Home Highlights Content

Review Lenovo A390 ถึงเวลาปลดระวาง ‘ฟีเจอร์โฟน’ !?

15

พูดถึงแบรนด์เลอโนโวแล้ว แบรนด์นี้จัดได้ว่า เป็นโคตรพี่เบิ้มในวงการคอมพิวเตอร์ แต่ถ้าเป็นวงการสมาร์ทโฟน/แท็บเล็ต ใครหลายคนอาจต้องขยี้ตาสักรอบแล้ว ถามว่า เขาโดดมาเล่นตลาดโมบิลิตี้แล้วหรือ ?

คำตอบก็คือใช่ครับ เขาโดดมาเล่นในตลาดนี้แล้ว ที่สำคัญการมาครั้งนี้ไม่ได้มาแบบเงียบๆ แต่กลับมาแบบชนิดที่เรียกว่าแทบจะทุบตลาดทุกเซกเมนต์เลยก็ว่าได้ โดยเฉพาะในรุ่นที่เราจะรีวิวกันในบทความนี้อย่าง Lenovo A390

ถ้าผู้อ่านท่านใดยังไม่ได้อ่านพรีวิว Lenovo A390 ขอเชิญที่นี่ก่อนเลยครับ [Sneak Preview] Lenovo A390 น้องเล็กหน้าใหม่ ดูอัลคอร์จากจีน

อันดับแรกขอเริ่มต้นที่สเปกเครื่องก่อนเลย

Z1

  • หน้าจอ 4 นิ้ว
  • ระบบ 2 SIM (SIM 1 รองรับ 3G คลื่น 2100 ส่วน SIM 2 900/1800)
  • RAM 512MB | Storage 4GB
  • กล้องหลัง 5 ล้านพิกเซล ไม่มีแฟลช ไม่มีกล้องหน้า
  • แอนดรอยด์ 4.0.4
  • ดูอัลคอร์ 1GHz (MTK 6577)
  • แบตเตอรี 1500 mAh

2 SIM เจ๋งหรือเจ๊ง ?

51

ธรรมชาติโดยทั่วไปแล้ว สมาร์ทโฟนฝั่งจีนมักอยู่ในรูปแบบของสองซิมเป็นหลัก ….ถ้าพูดให้ถูก คนไทยหลายคนก็ชอบการใช้งาน 2 SIM นะ ซึ่ง A390 รุ่นนี้เอง ก็มาพร้อมกับการใช้งาน 2 SIM เช่นกัน

เพียงแต่ว่า รุ่นนี้มันถูกออกแบบเพื่อเน้นกับ SIM ของฝั่ง AIS นี่สิ โอเคอยู่ว่า ฝั่ง 3G รองรับในคลื่น 2100 MHz อันนี้ทั้ง AIS, Dtac, True ใช้ได้หมด แต่ 2G รับเฉพาะ 900/1800 นั่นหมายความว่า จะไม่มีประโยชน์อันใดเลย ถ้าซิมดังกล่าวเป็น Dtac หรือ Truemove

ดังนั้นแล้ว 2 SIM ของ A390 มันเจาะกลุ่มเฉพาะลูกค้าเครือข่ายใดเครือข่ายหนึ่งไปสักหน่อย

อีกประการหนึ่งที่เสียดายนิดๆ ในรุ่นนี้ นั่นคือ ตัวเครื่องไม่มีความสามารถด้านการสลับซิมการใช้งาน เช่น ตอนนี้ซิม AIS อยู่ซิม 1 ต้องการที่จะสลับไปอยู่ในซิม 2 จุดนี้มันทำไม่ได้ การใส่ซิมจะถูกตั้งค่าอัตโนมัติไว้แล้วที่สล็อตที่อยู่ด้านหลังเครื่อง

แต่เหนือสิ่งอื่นใด แม้ว่าตัวเครื่องจะมีสล็อตใส่ซิมเป็น Normal SIM ทว่าถ้าผู้ใช้มี MicroSIM ก็สามารถทำได้ เพียงแต่วางให้กึ่งกลางสักหน่อย ก็สามารถใช้งานได้แล้ว

ทำไม A390 ถึงเรียกว่าทุบตลาด ?

22

ลองปิดตานึกดูเล่นๆ นะครับว่า สมาร์ทโฟนราคาไม่ถึงสามพันในตลาดมีรุ่นไหนบ้าง ?

