Home PR News

[PR] ออราเคิลเปิดตัวสตอเรจ ZS3 ที่มาพร้อมขีดความสามารถในการทำงานที่ทำลายสถิติโลก

01

ผลิตภัณฑ์สตอเรจ ZFS รุ่นล่าสุดของออราเคิล ซึ่งก็คือ ZS3 Series ช่วยให้ลูกค้าสามารถ ปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานได้อย่างมีนัยสำคัญ ลดค่าใช้จ่ายในส่วนของดาต้าเซ็นเตอร์ และเพิ่มขีดความสามารถในการทำงานของแอพพลิเคชั่นทางธุรกิจ และด้วยพลังขับเคลื่อนของสถาปัตยกรรมแคช (cache) ขั้นสูงและระบบปฏิบัติการ SMP แบบ multi-threaded สตอเรจ ZS3 Series ให้อัตราการประมวลผล (throughput) สูงสุด และความหน่วง (latency) ต่ำสุด ในราคาที่สมเหตุสมผลบวกกับประสิทธิภาพการทำงานที่ดีกว่าเมื่อเทียบกับสตอเรจในระดับใกล้เคียงกันอย่าง NetApp, EMC, IBM และ HP

ข้อมูลจากข่าว

  • สตอเรจ ใหม่ของออราเคิล ช่วยให้ลูกค้าสามารถเร่งเวลาเข้าถึงข้อมูลเชิงลึก ลดความเสี่ยง และลดค่าใช้จ่ายในส่วนของดาต้าเซ็นเตอร์ผ่านประสิทธิภาพการทำงานที่สูง ระบบอัตโนมัติที่คล่องตัว และความร่วมมือทางวิศวกรรมที่ครอบคลุมของออราเคิล
  • ด้วยประสิทธิภาพการทำงานที่ทำลายสถิติโลก สตอเรจ ZS3 Series ของออราเคิล ช่วยให้ลูกค้าสามารถ ดำเนินงานทางธุรกิจส่วนสำคัญๆ ได้เร็วขึ้น ซึ่งรวมถึงการเพิ่มประสิทธิภาพห่วงโซ่อุปทาน ปิดงบดุลรายไตรมาส ประเมินสถานการณ์การลงทุนจำนวนมาก และเร่งกระบวนการสืบค้นฐานข้อมูล (database queries) นอกจากนี้ยังช่วยให้องค์กรขนาดใหญ่ (enterprise) สามารถตอบสนองความต้องการของแอพพลิเคชั่นอย่างคล่องตัว ขณะเดียวกันก็ช่วยร่นเวลาในการดำเนินธุรกิจ
  • ในการลดความซับซ้อนของการติดตั้งและการใช้งาน Oracle Database เพิ่ม ประสิทธิภาพการทำงานของฐานข้อมูล และลดความต้องการของสตอเรจ ZS3 Series ใช้ประโยชน์จาก คุณลักษณะและขีดความสามารถเฉพาะในสตอเรจของออราเคิล:
    • Oracle Intelligent Storage Protocol (OISP) ใหม่ ช่วยให้การปรับตั้งค่าและบริหารจัดการ Oracle Database เป็นไปโดยอัตโนมัติ ทั้งนี้ Oracle Database 12c ทำหน้าที่ส่ง metadata (โดยผ่าน OISP) ไปยังสตอเรจ Oracle ZS3 ซึ่งสามารถช่วยให้การปรับตั้งค่าเกิดขึ้นอัตโนมัติ ลดกระบวนการต่างๆ ที่ใช้คนลงร้อยละ 65 ในขณะเดียวกันก็ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของฐานข้อมูลและลดความ ผิดพลาดของมนุษย์ ผลที่ได้คือ ลูกค้าสามารถทำงานได้มากขึ้นด้วยจำนวนพนักงานที่มีอยู่เท่าเดิมและริเริ่มโครงการเชิงกลยุทธ์ต่างๆ ได้เร็วขึ้น
    • ขีดความสามารถใหม่ๆ อย่าง Heat Map และ Automatic Data Optimization (ADO) ของ Oracle Database 12c ปรับใช้การบีบอัดข้อมูลในระดับที่แตกต่างกัน ผ่านวงจรชีวิตของข้อมูลเพื่อให้ประสิทธิภาพของฐานข้อมูลที่สูงอย่างต่อเนื่องและความจุของสตอเรจที่น้อยลง
