Home Tech Reviews Sneak Preview

[Smartphone Preview] OPPO Neo สมาร์ทโฟนรุ่นเล็ก ลุยตลาดล่าง

IMG_20140124_202803

คงต้องบอกว่า นี่เป็นสมาร์ทโฟนเครื่องแรกประจำปี 2014 ที่ผมจะรับหน้าที่รีวิว นั่นคือ OPPO Neo สมาร์ทโฟนรุ่นเล็กที่สุดในบรรดา 3 รุ่นใหม่ที่ออปโปวางจำหน่ายในวันที่ 1 กุมภาพันธ์

OPPO Neo มาพร้อมค่าตัวในราคาที่พอเอื้อมไหว ไม่แพงมากนัก เพียง 5,990 บาท ส่วนสเปกเครื่องก็ถือว่าไม่ขี้เหร่มากนัก โดยจะมีดังต่อไปนี้

  • หน้าจอขนาด 4.5 นิ้ว ความละเอียด 480×854 พิกเซล (217ppi) IPS LCD
  • ชิปประมวลผลดูอัลคอร์ 1.3GHz
  • RAM 512MB
  • ROM 4GB
  • กล้อง 5 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 2 ล้านพิกเซล
  • แอนดรอยด์เวอร์ชัน 4.2 ครอบด้วย Color OS ของออปโป้เอง
  • มีให้เลือก 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีขาว
  • รองรับการใช้งาน 2SIM
  • แบตเตอรี 1,900 mAh

ด้วยความที่ผมได้มีโอกาสเทสต์เครื่องออปโป้มาตั้งแต่ตอนที่เริ่มทำตลาดสมาร์ทโฟนด้วยรุ่น OPPO Find 3 จนมาถึง OPPO N1 ต้องยอมรับว่า พัฒนาการของผู้ผลิตสัญชาติจีนรายนี้ถือว่า โอเคในระดับหนึ่งเลยทีเดียว ทั้งในด้านฮาร์ดแวร์และด้านดีไซน์ เพียงแต่ว่าจุดอ่อนที่ถือว่า เป็นปัญหาหนักอย่างยิ่ง ยังเป็นภาคซอฟต์แวร์

ก่อนหน้านี้บทรีวิว OPPO N1 ผมได้กระตุกเรื่องนี้ไปครั้งหนึ่งแล้ว และคราวนี้ก็คงเป็นอีกครั้งที่ผมจะได้พูดถึงภาคซอฟต์แวร์อีกครั้ง แต่เป็นรุ่น OPPO Neo

IMG_20140124_202850

บอกตามตรงว่า ภาคซอฟต์แวร์ของ OPPO Neo เข้าขั้นแย่จนต้องปรับปรุงยิ่งกว่า OPPO N1 เสียอีก เพราะระบบการทำงานที่ค่อนข้างช้า แล็ก หน่วง การตอบสนองที่ไม่เป็นไปตามใจที่ต้องการ ตรงนี้ผมยอมรับเลยว่า หงุดหงิดใจมาก แต่ถ้ามองอีกด้านหนึ่งก็อาจเป็นกุโศลบายที่ดีที่ทำให้ผู้ใช้ฝึกอารมณ์ให้เป็นคนใจเย็นได้

อย่างไรก็ตาม ผมไม่แน่ใจว่า เครื่องที่วางจำหน่ายนั้นจะเป็นอาการเดียวกับที่ผมเจอหรือไม่ แต่ถึงกระนั้นแล้วผมได้ลองกด Software Update แล้วพบว่า ยังไม่มีเวอร์ชันใหม่ออกมาให้อัปเดทผ่าน OTA เลย เป็นไปได้ว่า ผู้ใช้รุ่นนี้คงเจอปัญหาเดียวกับผมแน่ๆ

ปัญหาต่อมา เป็นเรื่องของกล้องครับ โอเคครับผมเข้าใจว่า รุ่นนี้เป็นรุ่นระดับล่าง ก็คงจะไม่มีฟังก์ชันการใช้งานที่ครบครันมากนัก แต่เรื่องกล้องของ OPPO Neo ถือว่า เป็นกล้องที่ใช้งานยากมากครับ เพราะการถ่ายรูปแต่ละครั้งต้องเล็งโฟกัสนาน หากไม่เล็งให้ดีภาพที่ออกมาจะเบลอสุดๆ จนหลายต่อครั้งที่ผมเจอช็อตดีๆ ที่เหมาะแก่การถ่ายภาพ แต่เจอความยากในการถ่ายภาพของ OPPO Neo จนผมต้องบอกศาลายอมแพ้ ไม่ถ่ายภาพนั้นไปเลย

ทั้งนี้จากที่ได้ลองใช้มาสักระยะหนึ่ง ปัญหาในการใช้งานก็คงมีแค่เรื่องซอฟต์แวร์เและกล้องเป็นสองปัญหาหลัก แต่ในด้านอื่นๆ ผมก็พบว่า มันมีข้อดีไม่น้อยเช่นกันครับ

ข้อดีประการแรก ผมรู้สึกได้ว่า OPPO Neo เป็นรุ่นที่มีแบตเตอรีอึดมากครับ เพราะจากการใช้งานเต็มๆ 1 วัน แบบหนักหน่วงที่สุด ตั้งแต่ 8.00 น. จนถึง 19.00 แบตเตอรีเหลือกลับบ้านถึง 40% ตรงนี้ถือว่าสอบผ่านครับ

ส่วนการใช้งานของผมแล้ว ก็เป็นการใช้งานโดยทั่วไป ตั้งแต่ Social Network, การถ่ายภาพ, ส่งเมล-ตอบเมล และแชต

Screen-Shot-2557-02-01-at-11.03.14-PM

ตามที่ผมเขียนไว้ในส่วนของสเปกเครื่องว่า รุ่นนี้ใช้ Color OS ดังนั้นแล้ว ฟังก์ชันการใช้งานหลักๆ ที่มีใน OPPO N1 ก็จะมีให้ใช้งานในรุ่นนี้เช่นกัน ทั้ง Gesture Panel ที่เราสามารถสร้างคีย์ลัดการใช้งานได้

มาจนถึงส่วนสุดท้ายที่ผมจะพูดถึง OPPO Neo ในบทพรีวิวฉบับนี้ คือ การดีไซน์ของรุ่นนี้ครับ ผมว่าความเจ๋งของรุ่นนี้อยู่ที่การดีไซน์ที่เรียบ แต่ดูหรูหราอย่างยิ่งครับ

วัสดุมีการใช้งานโพลีคาร์บอเนต หน้าจอ 4.5 นิ้ว ความคมชัดก็ถือว่าใช้ได้ครับ ที่สำคัญครับ เมื่อเราลองนำ OPPO Neo มาเทียบกับสมาร์ทโฟนของ OPPO รุ่นอื่น ตั้งแต่โมเดลปี 2011 – 2013 จะเห็นได้ชัดเลยครับว่า ความสวยของ Neo กินขาด

แต่ถึงกระนั้นก็ตาม ผมยังรู้สึกแปลกๆ นิดหน่อยที่ OPPO Neo ดันวางปุ่ม Power on/off ไว้ด้านซ้ายของตัวเครื่อง ซึ่งค่อนข้างผิดปกติของการดีไซน์สมาร์ทโฟนทั่วๆ ไปในท้องตลาด

เอาละครับ ทั้งหมดนี้เป็นบทพรีวิวโดยคร่าวของ OPPO Neo แล้วรอพบกับบทรีวิวฉบับเต็มเร็วๆ นะครับ อย่าลืมติดตามกัน

Comments