Home Tech Reviews

Huawei Mate 9 Pro: นี่อาจเป็นสมาร์ทโฟน Android ที่ดีที่สุดในเวลานี้ MobileDista Review

Huawei-Mate-9-Pro_1-650x488
Huawei Mate 9 Pro Review

ความร้อนแรงของแบรนด์ Huawei ที่มีมาตลอดตั้งแต่ต้นปีจนกระทั่งปลายปี 2016 ทั้งจากซีรีส์ P และซีรีส์ Mate โดยในปี 2017 นี้ Huawei ยังคงมีสมาร์ทโฟนที่น่าจับตามอง ตั้งแต่ Huawei Mate 9 Pro, Mate 9 Porsche Design ไปจนถึง Huawei P10 

Huawei P10 จะเป็นอย่างไร ยกไว้ก่อน เราขอพูดถึงสิ่งที่กำลังอยู่ในมือของเราตอนนี้ นั่นคือ Huawei Mate 9 Pro หนึ่งในสมาร์ทโฟนที่อาจพูดได้ว่า ดีที่สุดตอนนี้กันครับ

แนะนำ Huawei Mate 9 Pro

Huawei-Mate-9-Series-650x336

อย่างที่ทราบกัน Huawei Mate ซีรีส์ มีด้วยกัน 3 รุ่น ได้แก่ Mate 9 ปกติ, Mate 9 Pro และ Mate 9 Porsche Design ซึ่งทั้ง 3 รุ่นมีการตัวทางการตลาดที่แตกต่างกัน ในรุ่นที่อยู่ในมือของเราในเวลานี้ ถือได้ว่าเป็นรุ่นที่มีความสมเหตุสมผลมากที่สุด เพราะตัวเครื่องมีขนาดหน้าจอที่ไม่ใหญ่เกินไป เพียง 5.5 นิ้ว แตกต่างจากรุ่นปกติที่มีขนาดถึง 5.9 นิ้ว นั่นอาจหมายถึงว่า การใช้งานของ Mate 9 Pro จะเหมาะกับมือมากกว่า สามารถใช้งานเบ็ดเสร็จได้ด้วยมือเดียว

ขณะเดียวกัน Mate 9 Pro ยังเป็นรุ่นที่มีการดีไซน์ที่หรูหรากว่า Mate 9 และเกือบจะเทียบเคียงกับ Porsche Design ได้อย่างไม่เคอะเขินในระดับราคาที่ต่ำกว่า จนเอื้อมถึงได้ง่ายที่ 27,900 บาท

IMG_20170227_161748-650x488

เมื่อได้ลองสัมผัส Huawei Mate 9 Pro ครั้งแรก ยอมรับว่า น่าประหลาดใจไม่น้อยครับ เพราะตัวเครื่องมีความหรูหราด้วยการใช้กระจกสะท้อนแสงที่ช่วยดึงดูดสายตาจนรู้สึกอยากใช้งานตลอดเวลา

IMG_20170227_161825-650x488

ด้านบนสุดเป็นลำโพงที่ให้เสียงที่แหลม อาจถูกใจใครหลายคน เมื่อใช้งานตัวเครื่องในแนวนอนเสียงที่ให้จะเป็นลำโพงคู่สเตอริโอ อย่างไรก็ดีต้องยอมรับโดยดุษณีว่า ด้านหน้าตัวเครื่องออกจะเหมือน Samsung Galaxy S7 ไปสักหน่อย ซึ่งอาจเป็นข้อเสียของรุ่นนี้ครับ

IMG_20170227_162215-650x488

IMG_20170227_162245-650x488

ด้านหลังตัวเครื่องมีลูกเล่นด้วยการทำลวดลายโลหะขัดเงา เมื่อสังเกตดีๆ จะเห็นเป็นเส้นริ้วๆ อยู่เต็มหลังเครื่อง เสริมด้วยการตีโปร่งตรงกลางให้มีความโค้ง ทำให้การสัมผัสมีความกระชับมือ

IMG_20170227_162123-650x488

ต่อมาเป็นเลนส์กล้องสองตัว (Dual Camera) อันเป็นเอกลักษณ์ของ Huawei Smartphone ไปแล้ว แบ่งออกเป็นกล้องความละเอียด 20 ล้านพิกเซลรับภาพขาว/ดำ และกล้อง 12 ล้านพิกเซลสำหรับภาพสี พร้อมด้วยแฟลชคู่ ซึ่งเลนส์ที่ใช้เป็น SUMMARIT-H มีรูรับแสง f/2.2

