Home Tech News Android

[Special Scoop] บินข้ามฟ้าตะลุยโรงงาน Oppo!! ดูกระบวนการผลิตสมาร์ทโฟนจากจีน

mobiledistaoppofactory

กว่าจะปั้น Smartphone แบรนด์ๆ หนึ่งให้คนเชื่อใจได้นั้น ต้องใช้เวลานานมากนัก แน่นอนว่าแบรนด์ที่ชื่อว่า Oppo แบรนด์นี้ก็เหมือนกันครับ การที่จะสร้างความเชื่อใจให้เหล่าผู้บริโภคมั่นใจได้ว่า คุณภาพสินค้าของเค้าดีจริง หรือว่าดีพอที่จะให้ผู้ใช้อย่างเราวางใจได้หรือไม่ มันต้องใช้เวลา และการที่จะทำให้คุณภาพสินค้าดี แน่นอนว่าจะต้องมีกระบวนการผลิตเครื่องที่ได้คุณภาพ แต่กระบวนการนี้มันเป็นกระบวนการเบิ้องหลังที่ผู้เลือกซื้ออย่างเราไม่มีวันได้เห็นได้แน่ ทาง Oppo จึงได้พาสื่อจากเว็บไซต์ต่างๆ ไปเยี่ยมชมโรงงาน เพื่อดูกระบวนการผลิตเครื่อง Smartphone ที่ว่านี้กันครับ และแน่นอนว่าทีมงาน Mobiledista ก็ได้เข้าร่วมทริปในครั้งนี้ด้วย เรามาดูกันดีกว่า ว่ากระบวนการนี้นั้นเป็นอย่างไรบ้าง พอดีเห็นแล้ว ผมมั่นใจว่าความเชื่อมั่นที่มีต่อแบรนด์ๆ นี้จะมีสูงขึ้นอีกมากอย่างแน่นอน

การทัวร์โรงงานในรอบนี้ ถูกแบ่งออกเป็น 2 ช่วงครับ โดยช่วงแรกจะเป็นการเข้าห้องประชุมเพื่ออธิบายเกี่ยวกับโคงสร้าง และทิศทางของบริษัทแบบละเอียด ซึ่งส่วนนั้นผมอาจจะต้องขอเวลาอีกซักนิด เรียบเรียงคำพูดออกมาอธิบายดีๆ ให้เข้าใจกันง่ายๆ กันก่อนดีกว่า แต่ที่จะพามาดูในวันนี้ก็คือ ตัวขั้นตอนการผลิตเครื่อง Smartphone ของ Oppo ซึ่งมีขั้นตอนการผลิตที่ซับซ้อนพอสมควร และมีขั้นตอนอยู่มากมายนับไม่ถ้วน เรามาดูกันเลยดีกว่า

ในการชมโรงงาน Oppo ในครั้งนี้ ทางทีมงาน Oppo ได้พาคณะของเราเดินชมโรงงานไปทีละห้องครับ เริ่มจากห้องแรก

[accordion title=”ห้องทดสอบสัญญาณในสภาวะที่มีสิ่งรบกวน”]

ในห้องแรกนี้จะเป็นห้องสำหรับทดสอบสัญญาณของโทรศัพท์ครับ โดยที่ในห้องจะมีตู้ขนาดใหญ่ตั้งอยู่ตู้หนึ่ง ในห้องก็จะมีแท่นวางเครื่องโทรศัพท์เอาไว้ รอบๆ ก็จะมีสิ่งกีดขวางรูปร่างคล้ายหนามที่มีไว้สำหรับรบกวนสัญญาณอยู่เต็มไปหมด และในห้องนี้จะมีจุดปล่อยสัญญาณเพียงจุดเดียวที่คอยส่งสัญญาณโทรศัพท์ไปยังเครื่องที่กำลังทดสอบอยู่ โดยจุดส่งสัญญาณจะอยู่หางออกจากแท่นวางประมาณ 10 เมตรครับ

oppofactory-2

จุดปล่อยสัญญาณ

oppofactory-3

ในระหว่างที่กำลังทดสอบสัญญาณเครื่อง เราจะต้องปิดประตูห้องนี้ให้สนิท แล้วก็เริ่มทดสอบ โดยการยิงสัญญาณ และดูผลการทดสอบได้จากเครื่องตัวนี้เลย

