Home Tech Reviews

Huawei P10 Review: ครบจบในเครื่องเดียวทั้งการใช้งาน การออกแบบ และการถ่ายภาพขาวดำ/ภาพสี

IMG_20170328_124109_edited-650x488
Huawei P10

ห้วงเวลานี้ Huawei P10 เป็นสมาร์ทโฟนที่หอมหวนราวดอกไม้ที่รายล้อมด้วยฝูงภมรโบยบินกลิ่นพริ้ว ด้วยผลพวงสืบเนื่องจากความยอดเยี่ยมจาก Huawei P9 นั่นจึงทำให้ P10 กลายเป็นความคาดหวังที่สูงเสียดฟ้าโดยปริยาย

P10 ที่อยู่ในมือ MobileDista เวลานี้เป็นเครื่องสีเงิน (Mystic Silver) ซึ่งเรามีโอกาสได้ทำความรู้จักมักคุ้นกันมาสักระยะหนึ่ง เชื่อว่า คุณผู้อ่านคงมีข้อสงสัยตั้งแต่ความคุ้มค่าที่จะซื้อหาเป็นเจ้าของ? เป็นเจ้าของ P9 แต่ควรค่าแก่การเพิ่มมูลค่าเป็น P10 หรือไม่? เราจะมาคลายข้อสงสัยกันในบทความฉบับนี้ครับ

สแกนลายนิ้วมือ: จากด้านหลังสู่ด้านหน้า ใช้งานได้เหมือนเดิม

IMG_20170328_174933_edited-650x488

หากว่ากันตามความจริงแล้ว ด้านการออกแบบระหว่าง P9 และ P10 นั้นมีความแตกต่างกันน้อยมาก สิ่งที่เห็นได้ชัดจากความแตกต่างก็คือ การย้ายปุ่มสแกนลายนิ้วมือที่จากเดิมอยู่ด้านหลังของตัวเครื่องโยกมาอยู่ด้านหน้าแทน

ในแง่นี้กลุ่มผู้ใช้งานเดิมของ P9 ที่คุ้นชินการสแกนจากด้านหลังตัวเครื่องอาจต้องใช้เวลาสักระยะในการปรับให้คุ้นชินการออกแบบใหม่ ยิ่งโดยเฉพาะผู้ใช้งานที่ตั้งค่าการเข้าถึงแอปพลิเคชันต่างๆ ด้วยการสแกนลายนิ้วมือเป็นด่านแรก จะยิ่งต้องปรับตัวให้เข้ากับการสแกนใหม่ทั้งหมด

ด้านหนึ่งการที่เปลี่ยนแปลงสแกนลายนิ้วมือจากด้านหลังสู่ด้านหน้านั้น แทบไม่ได้เป็นการเปลี่ยนแปลงระดับอย่างมีนัยสำคัญเท่าไหร่นัก เพราะถึงที่สุดแล้วการสแกนด้วยนิ้วโป้ง (หรือนิ้วอื่นจากด้านหน้า) และด้านหลังก็ไม่ต่างกันสักเท่าไหร่

แน่นอนว่า การย้ายปุ่มสแกนลายนิ้วมือจากด้านหลังสู่ด้านหน้า ไม่ได้มีแค่ด้วยเหตุผล ‘สแกนลายนิ้วมือ’ เพียงอย่างเดียว แต่เป็นการเพิ่มการใช้งาน gesture ผ่านปุ่ม Home นั่นเอง ซึ่งเป็นคุณลักษณะเดียวกับ Huawei Mate 9 Pro ที่ MobileDista เคยรีวิวไว้ก่อนหน้านี้

Huawei Mate 9 Pro: นี่อาจเป็นสมาร์ทโฟน Android ที่ดีที่สุดในเวลานี้

Screen-Shot-2560-03-30-at-10.27.51-PM

โดยปุ่ม Home สามารถทำงานเป็นได้ทั้งปุ่ม Back, ปุ่ม Home และ Recent App ได้ในปุ่มเดียวผ่านการใช้ Gesture เป็นตัวบังคับ ซึ่งเราอาจเรียกฟีเจอร์นี้รวมๆ ว่า haptic feedback (คล้ายกับ 3D Touch ของ Apple นั่นเอง) เช่น การแตะหนึ่งครั้งเป็น Back กดค้างเป็น Home หรือปาดซ้ายเพื่อใช้งาน Recent

