตัวพวกเขารู้สึกว่า เป็นการคุกคามอย่างหนึ่ง และทำให้เกิดความรู้สึกว่า ตัวเองเป็นผู้เสียหาย

เมื่อประกอบเรื่องราวเข้าด้วยกัน มันจึงพ้องไปกับเรื่องของ Right to be Forgotten ที่หนุ่มสเปน มาริโอ กอนซาเลซ ยื่นขอให้กูเกิลลบลิงก์การเข้าถึงเหตุการณ์ในอดีตที่เขาเคยตกเป็นคนล้มละลายออกไป ผ่านหลักความคิดที่ว่า มนุษย์มีสิทธิ์ที่จะลืม ตรงนี้เลยเป็นการสอดคล้องอย่างพอดิพอดี ที่ผู้เสียหายจะมองการ Revenge Porn ก็ควรเป็นสิ่งที่ถูกลืมเช่นเดียวกัน

cyber law - สิทธิในอินเทอร์เน็ตสู่ Right to be Forgotten ถึง Revenge Porn (จบ)

ด้วยการนั้น จึงเกิดกระบวนการเรียกร้องถามหาถึงสิทธิบนโลกอินเทอร์เน็ตขึ้นมา กลุ่มมวลชนผู้เสียหายเดินหน้าเรียกร้องขอความยุติธรรมด้วยกระบวนการปกติทางศาล เพื่อขอให้พิจารณาว่า การกระทำที่เรียกว่า Revenge Porn ควรมีบทลงโทษทางกฎหมาย

อนิจจา! เมื่อผลคำตัดสินของศาลสูงในอังกฤษ กลับมองเห็นต่างจากกลุ่มผู้เสียหาย โดยศาลมองว่า Revenge Porn มันควรเป็นความผิดทางด้านสังคมมากกว่า เป็นความผิดด้านกฎหมาย

อธิบายเพิ่มเติม นั่นเป็นเพราะว่า การที่เราโพสต์ภาพที่สร้างความเสียหายแก่ผู้อื่น สิ่งที่ผู้โพสต์หรือผู้กระทำ ควรเป็นคนที่ขาดจิตสำนึกทางสังคม ซึ่งด้วยการได้มาซึ่งจิตสำนึกที่ดีนั้น จะต้องมีการเรียนรู้ สอนสั่ง ผ่านกระบวนการทางสังคมอย่างต่อเนื่อง แน่นอนว่า สิ่งนี้จะต้องมีการปฎิรูปเพื่อให้สังคมและเทคโนโลยี สามารถที่จะไหลรวมกันและกันได้

เหตุผลต่อมาที่ศาลสูงในอังกฤษได้ให้เหตุผลว่า เสิร์ชเอนจิ้นที่ไม่ได้เป็นเสิร์ชเอนจิ้นใหญ่ๆ อย่าง Google หรือ Bing แทบจะไม่มีทรัพยากรเงิน หรือทรัพยากรมนุษย์มากพอที่จะจัดการลบภาพเหล่านี้ให้หมดได้ เพราะการใช้กระบวนการลบภาพที่มีจำนวนมาก ต้องใช้แรงเงินและแรงงาน  ไปจนถึงว่า การเพิ่มเรื่องดังกล่าวเข้าไปในข้อกฎหมาย อาจเป็นการเพิ่มอำนาจในการต่อรองและเข้าถึงของเสิร์ชเอนจิ้นรายใหญ่ที่มากเกินไป

เมื่อมองย้อนถึงเรื่องนี้แล้ว มันชวนให้คิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย ในกรณีที่เด็กสาววัย 13 ถูกฆ่าข่มขืนบนรถไฟ

ผมก็ไม่ได้จะแซะหรอกนะครับว่า เรายังจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบนรถไฟคราวนั้นได้ หรือว่าลืมเลือนตามประสาที่ถูกเหน็บแนมว่า คนไทยขี้ลืม ผมมองว่า เหตุการณ์ฆ่าข่มขืนรถไฟนี้ มันเป็นสิ่งที่ต้องผ่านกระบวนการทางสังคมมากกว่าทางกฎหมาย แน่นอนว่า ในกรณีฆ่าข่มขืนโทษสูงสุดของคดีคือการประหารชีวิต แต่ในกรณีดังกล่าวคนในสังคม เซเลบริตี้ดาหน้าออกมาสร้างกระแสในสังคมกลับเป็นทิศทางที่ไม่ถูกต้อง เหล่าคนดังต่างรณรงค์อย่างแข็งขันว่า การข่มขืนต้องเป็นโทษประหารเท่านั้น

น่ากลัวนะครับ เราต้องไม่ลืมว่า ในกระบวนการยุติธรรมอาจมีข้อผิดพลาด จนก่อให้เกิดการจับคนผิดหรือที่เรียกว่า จับแพะ เช่นนั้น ถ้าเกิดการจับแพะขึ้นมาจริงๆ แล้วโทษสูงสุดคือการประหาร และหากการประหารเกิดขึ้นสำเร็จแล้ว ผมอยากทราบว่า ใครจะรับผิดชอบ ? เราต้องมองต่อไปอีกนะครับว่า ครอบครัวของคนที่เป็นแพะ จะต้องได้รับการเยียวยามากน้อยสักเพียงไหน อย่าคิดแค่ว่าให้เงินก็จบนะครับ ชีวิตหนึ่งชีวิต มีค่ามากกว่าตัวเงิน

ฉะนั้นแล้วการข่มขืนแล้วต้องโทษถึงขั้นประหารชีวิตจึงเป็นอะไรที่เกินกว่าเหตุ (ซึ่งหากจะให้ลงลึกไปอีกว่า กระบวนการประหารชีวิตจะช่วยลดปัญหาการข่มขืนได้จริงหรือไม่ เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ต้องแยกย่อยออกไปอีก จะไม่ขอกล่าวถึง) สิ่งที่สังคมไทยจะต้องพัฒนาคือ เพิ่มกระบวนการความคิด ให้ความรู้ ความเข้าใจ ถึงสิทธิของความเป็นผู้หญิงที่เขาเป็นเจ้าของเรือนร่าง โดยที่ผู้กระทำไม่สามารถละเมิดได้ ขณะเดียวกันเราจะต้องมีกระบวนการให้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเพศให้มากกว่านี้ ทั้งจากสื่อการเรียน และสื่อฟรีทีวี หาใช่สิ่งที่ผู้ใหญ่ในสังคมใช้คำว่าศีลธรรมอันดีกดทับเรื่องเพศศึกษาให้เป็นสิ่งสกปรกและน่ารังเกียจ

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งในเรื่อง Revenge Porn และการฆ่าข่มขืน ทั้งสองเรื่องนี้ล้วนแต่เป็นกระบวนการที่ต้องใช้ความรู้ ความเข้าใจทางสังคมมากกว่าควรเป็นข้อกฎหมาย เหล่านี้คือการต่อสู้ที่เริ่มมีพลวัตรและการเคลื่อนไหวบนโลกอินเทอร์เน็ตอย่างมีนัยสำคัญ