oppofactory

การทดสอบสัญญาณจะทำในหลายสภาวะมากครับ โดยกำหนดสภาวะจากเหตุการณ์ต่างๆ ที่เราเจอกันในชีวิตประจำวัน ทั้งในเรื่องสิ่งกีดขวาง หรือว่าระยะทาง และข้างล่างนี้ก็คือตัวอย่างผลที่เราเห็นได้จากเครื่องนี้ครับ

oppofactory-4

[/accordion][accordion title=”ห้องประกอบ Smartphone”]

oppofactory-5

ในห้องที่สองนี่แหละห้องที่เป็นห้อวหลักห้องหนึ่งในกระบวนการผลิต Smartphone เลย ในเสียดายไปนิดที่ห้องนี้เค้าไม่ให้ถ่ายรูปครับ ผมจึงไม่สามารถเอาภาพมาให้เพื่อนๆ ดูกันได้ แต่ก็พอจะอธิบายกระบวนการผลิตให้เพื่อนๆ ได้พอรู้กันนิดนึง

ก่อนที่จะเข้่าไปในห้องก็ต้องสวมชุดกันฝุ่นกันนิดหน่อย (นายแบบของเราก็เพื่อนๆ จากเว็บเพื่อนบ้านนี่แหละ) ห้องนี้เค้าจะค่อนข้างซีเรียสเรื่องฝุ่นมากเลยทีเดียวล่ะครับ ก่อนที่จะเข้าห้องก็ต้องผ่านห้องที่มีเครื่องดูดฝุ่นขนาดยักษ์ เพื่อกำจัดเศษต่างๆ ที่อยู่รอบๆ ตัวเราออกไปก่อนด้วย

oppofactory-6

 

ในขั้นตอนการประกอบ Smartphone บ มีทั้งในส่วนของเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิตชิ้นส่วน ซึ่งส่วนใหญ่ Oppo สามารถผลิตชิ้นส่วนได้เอง และส่วนของการประกอบเครื่อง แน่นอนครับว่าการประกอบเครื่องนั้นมีความละเอียดอ่อนมากจนไม่สามารถประกอบเครื่องด้วยเครื่องจักรได้ ทุกไลน์จึงต้องใช้คนงานในการประกอบเครื่องด้วยมือเองทั้งหมด

ทาง Oppo เค้าจะมีไลน์การประกอบเครื่องมากกว่า 30 Line เลยทีเดียว แต่ละไลน์ก็จะมีคนยืนเรียงกันประมาณ 20 – 30 คน คอยประกอบเครื่องตั้งแต่ชิ้นส่วนแรก ยันชิ้นส่วนสุดท้าย เริ่มจากคนแรกจะเป็นคนประกอบตัววงจรชิ้นแรกเข้ากับบอร์ดก่อน จากนั้นก็ส่งต่อให้คนต่อไปประกอบชิ้นส่วนชิ้นต่อไปไปเรื่อยๆ ทั้งเลนส์กล้อง accelerometer ช่องใส่ซิม ฯลฯ จนถึงประมาณกลางๆ แถว ตัวบอร์ดก็จะถูกประกอบจนเสร็จ และถูก Flash Rom ลงไปให้เรียบร้อย

oppofactory-35

แต่เท่านั้นยังไม่จบ คนต่อๆ ไปก็จะทำการประกอบชิ้นส่วนเสริมอื่นๆ ลงไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายก็จะได้ Smartphone ที่สมบูรณ์ออกมา ส่งมาให้คนที่ท้ายแถวที่ดูแล้วจะใส่เสื้อสีต่างจากคนงานคนอื่นๆ ทุกคน เหมือนเป็นลิเบอโร่ในกีฬาต่างๆ หรือคนที่มีหน้าที่พิเศษจากใครนั่นเอง คนๆ นี้จะมีหน้าที่ทดสอบการทำงานของเครื่องแบบคร่าวๆ โดยจะสุ่มตรวจเครื่องประมาณส่วนหนึ่ง ก่อนที่จะส่งต่อไปให้อีกคนหนึ่งแพคเครื่องใส่กล่องให้เรียบร้อยนั่นเอง

