Home Tech News Android

Review: Trinet Phone Cheetah สมาร์ทโฟนประเดิมกลยุทธ์บุกตลาด 3G

MiPow-Boom-mini

อย่างที่ทราบกันดีครับว่า เครือข่าย 3G บนคลื่นความถี่ 2100 MHz ถูกเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ไม่ว่าจะเป็นค่าย A ค่าย D และค่าย T ต่างก็เตรียมงัดกลยุทธ์ออกมาตามแต่ใครจะถนัด ซึ่งกลยุทธ์แรกที่ออกมา คือ การจำหน่ายสมาร์ทโฟนในแบรนด์ตัวเองออกมา ด้วยการว่าจ้างให้ทำเป็นในรูปแบบ OEM

ซึ่งในวันนี้สมาร์ทโฟนของค่าย D หรือที่เรารู้จักกันในนาม Dtac ได้ส่งเครื่องมาให้ทีมงาน Mobiledista ได้ทดสอบ โดยเครื่องรุ่นนี้ จัดเป็นตัวท็อปใช้ชื่อในการทำตลาดว่า Cheetah

สัมผัสแรก

MiPow-Boom-mini-14

ก่อนที่จะได้จับตัวเครื่อง Cheetah รุ่นนี้ ผู้เขียนทราบมาก่อนแล้วว่า ดีแทคได้ให้หัวเว่ยเป็นผู้ผลิต OEM ให้ โดยใช้โมเดลของ Huawei Ascend G510 เป็นต้นแบบ ซึ่งจะว่าไปแล้วก็คล้ายๆ กับสมาร์ทโฟนของหัวเว่ยที่ได้รีวิวไปเมื่อไม่นานมานี้อย่าง Huawei Honor 2

ความรู้สึกเกี่ยวกับรุ่นนี้ ไม่ต่างจากเมื่อครั้งได้สัมผัส Honor 2 ด้วยตัวเครื่องที่ออกแบบมาอย่างเทอะทะ มีน้ำหนักที่ค่อนข้างมาก ขอบจอสีดำเยอะ แต่เรื่องงานประกอบไว้ใจได้ ไม่ก๊องแก๊ง ดูแข็งแรง

สเปกเครื่อง

Trinet-Phone-Cheetah-9

ต้องยอมรับว่า ด้วยความที่เป็นแบรนด์จีน การคุมเรื่องค่าใช้จ่ายในการผลิตสามารถทำได้อย่างเยี่ยมยอด จนบางครั้งบางคราทำให้คนที่ติดตามในวงการไอทีอย่างเราๆ รู้สึกอึ้งและทึ่งมานักต่อนักแล้ว โดยสเปกของ Dtac Cheetah รุ่นนี้ มีดังนี้ครับ

Trinet-Phone-Cheetah-SS8

  • ควอลคอมม์ ดูอัลคอร์ 1.2GHz ARM Cortex-A5
  • แอนดรอยด์ Jelly Bean 4.1.1
  • หน้าจอ 4.5 นิ้ว IPS 854×480
  • กล้อง 5 ล้านพิกเซล กล้องหน้า VGA 3 แสนพิกเซล
  • RAM 512MB
  • หน่วยความจำ 4GB +microSD 32GB (สูงสุด)
  • แบตเตอรี 1700mAh

รอบตัวเครื่อง

MiPow-Boom-mini-3

ด้านหน้า เริ่มจากขนาดหน้าจอ มี LED notification ทางด้านขวา ทางซ้ายเป็นกล้องหน้าความละเอียด VGA ด้านล่างปุ่ม Capacitive 3 ปุ่ม

Trinet-Phone-Cheetah-4

ด้านซ้าย – ปุ่มเปิด/ปิดเครื่อง ปุ่ม Rocker ด้านล่างสุดเป็นพอร์ทไมโครยูเอสบี

Trinet-Phone-Cheetah-5

ด้านขวา – ไม่มีอะไร

Trinet-Phone-Cheetah-6

ด้านบน – พอร์ทหูฟังขนาดมาตรฐาน

Trinet-Phone-Cheetah-7

ด้านล่าง – มีไมโครโฟนเล็กๆ และร่องสำหรับแกะเพื่อเปิดฝาหลังเครื่อง

Trinet-Phone-Cheetah-8

ด้านหลัง – กล้องขนาด 5 ล้านพิกเซล มีแฟลช ลำโพง

ซอฟต์แวร์

SS1

เปิดเครื่องเข้ามาก็เจอ Unlock Screen โทนสีของเครื่องจะเน้นไปที่สีฟ้า ซึ่งเป็นสีประจำของดีแทคนั่นเอง อินเตอร์เฟสของเครื่องพัฒนามาจาก Emotion UI ของหัวเว่ยเองส่วนหนึ่ง และอีกส่วนมาจาก Android Stock ROM ที่เหลือเสริมแต่งด้วยวิดเจ็ตเพื่อบ่งบอกความเป็นดีแทคเข้าไป

