Home Tech Reviews

Galaxy Gear Review: คู่แท็กทีมสมาร์ทโฟน Galaxy Note 3

GalaxyGearCover

เสร็จสิ้นภารกิจรีวิว Galaxy Note 3 สิ่งต่อไปที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้ มันคือ Smartwatch ในนาม Galaxy Gear ที่วางจำหน่ายพร้อมกัน หากใครที่ตามข่าวสารจากต่างประเทศมาบ้าง คงพอเห็นเค้าลางเทรนด์อุปกรณ์ไอทีว่า กำลังจะหมุนไปที่กลุ่ม Smartwatch หรือถ้าจะเรียกเป็นศัพท์เฉพาะ นั่นคือ Wearable Device

ถ้าจะว่าไปแล้ว Galaxy Gear ค่อนข้างมีจุดบอดตรงที่ใช้งานได้เฉพาะสมาร์ทโฟน-แท็บเล็ต Galaxy เท่านั้น ซึ่งขณะที่กำลังเขียนรีวิวนี้ ยังมีเพียงแค่ Note 3 และ Note 10.1 เท่านั้นที่ใช้ร่วมกันได้

ดังนั้นหมายความว่า สมาร์ทโฟนแบรนด์อื่นจะไม่มีโอกาสได้แตะเนื้อต้องตัวจับคู่กับ Galaxy Gear นั่นเอง

อีกอย่างนึ่ง ที่ผมมองว่า เป็นสิ่งที่อาจทำให้ใครหลายคนตะขิดตะขวงใจในการเป็นเจ้าของ Galaxy Gear นั่นคือ ราคา ที่ถูกตั้งไว้ในระดับเกือบหมื่น (8,990 บาท)

Galaxy-Gear-3

บอกตามตรงเลยว่า ราคาที่ถูกตั้งมา ถือว่าแพง แต่นั่นก็ใช่ว่า Galaxy Gear จะไร้ซึ่งจุดดึงดูด ผมมองว่า ดีไซน์ของ Gear ไม่ขี้เหร่ โอเคแหละว่า มันอาจไม่สวยเหมือนนาฬิกาทั่วๆ ไป แต่เมื่อเทียบกับกลุ่ม Smartwatch ด้วยกัน ผมว่า Galaxy Gear ไม่เป็นรอง

Galaxy Gear รุ่นที่ผมทดสอบนี้ เป็นสีขาวครับ ข้อเสียของมันคือ มันเลอะง่าย แล้วต้องใช้เวลาในการทำความสะอาดนาน แต่เช่นนั้น ถ้าสนใจจะเป็นเจ้าของ Galaxy Gear คุณยังมีทางเลือกอีก 5 สี ได้แก่ สีดำ สีชมพู สีส้ม สีเหลือง และสีน้ำตาล

จุดแข็งของ Galaxy Gear ผ่านสายตาของผม คงเป็นเรื่องของวัสดุ โดยเฉพาะตรงสายรัดข้อมือครับ เพราะใช้ยางที่แข็งแกร่ง เหนียว ดูทนทาน แต่จุดด้อยการดีไซน์ผมว่า เป็นเรื่องของการเอาสกรูทั้ง 4 มาวางอยู่ 4 มุมของหน้าปัด มันทำให้ Galaxy Gear ดูพิลึก และลดทอนความสวยงามลงไป

สเปกเครื่อง

  • หน้าจอ 1.63 นิ้ว Super AMOLED
  • ความละเอียด 320×320 พิกเซล
  • กล้อง 1.9 ล้านพิกเซล มี BSI
  • ถ่ายวิดีโอความละเอียด 720p (ได้นานสูงสุด 10 วินาที)
  • หน่วยประมวลผล 800MHz
  • RAM 512MB
  • Internal Stirage 4GB
  • Bluetooth 4.0
  • แบตเตอรี 315 mAh

Galaxy-Gear-5

ในแง่มุมของซอฟต์แวร์ ผมว่า มันไม่แย่ การใช้งานจริงค่อนข้างเสถียร แทบไม่เจอปัญหาใดๆ เลย ผิดกับเมื่อครั้งที่เทสต์ Galaxy Note 3 ที่ซอฟต์แวร์ค่อนข้างมีปัญหาเยอะมาก