IMG_20170328_130918_edited-650x488 IMG_20170328_130958_edited-650x488

อย่างไรก็ตามด้วยความยุ่งยากโดยเฉพาะการ Recent ที่ต้องใช้การปาดที่ปุ่ม Home ผู้เขียนรู้สึกว่ามันยุ่งยากเกินไป และไม่สะดวกในการใช้ จึงกลับมาใช้ปุ่มแบบมาตรฐานเหมือนเดิม จึงทำให้ปุ่ม Home มีสถานะเดียวก็คือ สแกนลายนิ้วมือ

การออกแบบ: เหมือน iPhone มากเกินไป

IMG_20170328_123950_edited-650x488

ด้วยการดีไซน์ดังกล่าว ถือว่ามีความคล้ายคลึงกับ iPhone อยู่สักหน่อย แต่ก็ไม่ได้ ‘ลอก’ มาทั้งดุ้น กลับยังคงเอกลักษณ์ของความเป็น P Series อยู่พอสมควร เช่นการจัดวางเลนส์กล้องทั้งสองตัวอยู่ในด้านซ้ายสุด ตามมาด้วยแฟลช และโลโก้ของ Leica ที่เป็นจุดขายสำคัญ

ขณะเดียวกันการปรับขนาดหน้าจอให้เล็กลงจากเดิม 5.2 นิ้ว มาเป็น 5.1 นิ้ว ถือเป็นสิ่งที่ดีไม่น้อย เพราะด้วยขนาดที่เล็กลง (แต่ไม่เล็กลงจนเกินไป) ทำให้การพกพาสะดวก ใส่กระเป๋ากางเกงได้อย่างสะดวกใจ

IMG_20170328_113706_edited-650x488

P10-vs-P9-650x366

แต่สิ่งที่อาจมีปัญหาในการใช้งานจริงๆ ก็คือ การออกแบบที่โค้งมนมากขึ้น ถ้าสังเกตจาก P9 ตัวเครื่องจะมีลักษณะทรงแท่งเหลี่ยมๆ ไม่ได้เน้นความอ่อนช้อยโค้งมนสักเท่าใดนัก กระทั่งเป็น P10 ตัวเครื่องถูกออกแบบให้โค้งมากขึ้น ขอบซ้ายและขวาถูกทำให้ลาดเอียง เป็นโค้งจากด้านบนจรดด้านล่าง พื้นผิวด้านหลังถูกขัดให้เรียบ ซึ่งตรงนี้ทำให้การจับสัมผัสถือใช้งานอาจต้องใช้ความระมัดระวังค่อนข้างมาก เพราะมีโอกาสที่ร่วงหล่นจากมือได้ไม่น้อยครับ

ฟีเจอร์การใช้งาน: มีไม่มาก แต่พอดี

IMG_20170328_131258_edited-650x488

ถ้าหากใครที่ได้ลองใช้งาน Huawei Mate 9 ซีรีส์แล้วลองสัมผัส P10 แทบจะไม่พบความแตกต่างในด้านฟีเจอร์การใช้งานมากนัก เพราะโดยพื้นฐานแล้วทั้งสองรุ่นใช้อินเตอร์เฟส EMUI 5 เหมือนๆ กัน จึงทำให้รูปลักษณ์ที่ออกมา การสั่งการ อินเตอร์เฟสที่เลือกได้ว่า จะเอาแบบมี/ไม่มี App Drawer หรือฟีเจอร์ที่มีความโดดเด่นไม่ฉีกหนีกันมากนัก

P10-650x520
ซ้าย: App Twin การใช้งานสองแอปในเครื่องเดียว ขวา: การแบ่งหน้าจอพร้อมกันสองแอป (แต่ไม่รองรับทุกแอป)

เราจะได้เห็นฟีเจอร์ Clone App (ที่ใช้งานได้แค่ Facebook และ Whatsapp) การเรียกใช้ Motion ต่างๆ ที่มีมานานแล้ว หรือการใช้ข้อนิ้วเป็นคีย์ลัดเรียกการใช้งาน รวมถึงการแบ่งหน้าจอ Split-Screen ก็มิได้เป็นสิ่งที่ใหม่สดอย่างใด