    • Hybrid Columnar Compression (HCC) บีบอัดข้อมูลใน Oracle Database ลงได้ถึง 10-50 เท่า ช่วยลดปริมาณการใช้สตอเรจและแบนด์วิดธ์ ซึ่งนำไปสู่การประหยัดค่าใช้จ่ายได้อย่างมากผ่านการหลีกเลี่ยงค่าใช้จ่ายที่เกิดจากสตอเรจ ซึ่งรวมถึงโครงสร้างพื้นฐานของดาต้าเซ็นเตอร์ การทำความเย็น สวิทช์ ท่อร้อยสาย (conduit) สาย ชั้นวาง พื้นที่ และการบำรุงรักษา
  • ระบบปฏิบัติการ SMP ของ ZS3 ใช้ประโยชน์อย่างเต็มที่จากสถาปัตยกรรมใหม่ รวมถึงแคชจำนวนมากและโปรเซสเซอร์แบบ multi-core เพื่อให้ผู้ใช้มีแบนด์วิดธ์ใช้กว่า 32 GB ต่อวินาทีในระบบเดียว คุณสมบัตินี้ช่วยให้ ZS3 รองรับ VM จำนวนนับพันๆ ต่อระบบ จึงง่ายต่อการจัดการ input/output (I/O) ที่มีความสลับซับซ้อนสูง ซึ่งทำให้ NAS filer แบบเดิมๆ อิ่มตัว นำไปสู่ filer sprawl
  • ZS3 เป็นสตอเรจรุ่นเดียวที่มาพร้อมประสิทธิภาพการทำงานที่ปรับเปลี่ยนตามแอพพลิเคชั่นและ health analytics แบบ real-time ช่วยให้ลูกค้าสามารถมองเห็นภาพการทำงานของ CPU รวมถึงแคช โปรโตคอล ดิสก์ หน่วยความจำ ระบบเครือข่าย และข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับระบบ ทั้งหมดในเวลาเดียวกัน ทั้งนี้ การศึกษาวิจัยอิสระชี้ให้เห็นว่า DTrace Storage Analytics ซึ่งเป็นคุณสมบัติมาตรฐานของสตอเรจ Oracle ZFS ช่วยให้ลูกค้าสามารถแก้ไขปัญหาได้เร็วขึ้นถึงร้อยละ 44 ลดความซับซ้อนให้น้อยลงกว่า NetApp FAS3270 ร้อยละ 38 ผลที่ได้คือ ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านการดูแลระบบลงถึง 27,000 เหรียญสหรัฐต่อระบบต่อปี
  • ZS3 Series มาพร้อมกับการออกแบบแคชแบบ Hybrid Storage Pools ที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้น จึงช่วยประหยัดพื้นที่ลงได้ถึง 4 เท่า เพื่อประสิทธิภาพการทำ caching ที่ดีขึ้นในส่วนของข้อมูลสำคัญๆ และประสิทธิภาพด้านการเขียนที่ได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นอีกหลายส่วน ซึ่งเอื้อต่อเวลาตอบสนองแบบ low-latency สม่ำเสมอ ขณะที่สถาปัตยกรรม ZS3 Hybrid Storage Pools ได้รับการปรับปรุงให้รองรับ flash และเอื้อต่อระบบ multi-core มาตั้งแต่ปี 2008 และการปรับปรุงครั้งล่าสุดทำให้ประสิทธิภาพในส่วนของเวลาตอบสนองโดยรวมดีขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า 2 เท่า
  • ด้วยอัลกอริทึมในการทำแคชชิ่งอันชาญฉลาดของ ZS3 ร้อยละ 70 ของ input/output (I/O) ได้จาก DRAM มากถึง 2TB ต่อระบบ ซึ่งเร็วกว่าแฟลชไดรฟ์ 1 พันเท่าและเร็วกว่า ฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ 10,000 เท่า ช่วยเร่งกระบวนการ queries และ time to insight
  • ออราเคิลจะเปิดเวทีสนทนาเกี่ยวกับสตอเรจ ZS3 ใหม่ในระบบ Webcast วันนี้ เวลา 10:00 (PT) ลงทะเบียนที่นี่