ในห้องนี้เราได้เห็นกันทั้ง Oppo Find 3, Oppo Find Gemini, Oppo Find Guitar รวมทั้ง Smartphone ตัวอื่นๆ รวมทั้งรุ่นที่วางขายเฉพาะในจีน ถูกประกอบขึ้นมามากมายกันเลยทีเดียวล่ะครับ

ห้องทดสอบเครื่องในสภาพภูมิอากาศต่างๆ

oppofactory-9

 

ในการใช้งาน Smartphone เราจะต้องใช้มันในสภาพภูมิอากาศต่างๆ ที่ไม่เหมือนกันอยู่แล้วใช่มั้ยล่ะครับ? มีทั้งอากาศร้อน อากาศหนาว หิมะตก ฝนตก แดดออก หากว่าเครื่อง Smartphone ไม่ดีพอ คงจะทำงานในสภาพอากาศที่ต่างๆ กันไม่ได้แน่ ทำให้เราอาจไม่กล้าพกเครื่องไปไหนเวลาเจอสภาพอากาศที่แย่ๆ แต่เครื่องของ Oppo นั้น ความจริงแล้วได้รับการทดสอบใช้งานในสภาพอากาศต่างๆ ตั้งแต่อยู่ในโรงงานแล้วล่ะครับ ทั้งอากาศแบบร้อน แบบชื้น หรือว่ามีไอน้ำในอากาศ เครื่อง Oppo ก็ได้ถูกทดสอบมาหมดแล้ว ผ่านเครื่องจำลองการทดสอบในรูปข้างล่างนี้แหละ

oppofactory-7

 

oppofactory-8

 

เครื่องทดสอบนี้จะมีอยู่ 2 ห้องครับ อีกห้องหนึ่งจะอยู่ในส่วนของกระบวรการทดสอบคุณภาพ QC ในตอนท้ายๆ ซึ่งผมเอารูปขึ้นมาให้ดูกันก่อนเลยดีกว่า ลองดูครับว่าอุณภูมิที่เค้าทดสอบเครื่อง Smartphone กัน มันร้อนแรงแค่ไหนเชียว

oppofactory-28

 

oppofactory-29

เห็นตัวเลขแล้วรู้สึกสงสารน้อง Smartphone เค้ามั้ยล่ะครับ ลองคิดดูว่าในการทดสอบเครื่อง เค้าจะเปลี่ยนอุณหภูิมไปเรื่อย จากตอนแรกสูงถึง 25 องศาเซลเซียส จากนั้นก็จะลดอุณหภูมิลงมาเหลือ -25 องศาเซลเซียส และสลับกันไปแบบนี้เรื่อยๆ จนจบผลการทดลอง เพื่อดูว่าเครื่องยังสามารถทำงานได้อยู่มั้ย โหมั้ยล่ะครับ!? เห็นแบบนี้แล้ว ถ้าทดสอบผ่าน ก็มั่นใจได้เลยว่าในสภาวะอากาศที่ร้อนโคตรๆ แบบในบ้านเรา เครื่องก็ยังทำงานได้สบายเลยล่ะ

[/accordion][accordion title=”ห้องทดสอบผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม”]

ในห้องนี้จะมีการทดสอบครับว่า ตัวเครื่อง Smartphone หากว่ามีการถูกทำลาย จะมีผลเสียต่อสภาพแวดล้อมมากแค่ไหน เพื่อที่ทาง Oppo จะได้นำผลการทดสอบไปปรับกระบวนการผลิตต่อไป เพื่อให้ตัวเครื่องเมื่อผลิตออกไปแล้ว เมื่อถูกไปทำลาย จะไม่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ในห้องนี้เราก็ได้เห็น Oppo เอาทั้งฝาหลังหรือว่าชิ้นส่วนต่างๆ มาทดสอบด้วยสารเคมีต่างๆ หรือว่าลองเผาให้เห็นกัน เพื่อดูกระบวนการทำลายของมันกันครับ

ส่วนด้านล่างในก็รูปของการทดสอบตัววัสดุของเครื่องในส่วนของบอร์ด ว่าถูกเผาแล้วเป็นอย่างไรบ้าง

oppofactory-10

ส่วนนี่ก็ทดสอบเอาตู้ฝาหลังไปแช่ในตู้ที่มีกลิ่นแรงมากคล้ายกำมะถัน

oppofactory-11

[/accordion][accordion title=”ห้องทดสอบกล้อง”]