IMG_20170328_174901_edited-650x488

อย่างไรก็ดีทั้งหมดนี้เป็นฟีเจอร์ที่เราสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

แบตเตอรี: ชาร์จไวขึ้นมาก แต่ไม่อึดไปกว่า P9

IMG_20170328_152400_edited-650x488

ในฐานะที่เป็นผู้ใช้งาน P9 สิ่งที่คาดหวังเป็นเป็นเรื่องแบตเตอรี เพราะนี่คือจุดบอดของ P9 เนื่องด้วยประสิทธิภาพของแบตเตอรีใช้งานได้ไม่นานกว่าที่ควรจะเป็น อีกทั้งความเร็วในการชาร์จก็ทำได้ไม่ดี ใช้เวลาค่อนข้างนานอักโข

แล้ว P10 ล่ะ?

ความคาดหวังดังกล่าวมีแค่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น P10 มีการปรับปรุงการชาร์จแบตเตอรีให้เร็วขึ้น เพิ่มความสามารถในการชาร์จเร็วเข้ามา ทำให้การชาร์จจากแบตเตอรีราว 10% สามารถเต็มขีด 100% แล้วกลับมาใช้งานได้ภายในเวลาเพียงชม.ครึ่งเท่านั้น

ส่วนการใช้งานในแต่ละวันของ P10 นั้น กลับยังมีข้อจำกัด เป็นรุ่นที่ผู้ใช้งาน ‘ต้องถนอมการใช้งาน’ มากทีเดียว ความคงทนของแบตเตอรีมีให้คุณพร้อมใช้งานราวๆ 9 ชม. มากกว่านี้จำเป็นต้องพก Power Bank หรือชาร์จระหว่างวันกันเอง

กล้อง: Huawei P10 คือคำตอบด้านการถ่ายภาพ

IMG_20170328_113140_edited-650x488

เหตุผลสำคัญที่ทำให้ตัดสินใจเป็นเจ้าของ P9 คิดว่าคงไม่ต่างกันมาก นั่นคือ ในด้านการถ่ายภาพที่รองรับทั้งกล้องขาวดำ และกล้องสี มีเลนส์กล้องสองตัว และการทำความร่วมมือกับ Leica เป็นครั้งแรก

หลังจากนั้นอีกหนึ่งปี Huawei P10 เป็นการยกระดับด้านการถ่ายภาพขึ้นมาจริงๆ ภาพที่ได้จาก P10 มีความคมชัด มีรายละเอียดที่ดีขึ้น การถ่ายภาพของ monochrome สามารถถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอได้

ขณะเดียวกันการถ่ายภาพด้วยภาพสีก็ทำได้ดีขึ้น สีที่ได้มีความสด เรียกว่า P10 เป็นรุ่นที่สามารถดึงดูดให้คนที่ชอบการถ่ายภาพขาวดำชอบ และคนที่ถ่ายภาพสีรักได้ไม่อยาก

ตัวอย่างการถ่ายภาพจากกล้อง P10

อย่างไรก็ดีการถ่ายภาพด้วย Portrait Mode อันเป็นของใหม่แกะกล่อง ขอแบ่งเป็นสองส่วน นั่นคือ ส่วนที่เป็นกล้องหน้าและส่วนที่เป็นกล้องหลัง

ในส่วนที่เป็นกล้องหลังถือว่าทำได้ค่อนข้างดีครับ การละลายพื้นหลังแลดูสวย ดูมีมิติน่าประทับใจ แต่พอเป็นกล้องหน้าพื้นหลังรอบตัวของคนถ่ายจะดูฟุ้ง พร้อมบรรยากาศรายล้อมที่ชวนหลอกตา จนท้ายที่สุดแล้วก็ต้องปิดโหมดนี้จนกว่าจะมีการอัปเดท Software ถ่ายภาพ

ภาพถ่ายจาก Portrait Mode

Huawei P9 vs. Huawei P10 ในมุมมองเจ้าของ P9

Huawei-P10-vs-Huawei-P9-650x366

การเป็นเจ้าของ Huawei P9 และได้ใช้งาน P10 ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ ทำให้ผู้เขียนตัดสินใจได้ไม่ยากเลยว่า แทบไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเสียเงินซื้อ P10 เลย หากว่า ในบ้านของคุณมี P9 อยู่ก่อนแล้ว

