Home PR News

[PR] เราท์เตอร์ Brocade MLXe พร้อมด้วยโมดูล 10 GbE แบบ 24-พอร์ต

เราท์เตอร์ Brocade MLXe Core นำเหนือทุกการแข่งขันในวงการ ด้วยประสิทธิภาพการใช้งานระดับ 10 GbE 
เราท์เตอร์ Brocade MLXe Core และแอพพลิเคขั่น Brocade ADX Application Delivery Switches
ยกระดับใหม่ของขีดความสามารถบริหารจัดการเน็ตเวิร์กด้วยเทคโนโลยี SDN

กรุงเทพฯ 15 ตุลาคม 2555 – บริษัทโบรเคด (Nasdaq: BRCD) ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในตลาดอุปกรณ์เราท์ เตอร์ประสิทธิภาพสูงด้วยการเปิดตัวโมดูล 10 Gigabit Ethernet (10 GbE) แบบ 24-พอร์ต สำหรับเราท์เตอร์ Brocade® MLXe® Seriesที่เหนือกว่าด้วยทั้งประสิทธิภาพและความจุใช้งานต่อพื้นที่ รองรับสำหรับอนาคตการใช้งานระบบ SDN (software-defined networking) ด้วยขีดความสามารถที่ปรับขยายพอร์ต 10 GbE เพิ่มได้ถึง 768 พอร์ตภายในโครงเครื่องเดียว และด้วยการใช้งานเทคโนโลยี Brocade MaxScale-160 Packet Processor ซึ่งเป็นนวัตกรรมซิลิคอนยุคที่ 4 ช่วยให้โมดูลใหม่นี้ เพิ่มความจุในการใช้งาน 10 GbE ขึ้นอีกสามเท่าตัว และสร้างขึ้นมาเพื่อใช้งานเป็นแกนกลางสำหรับศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์และเน็ตเวิร์กของบริษัทผู้ให้บริการเครือข่ายที่เน้นสมรรถนะความจุและประสิทธิภาพสูงสุด นอกจากนี้โบรเคดยังได้เปิดตัวซอฟต์แวร์สำหรับ Brocade ADX® Application Delivery Switches เวอร์ชั่น รีลีส 12.5 นำเสนอขีดความสามารถในการใช้งานระบบร่วมหลายรายได้โดยไม่ลดทอนประสิทธิภาพและความยืดหยุ่นในการใช้งาน

ทราฟฟิกข้อมูลที่กำลังเพิ่มสูงขึ้นด้วยการใช้งานวิดีโอ อุปกรณ์พกพาและคอมพิวเตอร์ระบบคลาวด์ ได้เปลี่ยนรูปแบบของทราฟฟิกในเน็ตเวิร์กไปอย่างสิ้นเชิง ส่งผลให้จำเป็นต้องมีสถาปัตยกรรมระบบเน็ตเวิร์กใหม่สำหรับการใช้งานในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์และผู้ให้บริการเครือข่าย โดยเราท์เตอร์ Brocade MLXe พร้อมด้วยโมดูล 10 GbE แบบ 24-พอร์ตใหม่ได้รับการออกแบบมาสำหรับผู้ให้บริการเครือข่ายรายใหญ่ที่จำเป็นต้องมี เน็ตเวิร์กแกนกลาง หรือ “Supercore” ตลอดจนอินเทอร์เน็ตดาต้าเซ็นเตอร์ที่สามารถรันแอพพลิเคชั่นต่างๆ ซึ่งต้องการขีดความสามารถในการใช้พอร์ตจำนวนมาก โดยที่ระบบ MPLS ที่ปรับขยายได้ การเราท์ติ้งข้อมูลแบนด์วิธสูงและการทำบัฟเฟอร์เชิงลึก ที่มีในเราท์เตอร์รุ่นใหม่นี้ ทำให้โบรเคดเป็นผู้นำของวงการด้วยประสิทธิภาพและปริมาณพอร์ต 10 GbE รวมถึงเทคโนโลยี Brocade 100 GbE และความจุ MPLS ระดับสูงที่ช่วยเพิ่มความจุในการปรับขยายเน็ตเวิร์กที่เป็นแกนกลางของระบบได้มากและยังดูแลจัดการได้ง่ายและสะดวกยิ่งขึ้นอีกด้วย

