Home PR News

[PR] Nokia 808 PureView: Tips and Tricks เทคนิกถ่ายภาพแบบมือโปร

Nokia 808 PureView เป็นสมาร์ทโฟนที่มีกล้องที่ดีที่สุดที่เรียกได้ว่าเป็นการพลิกโฉมการถ่ายภาพบนโทรศัพท์มือถือ โดยผสานเซ็นเซอร์ความละเอียดสูง เลนส์ Carl Zeiss และเทคโนโลยีการถ่ายภาพที่พัฒนาโดยโนเกีย ทำให้คุณสามารถถ่ายภาพที่คมชัดที่สุดทั้งภาพนิ่งและวิดีโอผ่านกล้องบนสมาร์ทโฟนตัวนี้

Range-page-2-jpg

Nokia 808 PureView ได้ รับการออกแบบเพื่อให้สามารถถ่ายภาพได้รวดเร็วและใช้งานง่าย เพียงแค่กดปุ่มกล้องบนมุมขวา คุณก็สามารถถ่ายภาพได้ทันทีแม้ว่าหน้าจอโทรศัพท์จะล็อกอยู่ นี่คือฟังก์ชั่นการถ่ายภาพที่ง่ายที่สุด นอกจากนี้ คุณยังสามารถเลือกถ่ายภาพในหลากหลายโหมดได้อีกด้วย ได้แก่

Range-page-4-jpg

Automatic Mode

เป็นโหมดอัตโนมัติซึ่งถูกตั้งไว้ให้พร้อมใช้งาน เป็นโหมดที่เหมาะสมกับการถ่ายภาพในทุกสถานการณ์

Scenes Mode

เป็นโหมดถ่ายภาพหลากหลาย คุณสามารถเลือกหมวดการถ่ายภาพแบบต่างๆ ที่ตั้งค่าไว้แล้ว เพื่อให้เหมาะสมกับภาพที่จะถ่าย เช่น Landscape, Close-Up, Portrait, Sports, Night, Night Portrait, Spotlight, และ Snow

Creative mode

ช่วยให้คุณมีอิสระในการสร้างสรรค์ภาพถ่ายโดยการเลือกตั้งค่าต่างๆ เองได้แก่
การตั้งโฟกัส

Infinity เหมาะสำหรับการถ่ายภาพทิวทัศน์ แม้วัตถุที่อยู่ไกลก็สามารถเห็นได้คมชัด หรือใช้ถ่ายวัตถุเคลื่อนไหวในระยะ 10 เมตรขึ้นไป

Hyperfocal สำหรับถ่ายภาพที่มีระยะตั้งแต่ 2 เมตรขึ้นไป ช่วยให้เก็บภาพวัตถุที่อยู่ในเฟรมภาพในทุกระยะได้สมบูรณ์ เช่น ภาพบรรยากาศสนามฟุตบอล

Close-up เหมาะสำหรับถ่ายภาพในระยะ 15-40 เซนติเมตร เพื่อให้มีความคมชัด ไม่เบลอ

Automatic ค่าโฟกัสเริ่มต้น ที่ให้ความสะดวกในการถ่ายภาพในหลากหลายระยะ

โดยเมื่อใช้โหมด automatic หรือ close-up จะปรากฏแถบบนหน้าจอเพื่อล็อกจุดโฟกัสของภาพ

การตั้งค่ารับแสง (Exposure compensation)

ในโหมด Creative คุณสามารถเลือกการเปิดรับแสงก่อนที่คุณจะถ่ายภาพ โดยอาศัย histogram ซึ่งจะปรากฎขึ้นบนหน้าจอเมื่อคุณกดที่ไอคอน exposure compensation ที่ ด้านซ้ายของหน้าจอ และเพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ภาพควรเปิดรับแสงให้เท่ากับส่วนที่สว่างที่สุดของภาพ เพื่อป้องกันภาพบางส่วนสว่างจ้าเกินไป ในการถ่ายภาพที่มี contrast สูง คุณสามารถใช้แฟลชช่วย เพื่อลดทอนความ contrast ของภาพ กดปุ่มชัตเตอร์บนตัวเครื่องเบาๆ ก็จะล็อกกลับสู่ auto exposure

การตั้ง White Balance

ในโหมด Creative คุณสามารถปรับ White balance ด้วยการเลือกจากค่าที่ตั้งไว้แล้ว เช่น Sunny, Automatic, Cloudy, Incandescent, Fluorescent คุณยังสามารถปรับ white balance ได้เอง หากยังไม่ได้ผลภาพตามที่ต้องการ

การตั้ง ISO

ในโหมด Creative คุณสามารถเลือกการตั้งค่า ISO ได้ตั้งแต่ 50 ถึง 1600 ยิ่งค่า ISO สูง ภาพในสภาวะแสงน้อยก็จะยิ่งเห็นชัดเจนขึ้น และสามารถปรับค่า ISO ให้เป็นอัตโนมัติได้อีกด้วย

