Home Tech Reviews

OPPO N1 Review: ฉีกกฏการดีไซน์ กล้องหมุนได้ ตอบโจทย์ถ่ายภาพแบบ Selfie

N1-1

ผมเป็นคนหนึ่งที่ไม่กล้าปฏิเสธที่จะบอกว่า Oppo N1 คือ สมาร์ทโฟนที่น่าสนใจที่สุดรุ่นหนึ่งของตลาดสมาร์ทโฟนในช่วงปลายปี 2013 

ด้วยความที่รูปแบบการใช้งานสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน เน้นหนักไปที่การถ่ายภาพด้วยกล้องหลัง ถ่ายภาพตัวเองด้วยกล้องหน้า (Selfie) ปิดจ๊อบการถ่ายภาพด้วยการแชร์ภาพทั้งหมดขึ้นสู่เครือข่ายสังคม (Social Network) และด้วยความที่สมาร์ทโฟนแทบทุกรุ่นในท้องตลาดไม่ได้เน้นประสิทธิภาพของกล้องหน้ามากนัก นี่จึงทำให้ Oppp N1 กลายเป็นสมาร์ทโฟนแบรด์แรกที่ฉีกออกจากกรอบการออกแบบโดยสิ้นเชิง ยุบรวมกล้องหน้าและกล้องหลัง รวมเป็นกล้องเป็นหนึ่งเดียว แล้วใช้การหมุนแทน ก่อให้เกิดความต่างขึ้นมาทันทีในการแข่งขันตลาดสมาร์ทโฟน

เพื่อไม่เป็นการเสียเวลามาพบกับรีวิว Oppo N1 กันเลยดีกว่า

Specification

N11

  • หน้าจอ 5.9 นิ้ว ความละเอียด 1080p
  • RAM 2GB
  • ROM 16GB
  • กล้อง 13 ล้านพิกเซล (f/2.0) เลนส์กล้องหมุนได้ 206 องศา
  • แบตเตอรี 3160 mAh
  • ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ 4.2.2 ซ้อนทับด้วยรอม ColorOS

รายละเอียดสเปกเครื่องอ่านต่อได้จากลิงก์นี้ OPPO N1

ปกติแล้ว เวลาที่ผมจะดูสมาร์ทโฟนสักหนึ่งเครื่อง สเปกเป็นสิ่งสุดท้ายที่ผมจะสนใจ เพราะหากว่ากันตามตรงสมาร์ทโฟนฝั่งแอนดรอยด์แต่ละรุ่นโดยเฉพาะกลุ่มไฮเอนด์แล้ว สเปกแทบไม่ฉีกหนีกันมาก อาจมีแต่ต่างในรายละเอียดบ้างเล็กน้อย

แต่สำหรับ Oppo N1 ผมรู้สึกเสียดายพอสมควรครับ เนื่องจากรุ่นนี้ถูกวางในราคาจำหน่ายที่ค่อนข้างสูง (19,990 บาท) กว่าคู่แข่งมาก แต่สเปกเครื่องกลับด้อยกว่าคู่แข่ง ตรงจุดนี้จึงอาจเป็นจุดตัดที่ผู้บริโภคจะนำมาพิจารณาในการซื้อ Oppo N1 อย่างแน่นอน

What’s Design

การดีไซน์ของ Oppo N1 ผมค่อนข้างชอบนะครับ แต่ถึงกระนั้นแล้วยังมีบางจุดที่ผมรู้สึกว่า ไม่เวิร์กอยู่ไม่น้อย ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้น เดี๋ยวจะค่อยๆ อธิบายให้ฟังครับ

Extra

ขอเริ่มจากสิ่งที่ชอบก่อนดีกว่า คือ กล้องครับ ไอ้กล้องที่หมุนได้นี่แหละครับ ผมว่ามันเป็นอะไรที่แปลกตามากๆ ในไลน์การผลิตสมาร์ทโฟน Oppo N1 ออกมาค่อนข้างตอบโจทย์ผู้ใช้งานที่ชื่นชอบการถ่ายภาพตัวเอง (Selfie) ได้อย่างดี ผนวกกับซอฟต์แวร์ที่ไว้แต่งหน้าสาวๆ จึงเป็นอะไรที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก

Remark: Oppo เคลมไว้ว่า การหมุนของกล้องสามารถหมุนได้ไม่ต่ำกว่า 1 แสนครั้ง เฉลี่ยหมุนวันละ 40 ครั้ง ได้นานถึง 7 ปี