ขนาดหน้าจอ หรือหน้าปัด 1.63 นิ้ว ถ้าดูผ่านๆ เหมือนจะมีขนาดใหญ่ค่อนข้างใหญ่ แต่พอสวมใส่จริงๆ กลับไม่รู้สึกว่า มันใหญ่มากนัก หน้าปัดพอดีกับผู้สวมใส่ ส่วนหน้าจอที่เป็นแบบ Super AMOLED ค่อนข้างลงตัว ทำให้ Gear ดูจอสด ไม่ต่างจากสมาร์ทโฟนตระกูล Galaxy สักเท่าไหร่

แบตเตอรี อาจเป็นจุดบอดของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่ง Galaxy Gear เองก็หนีไม่พ้นเรื่องนี้เช่นกัน โดยหลักแล้วหากเชื่อมต่อกับ Galaxy Note 3 การใช้งานของ Gear จะอยู่ได้นานเต็มที่เพียงวันครึ่งเท่านั้น ทว่าถ้าใช้งานโดยปล่อยสแตนด์บายไว้ ไม่มีการต่อกับบลูทูธแบตเตอรีจะทนได้ราว 3-4 วัน

การถ่ายภาพ อย่างที่บอกว่า มาพร้อมกับกล้องความละเอียด 1.9 ล้านพิกเซล ด้วยขนาดพิกเซลขนาดนี้ ถ้าเป็นสมาร์ทโฟนก็คือกล้องหน้าดีๆ นั่นเอง 

คุณภาพของภาพผมว่า ไม่ขี้เหร่นะ แต่โดยปกติแล้วผมไม่ค่อยนิยมใช้ Galaxy Gear ถ่ายภาพสักเท่าไหร่

อย่างไรก็ตาม ผมเชื่อว่า คงมีคนที่ใช้ Galaxy Gear แล้วต้องการที่จะแอบถ่ายสาวๆ ด้วยกล้องที่อยู่ตรงสายรัดข้อมือ ต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ เพราะมันทำแบบนั้นไม่ได้ เมื่อใดที่คุณถ่ายภาพมันจะมีเสียงชัตเตอร์ดังลั่นออกมา และที่สำคัญไปกว่านั้น มันปิดเสียงไม่ได้ด้วย

ในแง่ของความสามารถ จากการที่ผมได้ลองใช้งาน Smartwtach ที่เป็นคู่แข่งของ Galaxy Gear มาเกือบทุกรุ่น บอกตรงๆ เลยว่า Galaxy Gear ค่อนข้างน่าประทับใจที่สุด ไม่ว่าจะเป็นด้าน QC ฟังก์ชันการใช้งาน ระบบอีโคซิสเต็ม

โดยหลักแล้ว ที่ผมใช้ใน Galaxy Gear จะเป็นพวกการนับก้าวการเดิน ระบบแจ้งเตือนต่างๆ

เริ่มต้นการใช้งาน Galaxy Gear & Galaxy Note 3

ก่อนอื่นที่จะใช้งาน Galaxy Gear กับสมาร์ทโฟนได้นั้น สิ่งแรกที่ต้องทำ นั่นคือ การแพร์ Galaxy Gear เข้ากับ Galaxy Note 3 ด้วยการเอา cradle (กรอบที่แถมมากับ Galaxy Gear) เปิดบลูทูธ – NFC ทั้ง Note 3 Gear จากนั้นสัมผัสที่ด้านหลัง จะมีการแจ้งเตือนให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Galaxy Gear แล้วเริ่มติดตั้งการใช้งาน

แต่ถ้าไม่มีให้ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Galaxy Gear อย่าเพิ่งตกใจไป ยังมีทางเลือกคือ เข้าไปที่ Samsung App แล้วดาวน์โหลดแอป Galaxy Gear มาตรงๆ แล้วเชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ตามปกติ

samsungGear

การใช้งาน Galaxy Gear เหมือนกับสมาร์ทโฟนครับ การใช้งานจะทำผ่านการทัชสกรีน ดังนั้นแล้วจะมีแพทเทิร์นในการใช้งาน ซึ่งดูตามแผนภาพด้านบนได้เลยครับ โดยหน้าหลักจะเป็นหน้า Clock หรือนาฬิกานั่นเอง ถ้าจะเปิด Contact ก็ปาดไปทางซ้าย ถ้าจะโทรออกก็ปาดจากล่างขึ้นบน เป็นต้น