คิดแทบตาแตกก็แทบจะไม่มีใครขายสมาร์ทโฟนในราคานี้กัน ส่วนใหญ่แล้วมือถือรา 2,990 บาท แทบจะเป็นสมาร์ทโฟนเฮาส์แบรนด์หรือไม่ก็เป็นฝั่งฟีเจอร์โฟนไปเลย ซึ่งการที่แบรนด์ใหญ่ระดับโลกอย่างเลอโนโวลงมาเล่นในตลาดนี้ อย่างน้อยๆ ก็เชื่อได้ระดับหนึ่งว่า สินค้าที่ออกมาสู่ตลาดนั้น ไม่ได้เป็นสินค้าที่ไร้คุณภาพสักเท่าไหร่

อีกเรื่องที่น่ามองด้วยการที่สมาร์ทโฟนกระเถิบราคาต่ำลงไปเรื่อยๆ นั่นหมายความว่า พื้นที่ยืนของฟีเจอร์โฟนในค.ศ.นี้ ถูกบีบให้แคบลงเรื่อยๆ เวลานี้ถ้าคุณมีเงินเพียง 3,000 บาท ก็สามารถซื้อหาสมาร์ทโฟนหนึ่งรุ่นได้โดยง่าย

แล้วแบบนี้ถึงเวลาปลดระวางฟีเจอร์โฟนที่บ้านแล้วหรือยัง ?

31

เอาจริงๆ เลยก็ต้องบอกว่า ในปัจจุบันมันมีเหตุและปัจจัยที่ทำให้สมาร์ทโฟนน่าใช้กว่าฟีเจอร์โฟนเยอะมาก ทั้งในเรื่องของแอปพลิเคชัน เรื่องของการเข้าใช้งานอินเทอร์เน็ต ฟังก์ชันพื้นฐาน เช่น ปฎิทิน กล้อง มันโอคกว่าฟีเจอร์โฟนเยอะมาก

และยิ่งในปัจจุบันเรื่องของ Social Network และเรื่องของการแชตเข้ามามีบทบาทต่อผู้ใช้งานโทรศัพท์มากขึ้น การที่จะใข้งานบริการเหล่านี่ผ่านเพียงคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลที่บ้านหรือที่ทำงานอาจไม่เพียงพอ และไม่ตอบโจทย์ความกระหายในการเชื่อมต่อออนไลน์ตลอดเวลา ดังนั้นสมาร์ทโฟนจึงเป็นทางเลือกที่สุดแสนจะยั่วยวนใจให้คนต้องคอนเวิร์สจากฟีเจอร์โฟนมาเป็นสมาร์ทโฟน

ถ้าถามผม มันถึงเวลาเปลี่ยนมาเป็นฟีเจอร์โฟนแล้วหรือยัง ผมว่า มันก็ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแล้วนะ ด้วยรูปแบบการใช้งานที่ปัจจุบันส่อแววจะเป็นในเชิงโมบิลิตี้มากขึ้น มันค่อยๆ ทยอยให้ผู้ใช้ฟีเจอร์โฟนต้องขยับเปลี่ยนตามกระแสของโลก

เพียงแต่ว่า ในกลุ่มของผู้สูงอายุ แน่นอนว่า การเลือกเปลี่ยนจากฟีเจอร์โฟนมาเป็นสมาร์ทโฟนอาจไม่เป็นไปได้ 100% เพราะ….การใช้งานมันยากเกินไป

42

ประเด็นนี้จริง ต้องยอมรับโดยส่วนหนึ่งว่า ผู้สูงวัยไม่ว่าชาติไหนๆ ก็ตาม ถ้าหากเขาไม่ได้ตามติดเทคโนโลยีหรือมีโอกาสที่ได้ใกล้ชิดกับของเหล่านี้ บอกเลยร้อยทั้งร้อย ไม่มีใครกล้าใช้

ด้วยชุดความคิดที่ว่า มันเข้าใจยาก จะว่าไปก็จริงนะครับ ลองคิดดูเล่นๆ ว่า ถ้าหากผู้สูงอายุต้องการที่จะกดโทรออก….ถ้าเป็นฟีเจอร์โฟนปกติก็เพียงแค่กดเลขบนแป้นโทรศัพท์แล้วกดโทรออก แต่ถ้าเป็นสมาร์ทโฟนมันต้องกระทำผ่านแอปพลิเคชัน จุดนี้คือความต่างที่เห็นได้ชัด

หนำซ้ำในเรื่องของตัวหนังสือ ด้วยความที่ฟีเจอร์โฟนมีรูปแบบการใช้งานที่เป็น Text น้อยกว่าสมาร์ทโฟน อีกทั้งยังมีอินเตอร์เฟสเข้ามาเกี่ยวข้อง ทำให้การใช้งานดูยุ่งยาก และดูยุบยับเต็มไปด้วยไอคอนสารพันหลากหลาย อย่าลืมด้วยนะว่า สมาร์ทโฟนในราคาที่ไม่แพง ส่วนใหญ่จะมีตัวเครื่องที่ขนาดเล็กกะทัดรัด เรื่องของการอ่านคงต้องเพ่งกันอย่างสุดฤทธิ์

ดังนั้นแล้ว โอกาสที่ฟีเจอร์โฟนจะถูกปลดระวางลงไปนั้น มันเป็นไปได้ แต่อาจต้องใช้เวลายาวนานกว่าจะถึงช่วงเปลี่ยนผ่าน