Trinet-Phone-Cheetah-SS2

ภายในเครื่องของ Cheetah จะไม่มี App Drawer การแสดงแอปพลิเคชันทั้งหมดจะอยู่บน Homescreen การใช้งานแค่ปาดซ้าย ปาดขวา ซึ่งในส่วนนี้ ผู้ใช้สามารถเลือกเอฟเฟกต์ได้ว่า ต้องการให้มีรูปแบบเป็นเช่นไร

นอกเหนือจากนี้ ภายในยังมีลูกเล่นให้ปรับแต่งอีกเล็กน้อย นั่นคือ ในส่วนของธีมและรูปแบบของเครื่อง

Trinet-Phone-Cheetah-SS3

ธีม จะมีธีม Default ให้เลือก 5 แบบ เมื่อเลือกปรับแต่งธีมปัจจุบันจะยังมีให้ปรับแต่งอีกจำนวนหนึ่ง ทั้งการล็อคหน้าจอ วอลเปเปอร์หน้าจอตอนที่ล็อคเครื่อง วอลเปเปอร์หน้าจอหลัก สไตล์ของไอคอนภายในแอป นอกนั้นเป็นการตั้งค่าเสียง

Trinet-Phone-Cheetah-SS4

ต่อมาคือ รูปแบบเป็นสิ่งที่ผู้เขียนประทับใจนะ ที่มีการออกรูปแบบที่เหมาะกับการใช้งานตามสถานการณ์ เช่น ผู้ใช้กำลังอยู่ในระหว่างการประชุมก็เลือกรูปแบบประชุม ถ้ากำลังเข้าสู้โหมดหลับใหลก็เลือกโหมดสลีป หรือว่าทำงานอยู่ภายนอกก็จะมีรูปแบบการทำงานภายนอกให้เลือก

Dtac Application

แน่นอนว่า Trinet Phone รุ่น Cheetah นี้เป็นผลงานของดีแทค เช่นนั้น ไม่ต้องแปลกใจที่จะต้องมีแอปพลิเคชันของดีแทคฝังมาให้อยู่อย่างเต็มเปี่ยม ทั้ง Dtac eService, Dtac Watchever, Game Room, Happy Baan Cartoon

Trinet-Phone-Cheetah-SS5

ซึ่งตรงแอป Baan Cartoon ก็แฝงการตลาดอีกนิดนึงด้วยมีบริการซื้อธีมลายการ์ตูนดังๆ พวก Pooh Sanrio

ส่วนแอปพลิเคชันอื่นๆ อย่าง dtacPlay, Deezer, HoroDtac และ SportDtac ต้องใช้ซิมของเครือข่ายดีแทคเท่านั้น

ทดสอบการเล่นเกม

Trinet-Phone-Cheetah-SS6

ขอออกตัวก่อนว่า ผู้เขียนไม่นิยมเล่นเกมมากนัก ดังนั้นจึงไม่ค่อยได้ติดตามแอปพลิเคชันพวกเกมใหม่ๆ มาก แต่เชื่อว่า ผู้ใช้งานโดยทั่วไปต้องกันบ้าง

ซึ่งจากการทดสอบการเล่นแอปเกมผ่าน Temple Run ตัวเครื่องค่อนข้างกระตุก การวิ่งไม่สมูธ และยิ่งเป็นเกมแนว Endless Running ทำให้การเล่น Temple Run ผ่าน Cheetah ไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่

การดูหนัง

Trinet-Phone-Cheetah-SS7

ผู้เขียนทดสอบด้วยวิดีโอความละเอียด 720p ของเรื่อง Game of Thrones ผลที่ได้คือ กระตุกอย่างมาก ทำให้ได้ข้อสรุปง่ายๆ ว่าการดูหนัง เล่นเกมผ่าน Cheetah ไม่เหมาะอย่างยิ่ง

การถ่ายภาพ

อีกหนึ่งความสามารถที่ผู้ใช้งานฟีเจอร์โฟนและสมาร์ทโฟนต้องใช้ นั่นคือ การถ่ายภาพ ซึ่งการถ่ายภาพของ Cheetah การประมวลผล การทำงาน ไม่ถึงกับรวดเร็วนัก ฟีเจอร์ในการปรับแต่งการถ่ายภาพยังมีไม่ค่อยเยอะ หลักๆ จะมีฟิลเตอร์ การปรับแสงขาว ซีนของภาพ