ในห้องนี้เราจะเห็นรูปคล้ายกับรูปที่ใช้วัดสายตาติดอยู่ที่ฝาผนังอยู่ มันไม่ได้ใช้วัดสายตาของคนนะครับ แต่ใช้วัดสายตาของกล้องแทน oppofactory-15

 

รูปข้างล่างนี่แหละ คือรูปที่ใช้วัดกล้อง ลองหยิบเอา Smartphone ของเพื่อนๆ ขึ้นมา แล้วเปิดกล้องส่องรูปนี้ดู จะเห็นเส้นในรูปเหมือนขยับได้ ดูหลอกตา

oppofactory-12

ส่วนเครื่องในรูปข้างล่างนี้ก็เป็นเครื่องสำหรับทดสอบในห้องนี้ครับ

oppofactory-13

 

[/accordion][accordion title=”ห้องทดสอบแบตเตอรี่”]

สำหรับใครที่เคยคิดว่าเครื่อนจีนไม่ดีอย่างนั้นอย่างนี้ และเคยเห็นข่าวเรื่องเครื่องโทรศัพท์ของจีนระเบิดบ่อยๆ เชื่อได้เลยครับ ว่าเหตุการณ์แบบนั้นจะเกิดขึ้นกับเครื่อง Oppo ยากแน่นอน เพราะเค้ามีการทดสอบเพื่อป้องกันเหตุการณ์แบบนี้ค่อนข้่างหลายวิธีมาก

oppofactory-14

 

ไล่ตั้งแต่การทดลองจ่ายพลังงานแบบต่อเนื่อง หรือการทดสอบจ่ายพลังมากๆ เพื่อให้แบตเตอรี่เกิดอาการร้อน เรียกว่าทดสอบกันหลายวิธีจนแบตแทบไหม้กันไปข้างเลย

oppofactory-16

 

oppofactory-17

ตู้ทดสอบตัวนี้เป็นการทดสอบให้ความร้อนเช่นกัน ซึ่งทาง Oppo บอกว่าตู้ตัวนี้ต้องทำการล็อคให้แน่นหนาด้วย มิฉะนั้นอาจเกิดเหตุการณ์ระเบิดจนเศษข้างในกระจายออกมาและเป็นอันตรายได้ Oppo เค้าทดสอบในเครื่องนี้นี่แหละครับ ทดสอบและปรับปรุงโปรดัคของตัวเองกันจนทำให้มั่นใจว่าจะเกิดอาการระเบิดได้ยากมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แบบนี้แหละผมถึงบอกว่าอุ่นใจได้เลย อาการระเบิดเกิดยากขึ้นแน่นอน

oppofactory-18

 

oppofactory-19

 

oppofactory-20

 

oppofactory-21

 

oppofactory-22

 

oppofactory-23

[/accordion][accordion title=”ห้องทดสอบสภาพแวดล้อม”]

oppofactory-24

 

พอเข้ามาในห้องนี้แล้วก็จะเห็นคนงานในโรงงานนั่งอยู่เต็มไปหมด แต่ละคนก็จะถือเครื่อง Smartphone คนละอย่างน้อย 1 ตัว และกำลังนั่งลองเล่นเครื่องกันอย่างใจจดใจจ่อ แต่ละคนก็ลองใช้งานเครื่องไปเรื่อยตามสไตล์ของตัวเอง ไม่มีใครบังคับว่าให้ทำอะไร เหมือนเป็นการทดสอบการใช้งานเครื่องในสภาวะจริงแบบคร่าวๆ ส่วนบางคนที่ไม่ได้นั่งเล่นโทรศัพท์ก็นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์หรือนั่งที่โต๊ะของตัวเอง เพื่อทำงานตามหน้าที่ของตัวเองอยู่