นอกจากนี้ การถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยยังถ่ายได้สมบูรณ์ด้วยโหมด PureView ที่ 2/3 ขนาด 5 หรือ 8 เมกะพิกเซล ซึ่งคุณสามารถเลือก ISO ต่ำ (เช่น 50) เพื่อเปิดรับแสงได้ถึง 2.7 วินาที และเลือกถ่ายภาพแบบ ‘Noise Free’ ในสภาพแสงน้อยได้อีกด้วย เพื่อผลลัพธ์ที่ดีที่สุด คุณควรใช้ขาตั้ง หรือเลือก Auto ISO หรือ Night Mode

นอกจากนี้ ยังสามาถเลือกใช้แฟลชได้ในระยะ 3-4 เมตร

การตั้งฟิลเตอร์ Neutral Density

การปรับฟิลเตอร์ ND ในโหมด Creative สามารถสร้างสรรค์ภาพถ่ายได้ด้วยตัวเอง เช่น ถ่ายภาพด้วยเทคนิกเบลอภาพเคลื่อนไหว เมื่อฟิลเตอร์ ND ได้รับการปรับพร้อมกับค่า ISO ในระดับต่ำ ทำให้สามารถใช้การรับแสงได้ยาวนานขึ้น (ได้ถึง 2.7 วินาที) แม้จะถ่ายในสภาวะแสงมากหรือเลือกปิดฟิลเตอร์ ND ในสภาวะแสงมาก กล้องก็จะใช้เวลารับแสงน้อย ทำให้ถ่ายภาพเคลื่อนไหวได้ดี

Zoom

Nokia 808 PureView สามารถซูมได้โดยไม่ลดทอนความละเอียดของภาพ ระยะการซูมภาพจะขึ้นอยู่กับความละเอียดของภาพที่ต้องการ ซึ่งจะเป็นการซูมแบบ lossless เสมอ โดยภาพขนาด 5 เมกะพิกเซลสามารถซูม

ได้ถึง 3 เท่า การซูมทำได้ง่ายเพียงแค่เลื่อนนิ้วคุณขึ้นลงที่หน้าจอ โดยจะต้องตั้งค่าไว้ที่ 2/3 ขนาดภาพ 5 หรือ 8 เมกะพิกเซล เพื่อใช้ฟังก์ชั่นซูมนี้ได้ และเพื่อภาพที่ดีที่สุด การซูมควรทำในแสงธรรมชาติเวลากลางวัน

การถ่ายภาพระยะใกล้ (Close-up)

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าสำหรับการถ่ายภาพระยะใกล้ได้จากแถบด้านข้างเมื่อกล้องอยู่ใน Scenes mode หรือกดค้างบนหน้าจอเมื่อกล้องอยู่ใน Creative mode เพื่อภาพระยะใกล้ที่สวยงามควรถ่ายภาพที่ความละเอียด 5 ล้านพิกเซลใน PureView mode พร้อมใช้การซูมไม่เกิน 3 เท่า สามารถใช้แฟลชได้ในระยะ 15 เซนติเมตร

ภาพฉากหลังเบลอ (Bokeh Effect)

เทคนิกฉากหลังเบลอ เป็นเทคนิกที่เหมาะกับการถ่ายภาพคน หรือภาพ Macro โดยให้คุณโฟกัสเฉพาะสิ่งที่คุณต้องการ ด้วยระยะโฟกัสถึง 8.02 มม. Nokia 808 PureView จึงสร้างสรรค์ภาพ Bokeh ได้เช่นเดียวกับกล้อง SLR ขณะที่กล้องบนมือถือทั่วไปมีระยะโฟกัสที่ 4 มม. ระยะห่างระหว่างวัตถุหลักกับฉากหลังยิ่งห่างกันเท่าไร ฉากหลังจะยิ่งเบลอมากเท่านั้น เพื่อภาพที่สวยงามวัตถุที่ถ่ายควรอยู่ห่างจากกล้องไม่เกิน 0.5 เมตร

กล้องวิดีโอ

คุณสามารถเลือกฟังก์ชั่นถ่ายวิดีโอจากมุมบนขวาของจอเมื่อโทรศัพท์อยู่ในโหมดกล้องถ่ายรูป แล้วเลือก Continuous Autofocus ด้าน ล่างซ้ายของจอ กล้องจะเลือกจับภาพที่อยู่กลางเฟรม คุณสามารถแตะหน้าจอเพื่อเลือกและล็อคบริเวณที่คุณต้องการโฟกัส และยังสามารถใช้แสง LED สำหรับวิดีโอ เพื่อช่วยถ่ายภาพในสภาวะแสงน้อยในระยะ 1 เมตรได้ นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกความละเอียดของภาพได้ถึง 3 แบบ รวมถึง FullHD ซึ่งในทุกความละเอียดสามารถใช้ lossless ซูม โดยการสั่งการด้วยนิ้วบนหน้าจอได้

Comments