นับตั้งแต่ Oppo Find 3 เรื่อยมาถึง Oppo N1 รุ่นล่าสุดนี้ สไตล์การออกแบบถือว่า เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ตัวเครื่องเริ่มบางลงตามสมัยนิยม มีการใช้สีเงินเป็นขอบรอบตัวเครื่องเพื่อทำให้ดูเครื่องดูหรูหรา มีระดับ การจัดวางปุ่มรวมมาไว้ที่จุดเดียว ทั้ง พอร์ทหูฟัง และ microUSB ทางด้านปุ่มหลักในการใช้งานอย่าง Power On/Off และ Rocker รวมอยู่บริเวณด้านขวาของเครื่อง

นอกจากนี้แล้ว Oppo N1 ยังมาพร้อมกับอีกหนึ่งทีเด็ด โดยทีเด็ดที่ว่านี้ จะอยู่ด้านหลังเครื่องใต้โลโก้ Oppo นั่นคือสิ่งที่เรียกว่า O-Touch

N-9

ความสามารถของ O-Touch มีไว้เพื่อให้ผู้ใช้บังคับการใช้งานเครื่องได้ โดยไม่ต้องแตะหน้าจอ เช่นการถ่ายภาพแบบ Selfie ที่คนถ่ายไม่ต้องแตะหน้าจอเพื่อชัตเตอร์ ไปจนถึงการสั่งควบคุมเพลง การเลื่อนขึ้นเลื่อนลงตามแอปพลิเคชันเครือข่ายสังคม Twitter, Facebook หรือกระทั่ง Google+

มาถึงการดีไซน์ที่ผมไม่ชอบกันบ้าง ผมให้นิยาม Oppo N1 ว่าเป็นสมาร์ทโฟนที่มีความ ‘เกิน’ อย่างมาก

ความเกินอย่างแรก คือ ‘หน้าจอใหญ่เกินไป’

ผมเข้าใจครับว่าเทรนด์แฟ็บเล็ต (Phablet) กำลังมาแรง แต่ด้วยความที่หน้าจอใหญ่ถึง 5.9 นิ้ว ตรงนี้ผมมองว่า มันยังใหญ่เกินความจำเป็น ซึ่งจากการใช้งานในชีวิตประจำวัน มันใหญ่จนเทอะทะ ไม่เหมาะมือเอาเสียเลย และการที่จะใช้งาน Oppo N1 ด้วยมือเพียงมือเดียวเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ จากขนาดหน้าจอสุดใหญ่บิ๊กเบิ้มนี่แหละ การจะปาดซ้าย ปาดขวา ลากหน้าจอจากบนลงล่าง จะแตะปุ่ม back ปุ่ม home แต่ละครั้งต้องเอื้อมสุดเหยียด

อย่างที่ 2 ‘น้ำหนักมากเกินไป’

ถ้าให้ผมเดา คือ Oppo N1 วางตัวเองในโพซิชันของกลุ่มลูกค้า Unisex ค่อนข้างแน่ สำหรับผู้ใช้งานที่เป็นผู้ชายเช่นผม ยังรู้สึกว่า Oppo N1 หนักเกินไป ซ้ำการกระจายน้ำหนักก็ทำได้ไม่ดีเอาซะเลย น้ำหนักเครื่องส่วนใหญ่ถูกเทกระจาดไปยังตรงกลางเครื่อง ทำให้ไม่มีการเกลี่ยน้ำหนักที่เหมาะสม ลองคิดในมุมกลับดูว่า คุณสุภาพสตรีที่กำลังหมายปองรุ่นนี้เพื่อต้องการใช้การถ่ายภาพที่เป็นจุดขาย จะมีปัญหามากน้อยสักเพียงใดกับขนาดของเครื่องที่ ‘หนักเกินไป’ อย่างไร

ส่วนที่จะพูดถึงต่อไป เป็นฟังก์ชันการใช้งานครับ

โดยภาพรวมแล้ว ถือว่ามีลูกเล่นที่น่าเล่นเยอะอยู่เหมือนกันครับ ตั้งแต่ธีม ที่ผู้ใช้สามารถปรับเปลี่ยนธีมได้ตามแต่ใจต้องการ, Guest Mode ซึ่งเป็นโหมดที่จะจำกัดสิทธิ์การใช้งานสำหรับผู้ใช้รายอื่นที่ไม่ได้เป็นเจ้าของเครื่อง ฯลฯ เราจะมาพูดถึงทีละฟังก์ชันกันครับ