IMG_20170227_162708-650x488

ด้านข้างตัวเครื่องมีการเว้นระยะห่างระหว่างปุ่มเปิดเครื่อง และปุ่มเพิ่มลดเสียงให้มีระยะห่างช่องไฟประมาณหนึ่ง เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนในการใช้งาน ทั้งยังมีลูกเล่นเล็กน้อยตรงปุ่มเปิดเครื่องทำรอยขรุขระไว้เล็กน้อยให้เกิดความแตกต่าง

IMG_20170227_162020-650x488

จุดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่ต้องพูดถึง นั่นคือ เรื่องของความละเอียดหน้าจอที่ Mate 9 Pro อัดความละเอียดหน้าจอสูงถึง QHD ในขณะที่ Mate 9 รุ่นปกติอยู่ที่ Full HD สีสันของจอถือว่ามีความสด มีความคม และให้สีดำที่เป็นสีที่มีความดำจริงๆ ซึ่งปัจจุบันสมาร์ทโฟนหลายรุ่นยังให้ค่าจอสีดำที่ยังไม่ดำ ซึ่งสีดำที่ไม่ดำสนิท จะส่งผลต่อการรับชมจากหน้าจอโดยตรงครับ

ลองนึกภาพว่า เวลาที่เราดูหนังที่มีธีมสีดำเยอะๆ เช่น STAR WARS, STAR TREK หรือ Batman ฉบับ Chris Nolan ถ้าสีที่ไม่ดำจริง เราจะเห็นความผิดปกติบางอย่างบนจอ แต่ถ้าเป็นจอที่มีความดำมากๆ เราจะได้อรรถรสในการดูมากขึ้น มีความสมจริง และได้บรรยากาศที่ดีขึ้น

ส่วนในเรื่องของจอโค้งนั้น เท่าที่ได้ลองใช้งานมาก็ดูไม่เห็นประโยชน์สักเท่าไหร่ แต่ถ้าพูดในเชิงความสวยงาม นั่นคงเป็นคุณสมบัติเดียวที่จอโค้งดูจะเป็นประโยชน์ที่สุด

EMUI บน Android 7 

Huawei-Mate-9-Pro-SS1-650x406

Mate ซีรีส์เป็นสมาร์ทโฟนของ Huawei ที่ได้ใช้ Android 7 แล้วครอบทับด้วย EMUI โดยมีการใช้ธีมสีด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีดำ และสีขาว จุดสังเกตคือ เมื่อเราลาก notification bar ลงมา เราจะเห็นแถบ Toggle ที่จะพื้นสีดำ ตัดกับโลโก้ขาว แล้วเพิ่มมิติให้มีความแตกต่างโดยการนำสีน้ำเงินเข้ามาแสดงสถานะการใช้งาน

อีกทั้งเมื่อเราเข้าในหน้า Setting ธีมสีจากสีดำ จะเปลี่ยนไปเป็นสีขาวแทน แล้วใช้สีเทาคั่นเพื่อแยกเมนูในการปรับแต่งเป็นหมวดหมู่ ที่ต้องพูดอีกอย่างหนึ่งก็คือ ในหน้า Setting ทาง Huawei ได้นำ Matchine Learning ตรวจสอบการใช้งานของเรา แล้วจะให้คำแนะนำว่า ควรมีการตั้งค่าใดเพิ่มเติม เพื่อให้การใช้งานตัวเครื่องดีที่สุด

Huawei-Mate-9-Pro-SS2-650x520

ด้วยอานิสงส์ที่ได้มาจาก Android 7 Nougat นั่นจึงทำให้ผู้ใช้งาน Mate 9 Pro เลยได้ใช้ฟีเจอร์ multi window ที่จะแบ่งหน้าจอออกเป็นสองส่วนพร้อมกัน รองรับทั้งการใช้งานในแนวตั้งและแนวนอน โดยวิธีการใช้งานคือ กดปุ่ม recent ค้างในหน้าแอปพลิเคชันใดก็ได้ครับ แต่ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบทำงานพร้อมๆ กันสองอย่างก็เลือกที่จะไม่ใช่งานฟีเจอร์นี้ได้

Screenshot_20170301-085258-650x366

อย่างไรก็ตามใช่ว่า ทุกแอปจะรองรับการใช้งาน Multi Window ทั้งหมดนะครับ ในบรรดาแอปพลิเคชันที่ผมติดตั้งไว้มี Apple Music, Instagram, LINE ที่ไม่รองรับการใช้งานนี้ครับ