เว้นเสียแต่ว่า จะมีวัยรุ่นอย่างเราๆ (:)) ไปสอนการใช้งานนั่นแหละ และผู้สูงอายุก็ต้องเปิดใจรับในการใช้งานสิ่งใหม่ๆ ด้วย ซึ่งนั่นอาจได้พบกับสิ่งที่ฟีเจอร์โฟนไม่อาจตอบโจทย์การใช้งานก็เป็นได้

การถ่ายภาพ

91

ด้วยราคาเครื่องที่อยู่ในหลัก 3,000 ทอน 10 บาท ความสามารถด้านกล้อง ก็บอกไว้ตรงนี้เลยว่า อย่าไปคาดหวังอะไรมากนัก คุณภาพที่ออกมาค่อนข้างธรรมดา ถ่ายในที่สว่างๆ ก็พอไหว มีดีหน่อยก็ตรงที่พกพาความสามารถการถ่ายภาพแบบ HDR มาให้

ส่วนตัวอย่างของภาพก็ตามนี้เลยครับ

IMG_20130723_091909

IMG_20130723_091922

IMG_20130723_123114

พูดถึงอินเตอร์เฟส

71

ผมเป็นคนโรคจิตชนิดหนึ่ง ที่ชอบดูอินเตอร์เฟสของสมาร์ทโฟนแต่ละเครื่อง อันนี้ความเห็นส่วนตัวของผมเลย รู้สึกว่า สมาร์ทโฟนจากฝั่งจีนมีอินเตอร์เฟสที่ไม่ค่อยสวยสักเท่าไหร่ มันดูเหมือนของเล่นไปสักหน่อย ใน Lenovo A390 มีให้ปรับ Icon นะ แต่เท่าที่ลองปรับไปทีละอันๆ มันก็ดูไม่เข้ากับ Icon ที่โหลดมาจาก Play Store รวมถึง Icon Default ของตัวเครื่องด้วย

ถ้าเป็นไปได้อยากเห็นผู้ผลิตสมาร์ทโฟนฝั่งจีนน่าจะศึกษาจากเกาหลี ไต้หวัน หรืออเมริกัน สักหน่อย เพราะเหล่านี้ออกแบบอินเตอร์เฟสได้ดูสวยงาม ดูน่าใช้กว่ามากๆ

วิจารณ์การใช้งานโดยภาพรวม

61

มาถึงช่วงสุดท้ายของรีวิว A390 แล้ว ขอบอกคุณผู้อ่านตามตรงเลยว่า รุ่นนี้ค่อนข้างหน่วงอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเปิดเครื่องเข้าสู่ Homescreen แล้วนำทางต่อไปยัง App Drawer

อาการ Force Close จากแอปพลิเคชันที่ใช้งานอยู่ก็เกิดขึ้นอยู่เป็นบางครั้ง การทำงานของเครื่องค่อนข้างช้าไม่ทันใจ สำหรับคนที่ใช้งานสมาร์ทโฟนระดับ Mid to Hi

ด้านระบบสัมผัสก็ไม่แม่นสักเท่าไหร่ คีย์บอร์ดภาษาไทยที่ให้มาตาม Deafult ก็ไม่ดีสักเท่าไหร่ จนบางทีก็เป็นปัญหาในการใช้งานเหมือนกัน

จุดนี้ก็ไม่ต้องตามหาสาเหตุอะไรมานัก เนื่องจากว่า RAM ที่ให้มามีไม่ค่อยเยอะ ถ้าใช้งานเครื่องแบบหนักๆ รุ่นนี้ก็คงแบกรับความต้องการนั้นไว้ไม่ได้

แบตเตอรี

81

สิ่งสำคัญที่สมาร์ทโฟนมักถูกค่อนขอดอยู่เสมอว่า แบตเตอรีมักไร้ซึ่งความอึด ซึ่งจะว่าไปแล้วเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องที่จริงพอสมควร จากที่ทดสอบมา ถ้าเล่นบริการ Social Network หรืออ่านพวกฟีดข่าว แบตเตอรีก็จะคงอยู่ได้ราวๆ 7-8 ชม. ยิ่งถ้าใช้บริการแชตอย่าง LINE แล้วมีการคุยต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ก็คงลดลงเหลือราวๆ 5 ชม. แต่ทั้งหมดนี้ก็ขึ้นอยู่กับไลฟ์สไตล์ในการใช้งานด้วยครับ

Like

  • สมาร์ทโฟนราคาถูกที่สุดในตลาด
  • ถ้าชอบการใช้งานพื้นฐาน เช่น Facebook, LINE, Twitter ก็ตอบโจทย์ตรงนี้ได้

Dislike

  • จอทัชสกรีนไม่แม่นเลย
  • คีย์บอร์ดภาษาไทยที่ให้มานั้น ต้องปรับปรุง
  • เป็น 2 SIM ที่ยังไม่เปิดกว้างสำหรับเครือข่ายอื่นๆ

ทั้งหมดนี้ คือ รีวิว Lenovo A390 หวังว่าจะเป็นบทความประกอบการตัดสินใจนะครับ :)

Comments