ด้วยการออกแบบของสองรุ่นนี้ ไม่แตกต่างกันมากในระดับมีนัยสำคัญ เช่นเดียวกับโหมดการถ่ายภาพแค่การถ่ายภาพหน้าชัดหลังเบลอ ในความเห็นผู้เขียนแล้วยังไม่ใช่เหตุผลหลักที่ทำให้ต้องเสียเงินเพื่อซื้อ P10 การถ่ายภาพของ P9 ยังคงดี และเพียงพอ

ทว่าถ้าคุณนั้นยังไม่มี P9 ไว้ในการครอบครองการจะฝากความไว้วางใจให้กับ P10 ในการเป็นสมาร์ทโฟนคู่ใจ ผมคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่ไม่เลว เพราะการถ่ายภาพของ P10 นั้นทำได้ดีทั้งการถ่ายภาพขาวดำและภาพสี การถ่ายภาพด้วย Pro Mode จะยิ่งเพิ่มคุณภาพของภาพให้ดียิ่งขึ้น

ขณะเดียวกันประสิทธิภาพในการใช้งานก็ไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วง การทำงานของ Kirin 965 ไว้วางใจได้ ความลื่นไหล การรองรับแอปพลิเคชันสำคัญๆ ใช้งานได้ไม่มีปัญหา

เช่นนั้นแล้ว ถ้าคุณมี P9 ผมคิดว่ายังไม่จำเป็นในการอัปเกรดเป็น P10 หากแต่ยังไม่เคยเป็นเจ้าของ P9 มาก่อน แล้วมีความต้องการเปลี่ยนมือถือ P10 คือทางเลือกที่ดีครับ

สรุป: Huawei P10 ซื้อ/ไม่ซื้อ !?

IMG_20170328_130816_edited-650x488

ในมุมมองของผู้ใช้ P9 ไม่รู้สึกยินดียินร้ายตามแต่ประการใด เพราะความแตกต่างแบบเห็นได้ชัดจากการสัมผัส P10 แทบไม่มีความรู้สึกอะไรมากนัก แต่ถ้ามองอย่างคนทั่วไป ในการขยายแบรนด์ Huawei การมาของ P10 คือ ย่างก้าวที่สำคัญ ที่ชี้บ่งชัดแจ้งแล้วว่า Huawei กำลังมาถูกทาง

การก้าวขึ้นมาเป็นใหญ่ในวงการของสมาร์ทโฟนของ Huawei คือสิ่งที่น่าสนใจ และควรค่าแก่การติดตาม P10 เป็นสมาร์ทโฟนที่ดีอย่างไม่ต้องสงสัย อีกทั้งระดับราคาก็ไม่ได้แพงมากนัก 17,900 บาท ก็สามารถเป็นเจ้าของได้แล้ว

ในราคานี้คุณจะได้การถ่ายภาพที่ดีทั้งภาพถ่ายขาวดำและภาพสี กอปรกับตัวเครื่องที่มีประสิทธิภาพ มีการใช้งานที่ลื่นไหล นี่คงเป็นโอกาสอันสำคัญที่แบรนด์ Huawei จะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของคุณ และแผนการขยายแบรนด์ของมังกรตัวใหญ่รายนี้ได้เริ่มต้นขึ้น

สเปกเครื่อง Huawei P10

หน้าจอ: 5.1  นิ้ว ความละเอียด Full HD 1080p

ชิปประมวลผล: HiSilicon Kirin 960 Octa-core (4×2.4 GHz Cortex-A73 & 4×1.8 GHz Cortex-A53)

แรม: 4GB

หน่วยความจำเครื่อง: มีให้เลือก 32GB และ 64GB

กล้องหลัง: แบ่งเป็นกล้อง 20 ล้านพิกเซล และ 12 ล้านพิกเซล F2.2

กล้องหน้า: 8 ล้านพิกเซล F1.9

แบตเตอรี: 3,200 mAh

ระบบปฏิบัติการ: Android 7 Noutgat

อินเตอร์เฟส: Emotion UI 5.1

Comments