ด้วยการใช้โมดูล 10 GbE แบบ 24-พอร์ตใหม่ บริษัทโทรคมนาคมจะสามารถสร้างเน็ตเวิร์กซูเปอร์คอร์ ที่พร้อมปรับขยายด้วยการใช้ MPLS หรือ Multiprotocol Label Switching ในแบบไม่ใช้งานโปรโตคอล BGP เลย และระบบใหม่นี้ ออกแบบมาสำหรับการส่งผ่านข้อมูลความเร็วสูงและการเชื่อมประสานการใช้งานสื่อต่างๆ อย่างรวดเร็ว นอกจากนี้การลดจำนวนอุปกรณ์และเลิกใช้ IP routing จากคอร์ของเน็ตเวิร์กยังจะช่วยลดความซับซ้อนของผังโครงสร้างเน็ตเวิร์ก และลดค่าใช้จ่ายในการสร้างและดูแลระบบเน็ตเวิร์กลงมา

แนวคิดใหม่นี้จะรองรับการใช้งานระบบ SDN และใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีต่างๆ เช่น OpenFlow เพื่อควบคุม ทราฟฟิกแต่ละรายการได้มากสูงสุดถึง 100 Gbps โดยใช้เราท์เตอร์ Brocade MLXe ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าของโบรเคดสามารถดึงเอาทรัพยากรระบบเน็ตเวิร์กที่มีมาใช้ได้ประโยชน์สูงสุด เพิ่มขีดความสามารถในการควบคุมทราฟฟิก เพื่อนำเสนองานบริการที่แตกต่างเหนือกว่าคู่แข่ง

สำหรับผู้บริหารเน็ตเวิร์กในศูนย์ดาต้าเซ็นเตอร์ขนาดใหญ่ โมดูล 10 GbE แบบ 24-พอร์ตใหม่ที่สามารถเพิ่มความจุได้มากถึง 768-พอร์ตนี้จะยกระดับและเปลี่ยนโฉมหน้าการใช้งานเครือข่ายแกนกลางของระบบ และด้วยขีดความสามารถในการทำสวิตชิ่งเลเยอร์ 3 ตลอดจนฟีเจอร์ใช้งานสนับสนุนการควบคุมสิทธิการเข้าถึง การทำเราท์ติ้ง และส่งต่อด้วยความจุแบบ Link Aggregation (LAG) ขนาด 64-พอร์ต ยังช่วยให้เราท์เตอร์ Brocade MLXe ทำงานประสานกับเทคโนโลยี Brocade VCS® Fabric ที่ใช้งานกับสวิตช์ Brocade VDX® ได้อย่างราบรื่นอีกด้วย

“ผู้ดูแลระบบเครือข่ายกำลังเจอปัญหาท้าทาย คือ ต้องขยายเน็ตเวิร์กและต้องดูแลจัดการความซับซ้อนของเน็ตเวิร์กที่ขยายตัวออกไปให้ได้ เพราะต้องมีเราท์เตอร์ มีซับเน็ตย่อย และการไหลผ่านของข้อมูลมหาศาลตลอดเวลา” เคน เฉิง รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ผู้ให้บริการเครือข่ายและแอพพลิเคชั่น บริษัทโบรเคดกล่าว “เราท์เตอร์ Brocade MLXe Core ที่มีโมดูล 10 GbE แบบ 24-พอร์ตใหม่ และเทคโนโลยี SDN จะช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถปรับขยายเน็ตเวิร์กคอร์ที่เป็นแกนกลางให้รองรับงานได้มากขึ้นในขณะเดียวกันก็ลดความซับซ้อนและลดค่าใช้จ่ายในการดูแลระบบ”