Homescreen

SS1

เหมือนสมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทั่วๆ ไปครับ แต่ที่เรียกว่าต่างจะมีสิ่งที่เรียกว่า Exclusive Space ซึ่งจะมี 2 ส่วน คือ การถ่ายภาพแบบรวดเร็ว กับอย่างที่สองเป็นโหมดของการฟังเพลง

Gesture  & Motion

Extra-2

บรรดาสมาร์ทโฟนไฮเอนด์ที่ผมได้สัมผัสมาในปีนี้ ตั้งแต่ LG G2 ไปจนถึง Galaxy Note 3 ต่างมีฟังก์ชัน Gesture เหมือนกัน แต่แตกต่างกันในรายละเอียด ซึ่ง Gesture ของ Oppo N1 ก็มีเหมือนกันครับ แถมเรียกได้ว่า ไม่ธรรมดาเหมือนกัน กล่าวคือ คุณสามารถตั้งค่า Gesture ได้เองเลย (Custom Gesture) โดยเข้าไปที่ setting แล้วเลือกเอาเลยว่า จะทำอย่างไร เช่น ถ้าคุณจะเอาแอป LINE ก็วาดเป็นรูปตัว L ถ้าเป็น Twitter ก็เป็นตัว T

นอกเหนือจากนั้นแล้วก็เป็น Gesture ที่คุณสามารถเลือกเปิด/ปิดได้เอง  เช่น ใช้ 2 นิ้ว ปรับค่าความดังของเสียง ใช้ 3 นิ้วในการถ่าย screenshot หรือจะใช้การแตะหน้าจอ 2 ครั้งเพื่อปลุกให้ Oppo N1 ตื่นแบบเดียวกับ KnockOn ของ LG G2

SS2

โดยการใช้งานไปที่ Setting เลือก General แล้วเลื่อนหาหัวข้อคำสั่ง Gesture & Motion

Guest Mode

SS4

หากยังจำกันได้ เมื่อครั้งที่ผมเคยรีวิว LG G2 ผมยกให้ว่า ฟังก์ชัน Guest Mode ควรจะเป็นฟังก์ชันมาตรฐานของบรรดาสมาร์ทโฟน เนื่องด้วยผมมองว่า สมาร์ทโฟน 1 เครื่อง คือ การแสดงสิทธิส่วนบุคคลอย่างหนึ่ง ที่ไม่ว่าใครไม่ควรจะก้าวล้ำย่างเข้ามา ผมจึงค่อนข้างสนับสนุนฟังก์ชันนี้

โดยการใช้งาน Guest Mode ของ Oppo N1 ไม่ต่างจาก LG G2 มากนัก เจ้าของเครื่อง จะต้องตั้งค่ารหัสผ่านเพื่ออนุญาติให้ Guest เข้าใช้งานได้ นอกจากนี้แล้วเจ้าของเครื่องยังสามารถที่จะจำกัดสิทธิ์การเข้าถึงทรัพยากรที่อยู่ในเครื่องได้ เช่น การล็อคอัลบั้มรูปภาพ บัญชีรายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ล็อควิดีโอที่ไม่ต้องการให้ Guest เห็น ไปจนถึงการจำกัดการใช้งานแอปพลิเคชัน ทั้งหมดนี้สามารถตั้งค่าได้ที่ฟังก์ชัน Guest Mode ครับ

Remark: จะมีรูปคน (ต้องเปิด Status Bar Notification ก่อน)

SS3

นอกจากนี้แล้ว ภายใน Oppo N1 ยังมีแอปพลิเคชันที่คล้ายคลึงกันนี้อยู่ นั่นคือ แอปพลิเคชันที่เรียกว่า App Encryption ซึ่งแปลตามตัวเลย คือ เป็นการเข้ารหัสแอปพลิเคชัน ถ้าหากใครที่ต้องการจะเข้าใช้แอปพลิเคชันใดก็ตาม จะต้องใส่รหัสผ่านแบบ Password หรือ Pattern ก่อนจึงจะใช้งานได้

Theme

SS6

ด้วยความจำเจของอินเตอร์เฟสตัวเครื่อง ที่อาจไม่สวย ไม่โดนใจ หรือดูไม่เข้ากับรสนิยมของเจ้าของเครื่อง สามารถเปลี่ยนมันได้ทั้งหมด โดยเข้าไปที่แอปพลิเคชัน Theme ซึ่งจะมีให้ดาวน์โหลดเยอะ (มาก) พร้อมกันนี้ยังสามารถเปลี่ยนภาพ Lockscreen หรือ Wallpaper โดยลิงก์จากเดต้าเบสจาก Oppo ได้อีกด้วย