มาถึงตรงนี้ผมขออธิบายเพิ่มเติมนิดนึงละกันว่า แต่ละฟังก์ชันมันทำอะไรได้บ้าง

  • Logs แสดงการรับสาย การโทรออก สายไม่ได้รับ
  • Contacts อยากโทรหาใคร ก็หาได้จากส่วนนี้
  • เป็นหน้าปัดบอกเวลา ที่สามารถเลือกอินเตอร์เฟสของของนาฬิกาได้
  • Notification บริการแจ้งเตือน
  • S Voice การใช้คำสั่งเสียง แต่การสั่งการผ่านเสียงนี้ จะทำได้เฉพาะการสั่งการแบบง่ายๆ เท่านั้น แบบที่ใช้อินเทอร์เน็ตค้นหาเป็นเบราว์เซอร์อันนั้นยังไม่ได้
  • Voice Memo บันทึกเสียง ได้นานสูงสุด 5 วินาที
  • Gallery แสดงภาพ ตรงนี้ถ้าซิงค์กับ Note 3 ภาพที่ถ่ายผ่าน Gear จะไปแสดงผลบน Note 3
  • Media Controller ฟังก์ชันมัลติมีเดีย
  • Pedometer ฟังก์ชันในการนับก้าว สำหรับคนที่ออกกำลังกาย
  • Setting เมนูการตั้งค่าต่างๆ อยู่ที่ตรงนี้หมด
  • Apps คล้ายๆ กับ App Drawer สมาร์ทโฟน

วิจารณ์

Galaxy-Gear-4

ถึงบทส่งท้ายของการรีวิว Galaxy Gear แล้ว ผมว่า ถ้านับเฉพาะคู่แข่งในกลุ่ม Smartwatch แล้วผมว่า Galaxy Gear เหนือกว่าค่แข่งรายอื่นนิดๆ นะ ที่เป็นเช่นนั้นเพราะว่า Galaxy Gear มีลูกเล่นค่อนข้างเยอะ แถมมีระบบอีโคซิสเต็มที่พ่วงกับแอนดรอยด์ น่าจะเปิดตลาดไม่ยาก อีกทั้งเรื่องของการ QC ผลิตภัณฑ์ดีกว่า smartwatch หลายเรือนที่เคยลองมา

แม้ผมจะมองว่า Galaxy Gear อาจจะเจ๋งจริงในแง่ของ Smartwatch แต่ถ้าเป็นเชิง Casual ผมว่ามันยังไม่โดนสักเท่าไหร่ เพราะด้วยปริมาณแบตเตอรีที่ใช้ได้ไม่นาน ไม่ถึง 2 วัน ตรงนี้เป็นจุดตัดที่สำคัญเลย ผมคิดว่าผู้ใช้ Galaxy Gear คงไม่ขยันพอที่จะชาร์จเพื่อใช้งานมันที่ใช้งานได้เพียงน้อยนิด

แต่ท่านผู้อ่านอาจแย้งผมก็ได้นะครับว่า ทีสมาร์ทโฟนเรายังชาร์จวันละครั้งเรายังทำกันได้เลย ก็ยอมรับครับว่า สมาร์ทโฟนต้องชาร์จเพราะมันจำเป็นกว่า Smartwatch

อีกอย่างหนึ่งผมมองแบบนี้ครับว่า ตอนที่เห็น Galaxy Gear ครั้งแรก อารมณ์มันเหมือนกับ Galaxy Note I นั่นแหละครับ คือ มันเป็นคอนเซปต์ที่ดีของซัมซุง เพียงแต่ว่ารุ่นแรกที่วางจำหน่ายในตอนนี้มันเหมือนกับการเอา Prototype มาจำหน่ายลองตลาด แล้วนำเสียงตอบรับจากผู้ใช้มาเป็นตัวขับเคลื่อนในการรังสรรค์ Galaxy Gear รุ่นใหม่ที่แน่นอนว่า ปีหน้าต้องมาอีก (ถ้าตลาด Smartwatch ยังคงอยู่)

ผมค่อนข้างเชื่อเหลือเกินว่า  Galaxy Gear Gen 2 จะน่าใช้กว่า Galaxy Gear ที่กำลังทำตลาดอยู่ในเวลานี้

แต่ก็นั่นแหละ ถ้า Galaxy Gear ใช้งานร่วมกับแอนดรอยด์รุ่นอื่นในท้องตลาดที่ไมได้จำกัดวงเฉพาะซัมซุง ก็อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจกว่านี้

Comments