คำกล่าว                                                          

  • “ขีดความสามารถในการส่งมอบ Application Engineered Storage ของออราเคิลถือเป็น ปัจจัยสร้างความแตกต่างที่สำคัญ ซึ่งช่วยให้ลูกค้าสามารถเพิ่มขีดความสามารถการทำงาน ประสิทธิภาพ และผลิตภาพได้สูงสุด ด้วยค่าใช้จ่ายที่ต่ำกว่าคู่แข่งอย่างเห็นได้ชัด” สกอตต์ เทรซี่ รองประธานฝ่ายการพัฒนาซอฟต์แวร์ของออราเคิล กล่าว “ผลิตภัณฑ์สตอเรจ ZS3 ใหม่ของออราเคิลแสดงให้เห็นถึงพลังและและความคุ้มค่าที่ระบบฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์สามารถให้ได้”
  • “ในฐานะพันธมิตรของออราเคิลที่มีประสบการณ์ร่วมกันยาวนานทั้งในส่วนของฮาร์ดแวร์และซอฟแวร์ ขณะนี้เราสามารถนำเสนอประโยชน์ที่น่าสนใจในแง่ประสิทธิภาพการทำงานของ Application Engineered Storage แก่ลูกค้าของเราด้วยต้นทุนที่ค่อนข้างต่ำ” ไมค์ ธอมป์สัน ประธานและซีอีโอของกรุ๊ปแวร์ เทคโนโลยี ระบุ “เราสามารถทำ proof of concepts ของสตอเรจ ZFS ในห้องปฏิบัติการของเราเองเพื่อแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพการทำงานที่สูงอย่างเห็นได้ชัดและคุณสมบัติเฉพาะของระบบอย่าง Hybrid Columnar Compression เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพที่สูงขึ้น และ Oracle Intelligent Storage Protocol เพื่อการปรับฐานข้อมูลให้สอดคล้องลงตัว”
  • “Continental Resources เป็นสมาชิก OPN ที่แน่นแฟ้นและยาวนาน เรารู้สึกตื่นเต้นอย่างมากกับการเปิดตัวสตอเรจรุ่นล่าสุดนี้ ZS3 series ใหม่ของออราเคิลถือเป็นตัวเชื่อมที่ดีที่สุด กับเครื่องไคเอ็นท์ของ Oracle Database ที่ใช้คุณสมบัติต่างๆ เช่น Oracle Intelligent Storage Protocol และ Hybrid Columnar Compression ที่จะขจัดการคาดเดาออกจาก การปรับแต่งและการตั้งค่า” เควิน แมคแคน ซีโอโอของ Continental Resources กล่าว “ขณะนี้เราสามารถช่วยให้ลูกค้าของเรามั่นใจได้ว่าจะได้โซลูชั่นด้านการจัดเก็บข้อมูลที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสอดคล้องกับความต้องการของแอพพลิเคชั่น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใช้เทคโนโลยีของออราเคิลกับออราเคิล (Oracle-on-Oracle)”
  • “ผลการทดสอบ ZS3 series ใหม่ของออราเคิลระบุว่า ผู้ใช้จะได้ประสิทธิภาพการจัดเก็บที่ดีขึ้นด้วยจำนวนระบบที่ต้องจัดการน้อยลง” เจสัน ปีเตอร์สัน ผู้ออกแบบโซลูชั่นออราเคิลที่ฟอร์ไซท์ กล่าว “ในฐานะสมาชิกระดับแพลทินัมของ Oracle Partner Network เราเล็งเห็นคุณค่าที่ลูกค้าของเราจะได้รับจากผลตอบแทนที่ดียิ่งขึ้นในส่วนของทรัพยากรด้านดาต้าเซ็นเตอร์ที่ ZFS Storage Appliance จะมอบให้”

แหล่งข้อมูลเพิ่มเติม

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.