Remark: ขอเพิ่มอีกสักหน่อย อันนี้เป็นปัญหาที่ผมพบมาจริงๆ ในขณะที่ใช้งาน Oppo N1 นั่นคือ ปุ่ม Capacitive ค่อนข้างแย่ครับ ทุกครั้งที่ใช้งานไม่ว่าจะเป็นปุ่ม Menu ปุ่ม Home หรือปุ่ม Back คือ แตะมันไม่ติดครับ ต้องกดซ้ำครั้งถึง 2-3 ครั้งตลอด ยิ่งเวลาที่ผมจะเข้าไปดู Recent App เพื่อเคลียร์แอปพลิเคชันที่รันอยู่ ซึ่งจะต้องแตะปุ่ม Home 2 ครั้ง ผลปรากฎว่า กดไม่ติด มันเด้งกลับไปที่หน้า Homescreen อยู่เสมอๆ

ต่อไปเป็นความสามารถด้านกล้องครับ Oppo N1 มาพร้อมกับกล้องความละเอียด 13 ล้านพิกเซล มีดูอัลแฟลช หรือแฟลชคู่ ซึ่งจะมีลักษณะในการเปิดแฟลชที่ต่างกัน เช่น ถ่ายภาพวิวก็จะเป็นแฟลชขาว แต่ถ้าเป็นภาพหน้าคนจะเป็นแฟลชส้ม

คุณภาพของภาพที่ออกมา Oppo N1 ถ่ายภาพเวลากลางคืนได้ค่อนข้างแย่ครับ Noise กระจุยกระจาย

แต่ถ้าถ่ายในเวลากลางวันถือว่า ใช้ได้เลยครับ ชัตเตอร์ค่อนข้างไว ส่วนโหมดการถ่ายภาพพื้นฐานก็มีมาครบถ้วนทั้ง Panorama, HDR, Normal Mode และ Beautify (โหมดแต่งสวย)

ด้าน Scene ของภาพก็จะมีให้เลือก เช่น Portrait, Night, Smart Scene, Auto, Sports และ Landscape เลือกปรับแต่งได้ตามความเหมาะสมของสถานที่และแสงได้เลย

ยังไม่พอหลังการถ่ายภาพยังมีโหมด Beauty ให้ Makeup ภาพถ่ายของเราได้อีกด้วย

extra-3

Remark: HDR ของ Oppo N1 ไม่ค่อยแจ่ม สีออกแปร่งๆ ประหลาดๆ

มาถึงบรรทัดนี้ ถ้าคิดว่ารีวิว Oppo N1 ฉบับนี้จะจบลงแล้ว ถือว่าคิดผิดครับ เนื่องจากว่า ยังมีของเล่นอีกชิ้นหนึ่งที่ไม่พูดถึงไม่ได้ สิ่งนั้นเรียกว่า O-Click โดยเจ้าตัวนี้จะทำงานผ่าน Bluetooth มีระยะทำการประมาณ 15 เมตร

o-click

ความสามารถหลักๆ แล้วของ O-Click คือเอาไว้ถ่ายภาพหมู่ โดยที่จะต้องไม่มีคนใดคนหนึ่งหายไปจากภาพ หรือต้องร้องขอให้คนในระแวกที่ผู้ใช้จะถ่ายรูปหมู่ช่วยถ่ายให้ ซึ่ง O-Click จะทำหน้าที่เป็นรีโมตชัตเตอร์ หรืออีกความสามารถหนึ่งคือ เอาไว้เตือนเมื่อ Oppo N1 หล่นหายไป

แบตเตอรี

SS7

ถ้าหากสมาร์ทโฟนต้องมีชิปประมวลผลฉันใด แบตเตอรีก็ต้องสำคัญฉันนั้น ปัญหาใหญ่ของผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนที่ทุกคนต้องเจอ ไม่ว่าจะเป็นคุณ หรือผมก็ต้องเจอ นั่นคือ เรื่องของความอึด

ผมเป็นคนหนึ่งที่เวลาใช้สมาร์ทโฟนแล้ว ขี้คร้านจะพก Power Bank ให้มันหนักโดยใช่เหตุ แต่ด้วยความที่สมาร์ทโฟนที่ผมมีอยู่ในเวลานี้ล้วนแต่เป็น smartphone แต่ dumb battery แทบทั้งสิ้น (I have a smartphone with a dumb battery)