ในโอกาสเดียวกันนี้ โบรเคดยังได้เพิ่มสมรรถนะใหม่ล่าสุดให้กับซอฟต์แวร์ Brocade ADX® Application Delivery Switches เวอร์ชั่น รีลีส 12.5 ที่มีฟีเจอร์การใช้งานระบบร่วมหลายรายได้ โดยมีการรองรับในส่วนของฮาร์ดแวร์ โดยฟีเจอร์นี้จะผสมผสานความยืดหยุ่นในการใช้งานทรัพยากรระบบจากการทำเวอร์ช่วลไลเซชั่นเข้ากับประสิทธิภาพของฮาร์ดแวร์ที่ออกแบบมาโดยเฉพาะ ช่วยเพิ่มสมรรถนะขั้นสูงในการใช้งานระบบคลาวด์ บริการโฮสต์ติ้งและองค์กรระดับเอ็นเทอร์ไพรซ์ที่เน้นใช้ระบบบริการ โดยนำเสนอระบบไอทีที่เป็นหนึ่งเดียว ใช้งานร่วมกันได้มากราย และยังสามารถเสนอบริการที่หลากหลายในระดับมาตรฐานต่อลูกค้าผู้ใช้บริการ

โครงสร้างสถาปัตยกรรมระบบที่ใช้งานร่วมได้หลายรายในระบบเดียวกันนี้ ออกแบบมาสำหรับการใช้งานในบริษัทโทรคมนาคมขนาดใหญ่อย่างแท้จริง โดยสามารถแยกแยะลูกค้าแต่ละราย หรือแต่ละแอพพลิเคชั่นที่รันให้ทำงานร่วมกับการจัดสรรฮาร์ดแวร์หรือทรัพยากรระบบที่มีได้ การออกแบบระบบที่ยืดหยุ่นยังสามารถทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายด้วยการเพิ่มหรือลดทรัพยากรระบบที่ใช้ได้ตามความต้องการที่เปลี่ยนไป ด้วยรูปแบบการใช้งานที่ยืดหยุ่นนี้และโมเดลการใช้งาน Brocade Network Subscription ที่บริการในแบบออนดีมานด์จะช่วยให้สามารถควบคุมค่าใช้จ่ายด้านเน็ตเวิร์กให้เป็นไปตามความต้องการและจำเป็นทางธุรกิจ บริษัทผู้ให้บริการสามารถจัดหาทรัพยากรระบบที่ใช้ในการนำเสนอบริการระบบคลาวด์ได้อย่างยืดหยุ่น ด้วยการทำเวอร์ช่วลไลเซชั่นของเน็ตเวิร์กทั้งหมด เพื่อลดขั้นตอนในการทำโพรวิชั่นเซอร์วิสใหม่ๆ และเพิ่มประสิทธิภาพ ตลอดจนใช้ประโยชน์สูงสุดจากโครงสร้างพื้นฐานที่มี ลดจำนวนอุปกรณ์ที่ใช้งานจาก 32 ตัวเหลือเพียงตัวเดียวในขณะที่ลดการใช้พลังงานและพื้นที่ลงได้มากถึง 70 เปอร์เซ็นต์

มุ่งมั่นสนับสนุนการใช้งาน SDN (Software-Defined Networking)

ผลิตภัณฑ์ที่เปิดตัวในครั้งนี้ยังเน้นการสนับสนุนระบบ SDN ตามยุทธศาสตร์และวิสัยทัศน์ของโบรเคดในด้าน SDN ที่ประกาศไว้ตั้งแต่ต้นปี 2012 โดยมาตรฐาน SDN ได้รับการสนับสนุนอย่างกว้างขวางจากผู้ดูแลเน็ตเวิร์กในแวดวงผู้ให้บริการระบบคลาวด์และบริษัทระดับเอนเทอร์ไพรซ์รายต่างๆ โดยสามารถยกระดับการควบคุมดูแลเน็ตเวิร์ก เปลี่ยนเฟรมเวิร์กที่ใช้งานในแบบเดิมมาเป็นระบบใหม่ที่ยืดหยุ่น รองรับการปรับเปลี่ยนและรับทราบข้อมูลการทำงานได้ตลอด ซึ่งจากผลการสำรวจของบริษัทวิจัย IDC ชี้ว่า ตลาด SDN กำลังจะมีมูลค่าสูงถึงสองพันล้านเหรียญสหรัฐฯภายในปี 2016 นี้ และด้วยการใช้งานระบบ SDN ผู้ใช้งานระบบจะสามารถใช้เน็ตเวิร์กได้เต็มศักยภาพที่มีเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นทางธุรกิจ เพิ่มรายได้จากรูปแบบเซอร์วิสใหม่ๆ และการใช้ประโยชน์สูงสุดจากระบบไอทีที่มีอยู่