IMG_20170227_161738-650x488

ที่ต้องพูดถึงอีกประการหนึ่ง เป็นเรื่องของปุ่ม Home ที่ย้ายมาอยู่ด้านหน้า อันที่จริงปุ่มนี้ไม่ได้มีเอาไว้แค่สแกนลายนิ้วมือนะครับ ในความเป็นจริงแล้ว มันสามารถปรับแต่งลูกเล่นได้เหมือนกัน เมื่อเราเข้าไปในหน้า Navigation Key ที่อยู่ใน Setting จะมีให้เราตั้งค่าได้ครับว่า จะให้มีปุ่ม Back หรือ Recent หรือไม่ ถ้าหากไม่ต้องการให้มี เราสามารถยุบรวมปุ่มทั้งหมดมาไว้ที่ปุ่ม Home ก็ได้

Huawei-Mate-9-Pro-SS3-650x416

โดยการสั่งการใช้งานจะแตกต่างกันไป เช่น ถ้าแตะหนึ่งครั้งจะเป็น Back, แตะค้างเข้าหน้า Home, ปาดซ้ายเป็นการเรียก Recent เป็นต้น ครับ

Huawei-Mate-9-Pro-SS4-650x520

อีกฟีเจอร์หนึ่งที่ถูกเพิ่มเติมเข้ามา ก็คือ App Twin ความสามารถนี้ผมว่าไม่แตกต่างจากสมาร์ทโฟนทั่วไป (ที่มีฟีเจอร์นี้) คือ การเรียกใช้แอปพลิเคชัน 2 บัญชีในเครื่องเดียว ซึ่งตัวฟีเจอร์นี้รองรับ Whatsapp และ Facebook เป็นหลัก และยังไม่รองรับในแอปพลิเคชันอื่นๆ ครับ

Huawei-Mate-9-Pro-SS5-1-650x416

 

นอกเหนือจากนั้นก็มีฟีเจอร์ในการค้นหา (Universal Search) การตัดแสงสีฟ้า และเลือกได้ว่า จะให้มี App Drawer หรือไม่มี ถ้าไม่มีก็จะอยู่ในรูปแบบที่ทุกแอปจะรวมอยู่หน้า Homescreen ทั้งหมด

การถ่ายภาพ

Leica

การที่ Huawei ได้แบรนด์พรีเมียมแมส (Premium Mass) อย่าง Leica ส่งผลไปยังทิศทางที่ดีของแบรนด์ Huawei อย่างไม่มีใครปฏิเสธได้ อันเนื่องมาจากว่า Leica มีความแข็งแกร่งในวงการถ่ายภาพอย่างเนิ่นนาน ทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพ นั่นจึงทำให้ Huawei สามารถก้าวกระโดดได้ไกลในปีที่ผ่าน จาก Huawei P9 จนถึง Mate 9 Pro

Screenshot_20170301-085639-650x366

Huawei-Mate-9-Pro-SS6-650x416

Screenshot_20170301-085720-650x366

ในความร่วมมือครั้งล่าสุดระหว่าง Huawei จากรุ่น Mate 9 Pro และ Leica ถือว่ายกระดับการถ่ายภาพด้วยกล้องสมาร์ทโฟนอีกขั้น โดยภาพที่ได้จากการลั่นชัตเตอร์มีความคมชัด เก็บรายละเอียดของภาพได้ดี ทั้งความลึก ความตื้น ไปจนถึงชุดซอฟต์แวร์ที่ทำออกมาได้น่าประทับใจ ที่ผมชอบคงเป็นการปรับภาพฟิลเตอร์ vivid ที่ทำให้สีของภาพสวยขึ้นกว่าเดิม ซึ่งว่าไปแล้ว การถ่ายภาพแบบ Time-Lapse ก็ทำได้ดีขึ้นด้วย เพียงแต่ว่าจำเป็นต้องใช้ขาตั้งกล้องเพื่อความเนียนในการถ่ายภาพให้ออกมาดีที่สุดครับ

IMG_20170227_162138-650x488

เลนส์ของกล้อง Mate 9 Pro แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่เป็นการถ่ายภาพขาวดำและภาพสี คือ 20 ล้านพิกเซล ที่จะเป็นความละเอียดของภาพขาวดำ และ 12 ล้านพิกเซลจะเป็นของภาพสี