ผมว่า ข้อดีอีกข้อหนึ่งของ Oppo N1 น่าจะเป็นเรื่องแบตเตอรีนี่แหละ ซึ่งน่าจะเป็นเพียงไม่กี่รุ่นในปีนี้ ที่ผมไม่จำเป็นต้องพก Power Bank ติดตัวไว้เสมอ

แบตเตอรีที่ตัวเครื่องให้มาอยู่ที่ 3160 mAh เป็นตัวเลขที่เยอะครับ และด้วยไลฟ์สไตล์การใช้งาน เช่น เครือข่ายสังคม เข้าอินเทอร์เน็ต ทำธุรกรรมการเงิน รับสาย-โทรออก ไปจนถึงฟังเพลง และถ่ายภาพเป็นครั้งคราว ทนไม้ทนมือผมได้เป็นเวลา 1 วันเต็มๆ ถือว่าดีครับ :)

อย่างไรก็ตาม ถ้าหากคุณคิดว่า Oppo N1 อาจไม่ตอบสนองการใช้งานแบบหนักหน่วงของคุณได้ ยังมีระบบ Power Saving เพื่อช่วยประหยัดแบตเตอรี

วิจารณ์ ROM Color OS

SS8

Oppo N1 รอมที่ผมใช้ตอนนี้อัปเดทล่าสุด (วันที่ 18/12/13) หากให้วิจารณ์อย่างตรงไปตรงมา ภาคซอตฟ์แวร์ของ Oppo N1 ค่อนข้างต่ำกว่ามาตรฐานครับ เป็นต้นว่าการตอบสนองต่อการทัชสกรีนค่อนข้างช้า (อันนี้เป็นความรู้สึกครับว่ามันช้ากว่าไฮเอนด์รุ่นอื่นๆ) เวลาที่จะออกจากการใช้งานแอปพลิเคชันก็จะหน่วงหน่อยนึง บางครั้งบางคราว Swype หน้าจอไม่ไป รวมไปถึงอาการ Force Closed ต่อแอปพลิเคชันยอดฮิตอย่าง Facebook และ Twitter

แถมด้วยรอมล่าสุดตัวนี้ ผมดันไปเจอบั๊กโดยบังเอิญตัวหนึ่ง ซึ่งอยู่ที่แอปพลิเคชัน Chrome Browser คือ เวลาที่ผมพิมพ์เว็บไซต์ชื่อเว็บไซต์ตรง address bar คีย์บอร์ดจะยุบหายไป ต้องแก้ปัญหาด้วยการเข้า Google.com แล้วเสิร์ชเอาจากบ๊อกซ์ด้านล่าง

Remark: Oppo N1 จะมีอีกรุ่นหนึ่งเรียกว่า รุ่น Cyanogen ซึ่งรุ่นนี้น่าจะตอบโจทย์ของบรรดาสาวกผู้ใช้งาน ROM นอก โดยเฉพาะคนที่เป็นแฟนคลับของทาง Cyanogen

Wrap-Up “Oppo N1”

ปฏิเสธไม่ได้ที่จะต้องบอกว่า Oppo N1 คือสมาร์ทโฟนที่มีการออกแบบที่เหนือชั้นกว่าชาวบ้านที่สุดรุ่นหนึ่งในเวลานี้ เคียงบ่าเคียงไหล่กับ LG G2 ด้วยความที่กล้องหมุนได้ จึงเป็นจุดตัดที่สามารถซื้อใจทั้งสุภาพบุรุษและสุภาพสตรีที่ชอบการถ่ายภาพทั้งแบบปกติและถ่ายภาพหน้าตัวเอง (Selfie) ไปจนถึงความสามารถอื่นๆ ที่ค่อนข้างรักษาความเป็นส่วนตัวแก่ผู้ใช้ได้อย่างน่าประทับใจ

เพียงแต่ว่า ด้วยสเปกเครื่อง ราคาที่วางจำหน่าย ไปจนถึงลักษณะทางกายภาพของตัวเครื่อง ดังเช่น น้ำหนักที่มากเกินไป ไซส์ของตัวเครื่องใหญ่ตรงนี้ทำให้ความน่าสนใจของ Oppo N1 ลดน้อยถอยลงไปชนิดที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ครับ

Comments