โซลูชั่น Brocade MLXe ทั้งในแบบ 10 GbE และ 100 GbE ยังสามารถสนับสนุนการใช้งาน OpenFlow ในแบบ Hybrid Mode ที่จะช่วยประสานการใช้งานกับเน็ตเวิร์กเดิมที่มีอยู่เพื่อใช้งาน SDN ร่วมกับขีดความสามารถของระบบเครือข่ายเดิม สามารถควบคุมทิศทางการไหลเวียนของข้อมูลได้อย่างยืดหยุ่นเพื่อตอบสนองรูปแบบของ ทราฟฟิกที่มีการเปลี่ยนแปลงและตอบสนองความต้องการทางธุรกิจ ยิ่งไปกว่านั้นแพล็ตฟอร์ม Brocade ADX ยังออกแบบมาโดยเฉพาะสำหรับการใช้งาน SDN สนับสนุนงานเซอร์วิสแอพพลิเคชั่นด้วยระบบการควบคุมที่เป็นหนึ่งเดียว และ API สำหรับการจัดสรรทรัพยากรระบบ ช่วยปรับแต่งการประสานการทำงานและการทำโพรวิชั่นของทรัพยากรระบบได้ทั้งในแง่ฮาร์ดแวร์และแบบโลจิคัล

เทคโนโลยีชั้นนำที่ได้รับการสนับสนุนการใช้งานอย่างกว้างขวาง

นอกจากนี้ Brocade ยังเดินหน้าอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันนวัตกรรมการใช้งานระบบ SDN ในหลายรูปแบบอย่างไม่หยุดยั้งผ่านความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับพาร์ตเนอร์ทางเทคโนโลยีรายสำคัญๆ ตลอดจนหน่วยงานที่กำหนดมาตรฐานอุตสาหกรรม และลูกค้าผู้บุกเบิกใช้งาน

ร็อบ เวียทสเก รองประธานฝ่ายงานบริการเน็ตเวิร์ก Internet2

“Internet2 คือกลุ่มพันธมิตรที่ประกอบด้วยหน่วยงานวิจัยและการศึกษาขั้นสูงจากทั่วสหรัฐฯ ที่ให้บริการระบบคอมพิวเตอร์สมรรถนะสูง (HPC) ให้กับหน่วยงานวิจัยชั้นนำระดับโลก” ร็อบ เวียทสเก รองประธานฝ่ายงานบริการเน็ตเวิร์ก Internet2 กล่าว พร้อมเสริมว่า “ลูกค้าต้องพึ่งเราในด้านระบบที่ต้องพร้อมใช้งานสูง และงานประมวลผลขั้นสูงตลอดเวลา 24 ชั่วโมงในแต่ละวัน ตลอดจนการรันแอพพลิเคชั่นใหม่ๆ เพื่อซัพพอร์ตงานวิจัยทางวิทยาศาตร์ชั้นนำ เราจึงต้องการโซลูชั่นอย่าง OpenFlow ที่รองรับการไหลผ่านข้อมูลที่มากกว่าระดับ 10 GbE และเรายังต้องการระบบที่มีประสิทธิภาพสูงระดับ100 GbE ตลอดจนศักยภาพที่เป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ของระบบ SDN และ OpenFlow และทางโบรเคดได้รองรับศักยภาพการใช้งานขั้นสูงตรงนี้ได้อย่างแท้จริง”

แดน พิตต์ ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิเน็ตเวิร์กระบบเปิด (ONF)

“กำลังมีโปรดักต์ต่างๆ ของบริษัทสมาชิกเปิดตัวออกมามากมายที่จะช่วยเสริมต่อยอดการใช้งาน SDN และ OpenFlow” แดน พิตต์ ผู้อำนวยการบริหาร มูลนิธิเน็ตเวิร์กระบบเปิด (ONF) กล่าว “เราขอแสดงความยินดีต่อบริษัทสมาชิกมูลนิธิที่ช่วยเดินหน้าผลักดันยุทธศาสตร์ SDN และแผนงานในอนาคตด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่เป็นผู้นำในด้านความจุในการใช้งานและประสิทธิภาพ ซึ่งจะช่วยให้ลูกค้าผู้ใช้งานหันมาช้งานเทคโนโลยี SDN และ OpenFlow มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างแน่นอน”

Comments