oppofactory-25

ระหว่างที่กำลังมองดูไปรอบๆ ห้องอยู่นั้น ก็มีสมาชิกในกรุ๊บทัวร์ครั้งนี้ทักขึ้นมาว่า “ดูนั่นสิ พนักงานคนนั้นมาจากเว็บ Mobiledista รึเปล่า” ผมก็แอบเอะใจนิดหน่อย Mobiledista ก็มีผมมาคนเดียวนี่ หรือว่าจะแอบมีเพื่อนคนไหนในเว็บแอบมาทำงานที่นี่ไม่บอกให้ผมรู้รึเปล่า ทันใดที่ผมหันไปมองในทางที่เสียงนั้นบอกให้หันไปดูก็พบว่า “อ้าว นี่มันคู่แฝดของ @krapalm รึเปล่านี่?” หน้าคล้ายกันแบบสุดๆ สงสัยที่ว่ากันว่าโลกนี้จะมีคนหน้าตาเหมือนกับเราอย่างน้อย 1 คนท่าจะเป็นความจริง ว่าแล้วก็จับตัวจริงมาเทียบกันดูซะเลย

oppofactory-26

0625D94B-71C1-44FD-AB8E-C8F1C098D1B7

เหมือนมั้ยล่ะครับ??

ขออภัยนิดนึงที่ออกนอกเรื่องไปซะหน่อย เรามาทัวร์โรงงาน Oppo กันต่อเลยดีกว่า ในห้องนี้แหละครับที่มีการนำเอา Smartphone มาทดสอบในสภาวะที่มีการเปลี่ยนอุณหภูมิอย่างรวดเร็ว จาก 75 องศาเซลเซียสไปเป็นติดลบ แต่ขออธิบายเพิ่มนิดนึงเรื่องการทดสอบ จะมีเครื่องอีกตัวหนึ่งที่เป็นเครื่องจำลองสภาพอากาศเช่นเดียวกัน โดยในเครื่องนี้สามารถปรับสภาพอากาศได้ทั้งแบบชิ้น แบบร้อน หรือว่าสภาพอื่นๆ ที่ต้องการใช้สำหรับทดสอบเครื่อง ระหว่างการทดสอบพนักงานก็สามารถยื่นมือเข้าไปลองกดทดสอบเครื่องกันได้เลย

oppofactory-27

ห้องนี้มีการทดสอบเครื่องค่อนข้างหลายวิธีมากครับ ต่อมานี้คือการทดสอบสภาพเครื่องจากภาวะที่ถูกกลิ้งไปมาแบบต่อเนื่อง ในหนึ่งเครื่องที่ถูกนำมาทดสอบ ก็จะถูกกลิ้งอยู่อย่างนี้ประมาณ 800 รอบเลยทีเดียวครับ แน่นอนครับว่าเครื่องที่ถูกนำมาทดสอบนี้ ไม่ได้ถูกนำเอาออกมาขายจริงหรอก ตัวเครื่องที่ถูกทดสอบ จะถูกสุ่มออกมาแค่ไม่กี่เครื่องเท่่านั้น และหลังจากที่ทดสอบเสร็จ เครื่องที่ถูกทดสอบก็จะถูกทำลายทิ้งไป ลองกลิ้งเครื่องแบบนี้กับเครื่องที่วางขายจริงๆ สิ มีคนโกรธตายแน่


การทดสอบอย่างอื่นก็เช่น การทดสอบบีบเครื่องและทดสอบแรงกระแทกที่เครื่องด้านข้าง แบบคร่าวๆ

oppofactory-30

หรือว่าเครื่องที่ใช้สำหรับจำลองการนั่งทับของคนที่ใส่กางเกงยีนส์ โดยใช้แรงกดเท่ากับแรงที่เกิดจากการกดทับขณะที่เรานั่งกันเลย

oppofactory-31

 

ส่วนกระบวนการในภาพข้างล่างนี้ก็คือการทดสอบความร้อนของเครื่อง ในขณะที่ใช้งานเครื่องหนักๆ ตำแหน่งนี้หลายๆ คนอาจจะชอบครับ แน่นอนว่าการทำให้เครื่องทำงานหนักๆ ก็ต้องทำให้เครื่องประมวลผลหนักๆ และวิธีที่ทำให้เครื่องประมวลผลหนักอย่างรวดเร็วก็คือการเล่นเกมนั่นเอง วันๆ คนทำตำแหน่งนี้ก็จะเล่นเกม และคอยเอากล้องมาส่องดูว่าเครื่องร้อนตรงไหนบ้าง แต่จะน่าเบื่อนิดหน่อยก็ตรงที่งานนี้ทำให้เล่นเกมไม่จบซักทีนี่แหละ

oppofactory-32

การทดสอบการกระแทกของเครื่อง เป็นการทดสอบการใช้งานทั่วไป ว่าหากมีการกระแทก กระทบกระเทือนเล็กๆ น้อยๆ จะมีผลกระทบต่อเครื่องหรือไม่