ส่วนคุณภาพที่ออกมา ค่อนข้างกลางๆ ดูจืดๆ  และนี่เป็นตัวอย่างการถ่ายภาพผ่าน Trinet Phone รุ่น Cheetah ครับ

 ภาพตัวอย่าง

IMG_20130703_185142-768x1024

 

IMG_20130703_182704-1024x768

ดูภาพเต็มๆ ไม่ลดขนาดได้ที่นี่ครับ http://www.flickr.com/photos/98480851@N08/

คำแนะนำ

สำหรับมือใหม่ของการใช้สมาร์ทโฟน ซึ่งแน่ละผู้ใช้ที่เป็นเจ้าของเครื่อง Cheetah รุ่นนี้ มีความเป็นไปได้อย่างสูงว่า มาจากกลุ่มผู้ใช้ฟีเจอร์โฟนมาก่อน สิ่งที่ต้องพบเจอประการแรกคือ Internal Storage ค่อนข้างน้อย ต้องเตรียมพวก microSD สักจำนวนหนึ่ง เพื่อรองรับกับแอปพลิเคชันที่จะใช้งาน

การใช้งานใน 1 วัน

Trinet-Phone-Cheetah-SS10

หลักๆ ในการใช้งานของผู้เขียนก็จะเป็นการใช้เครือข่ายสังคม การจัดการแฟนเพจบนเฟซบุ๊ก อ่านฟีดข่าวผ่าน Google Current ดู Stats เว็บผ่านแอป Google Analytics ซิงค์โน้ตต่างๆ ผ่าน Evernote และเช็คอีเมล ซึ่งจะเห็นได้ว่า เป็นการใช้งานที่ค่อนข้างพื้นฐานไม่ได้ผาดโผนอะไรมาก ทำให้สามารถใช้งานได้แทบจะ 1 วันเต็มๆ

ส่วนการเล่นเกม การถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ ดูหนังแทบจะไม่กระทำผ่าน Trinet Phone Cheetah เพราะคุณภาพที่ออกมานั้น ไม่ดีเท่าที่ควร

ทดสอบด้วย Benchmark

 Trinet-Phone-Cheetah-SS9

จุดขายของ Trinet Phone Cheetah

  • ราคาถูก เมื่อมองถึงสเปกเครื่อง
  • วัสดุประกอบงานใช้ได้
  • สเปกเครื่อง จัดว่าแรงใช้งานได้จริง
  • รองรับซิมอื่นที่ไม่ใช่ Dtac ได้
  • ประกันเครื่องหากมีปัญหานานถึง 15 เดือน แถมถ้าระหว่างการใช้งานเครื่องใน 7 วันแรกมีปัญหาเปลี่ยนให้ใหม่เลย
  • แบตเตอรีอึดดี

จุดบอดของรุ่นนี้

  • การถ่ายภาพที่ยังไม่ดีนัก
  • อาจเล่นแอปเกมที่ต้องการไม่ได้ กระตุก
  • ไม่อาจตอบสนองด้านการดูหนังได้อย่างเต็มที่
  • จอไม่ละเอียด
  • อาจไม่มีการอัปเดทระบบปฏิบัติการให้

เหมาะกับใคร

การถือกำเนิดของ Trinet Phone รุ่น Cheetah นี้ เป็นไปตามกลยุทธ์ทางการตลาดของทางดีแทคที่ต้องการให้ตัวเครื่องล้อไปกับเครือข่าย 3G ที่ดีแทคกำลังชูอยู่ ดังนั้นกลุ่มผู้ใช้ที่จะเป็นลูกค้าของดีแทค จะต้องเป็นกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้ใช้หน้าใหม่ในกลุ่มสมาร์ทโฟน ซึ่งการใช้งานมีรายละเอียดขั้นตอนที่เข้าใจง่าย และไม่น่าจะทำให้ลูกค้าลำบากมากนัก ซึ่งระหว่างการใช้งานก็จะมี Alert คอยเตือนการใช้งานอยู่เสมอๆ

พร้อมกันนี้ภายในยังมีแอปพลิเคชันสอนพื้นฐานการใช้งานอยู่

ที่สำคัญคือ เรื่องของซิมการที่ตัวเครื่องเป็น normal sim นั่นหมายถึงว่า Cheetah เป็นสมาร์ทโฟนที่เสิร์ฟตรงจุดนี้โดยเฉพาะ มิเช่นนั้นแล้วคงเป็น micro-sim แล้วล่ะ

Comments