IMG_20170301_085749_1-650x488

ขณะเดียวกันการปรับหน้าชัดหลังเบลอของ Mate 9 Pro สามารถปรับได้ตั้งแต่รูรับได้ตั้งแต่ 0.95 จนถึง 16 พบว่าถ้าปรับรูรับแสงที่ 0.95 มันให้รายละเอียดที่ดีก็จริง แต่ถ้าสังเกตดีๆ ฉากหลังที่ละลายมันหลอกตาพอสมควรครับ

ปัญหาในการใช้งานเรื่องกล้องก็มีอยู่บ้างครับ เช่น ในกรณีที่เปิดแอปกล้องจะช้าสักนิดหนึ่งราวกับว่ากำลังประมวลผลแอปกล้อง แล้วก็ในกรณีอยู่ในพื้นที่แสงน้อยกาชัตเตอร์จะทำได้ค่อนข้างช้า

ภาพถ่ายจาก Mate 9 Pro

แบตเตอรี

IMG_20170227_162400-650x488

ด้านความอึดของการใช้งานแทบไม่ต้องกังวลใจเลยครับว่า ความละเอียดหน้าจอ QHD และความสดของ AMOLED จะทำอะไรกับ Mate 9 Pro ได้ เพราะในการใช้งานตลอดการรีวิว การใช้งานแต่ละครั้งจากเช้า (บางทีก็ unplugged ตอนเช้ามืด) จนถึงค่ำ ผ่านด่านการใช้งานระดับ Heavy Duties นับสิบๆ ชั่วโมงได้สบาย

Screenshot_20170221-002723-650x1156

ส่วนเรื่องในการชาร์จด้วยความที่เป็นรุ่นใหญ่ ฉะนั้นจึงพกพาประสิทธิภาพในการชาร์จเร็ว ที่ Huawei เรียกว่า Supercharge จากแบตเตอรีขีดแดงๆ จนกระทั่งเขียวฟิตปึ๋งปั๋งใช้เวลาราว 2 ชั่วโมง ซึ่งถือว่า น่าประทับใจนะครับ เมื่อเทียบกับขนาดความใหญ่ของแบตเตอรี 4,000 mAh

Huawei-Mate-9-SS10-650x488

ฉะนั้นรับประกันได้เลยว่า การใช้งานจริงของ Mate 9 Pro ไม่มีแบตหมดตายกลางทางแน่นอน

สรุป

IMG_20170227_162104-650x488

ความเห็นส่วนตัวหลังการใช้งาน Huawei Mate 9 Pro ผมประทับใจในด้านการทำตัวเครื่องดูมีความหรูหรา พร้อมกับขนาดตัวเครื่องที่ไม่ใหญ่จนเกินไป มีการเลือกใช้วัสดุที่ดี จึงช่วยยกระดับตัวเครื่องได้อย่างยอดเยี่ยม แต่ตกม้าตายตรงที่ด้านหน้าตัวเครื่องมีความละม้ายคล้าย Galaxy S7 เกินไปสักหน่อย รวมถึงการไม่อนุญาตเพิ่มหน่วยความจำ microSD เข้าไป ซึ่งทำให้ผมมีคำถามในใจว่า ทำไมกันล่ะ!

อย่างไรก็ตามด้วยข้อดีที่มีมากกว่า จึงยังทำให้รุ่นนี้มีความน่าสนใจ เช่น แบตเตอรีที่มีความอึดมากๆ สามารถใช้งานนับสิบๆ ชั่วโมงได้

ขณะเดียวกันถ้าใครที่ชอบถ่ายภาพขาวดำหรือชอบการถ่ายภาพสไตล์ Street อยู่แล้ว มีโอกาสที่ต่อมความอยากเปลี่ยนมือถือของคุณทำงานจนยากจะยั้งใจที่จะไม่คว้ามันมาเป็นกรรมสิทธิ์

 

สเปกเครื่อง

Huawei-Mate-9-Pro-650x293

  • ขนาดหน้าจอ: 5.5 นิ้ว QHD (1,440×2,560 พิกเซล) AMOLED
  • ชิปประมวลผล: Kirin 960
  • หน่วยความจำ: 128GB
  • RAM: 6GB
  • กล้องหลัง: 20 ล้านพิกเซล สำหรับ monochrome และ 12 ล้านพิกเซล สำหรับภาพสี
  • กล้องหน้า 8 ล้านพิกเซล
  • แบตเตอรี 4,000 mAh
  • รองรับ Fast battery charging
  • อินเตอร์เฟส EMUI 5.0
  • ระบบปฏิบัติการ: Android 7 Nougat

Comments