การทดสอบปล่อยเครื่องตกจากที่สูงเป็นเมตร การทดสอบนี้น่าจะโหดที่สุดในการทดสอบทั้งหมดแล้ว การทดสอบนี้ในตอนแรกเราจะวางเครื่องไว้บนแท่นตัวหนึ่ง และเมื่อเริ่มการทดสอบ แท่นตัวนี้ก็จะถูกยกระดับขึ้นไปเรื่อยๆ ถึงระดับที่ต้องการทดสอบ จากนั้นก็จะปล่อยตกลงมาจนถึงพื้น เมื่อตกถึงพื้นพนักงานโรงงานก็จะนำเครื่องมาทดสอบใช้ต่อว่าใช้ได้หรือไม่
oppofactory-33

เห็นวีดีโอการทดสอบนี้แล้ว ก็แทบไม่ต้องแปลกใจกันเลยล่ะครับว่าทำไมถึงมีวีดีโอทดสอบการปล่อยเครื่องจากที่สูงออกมาโชว์ให้เราเห็นกันบ่อยๆ ความจริงการทดสอบแบบนี้ก็มีกันอยู่แล้วในโรงงาน เพื่อทดสอบความคงทนของเครื่อง สำหรับผมแล้วการทดสอบโยนให้เราดูผ่าน Youtube นั้นแทบจะกลายเป็นเรื่องธรรมดากันไปเลย หลังจากได้รู้กระบวนการผลิตเครื่อง Smartphone จากโรงงานของ Oppo ในครั้งนี้

 

สุดท้ายก็ทดสอบกันที่ระบบสัมผัส หรือ Touchscreen ในโรงงานของ  Oppo จะมีระบบทดสอบการสัมผัส ที่จะทดลองการกดปุ่มบนหน้าจอแบบต่อเนื่องกันถึงมากกว่า 300,000 ครั้งติดต่อกันเลยทีเดียว เรียกกันว่ากดกันให้เครื่องแทบค้างกันไปข้าง หรือจนกว่าหน้าจอจะรวนกันไปเอง

oppofactory-34

 

การทดสอบการทำงานของอุปกรณ์เสริมต่างๆ ทั้ง Accelerometer หรือว่าดูสีของหน้าจอ

[/accordion]

 

จากกระบวนการทดสอบทั้งหมดนี่แหละครับ สุดท้ายแล้ว Oppo ก็เอาผลการทดสอบต่างๆ มาเป็นหัวข้อในการปรับปรุงพัฒนาคุณภาพของเครื่อง Smartphone ของพวกเค้ากันต่อไป จนในที่สุดก็ได้ Smartphone ที่วางขายในตลาดอย่างที่เราเห็นกันออกมา และแน่นอนครับ ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วอย่าลืมว่าเครื่องที่ออกมาวางขาย ถึงจะมีขั้นตอนการตรวจสอบที่เยอะแยะมากมายอยู่แล้ว แต่ยังไงก็มีโอกาสที่จะเจอข้อผิดพลาดบ้างอยู่ดี ผู้ใช้งานอย่างเรานี่แหละ ที่จะเป็นผู้ทดสอบรายสุดท้าย ที่คอยตรวจตราเก็บงานข้อผิดพลาดที่หลงเหลือนั่นเอง หากใครซื้อเครื่อง Smartphone จาก Oppo มา แล้วเจอปัญหาใดๆ ก็อย่าลืมแจ้งปัญหาให้กับทาง Oppo เค้าด้วยล่ะครับ โดยสามารถเข้าไปพูดคุยกันได้ที่ Facebook  ของ Oppothai กันได้เลย

http://www.facebook.com/oppothai

สุดท้ายนี้ก็ขอขอบคุณบริษัท Oppo ประเทศไทย ที่เชิญผมไปร่วมทริปที่ได้ประสบการณ์อันลำค่าในครั้งนี้ด้วยครับ

oppologo-300x110

 

Comments