Home Tech Reviews

Plantronics BackBeat Pro 2: หูฟังที่มีฟีเจอร์ noise cancelling ในราคาต่ำหมื่น

BackBeat-Pro-2-Review-650x488
BackBeat Pro 2 หูฟังไฮเอนด์ที่ครบจบทั้งการทำงานสำหรับสนทนาและการฟังเพลง

เราต้องการอะไรที่มากกกว่าหูฟังคุณภาพดี เสียงครบ แบตอึด แถมมี noise cancelling ในราคาต่ำหมื่น ถ้ากำลังมองหาสิ่งนี้ Plantronics BackBeat Pro 2 อาจเป็นคำตอบให้แก่คุณครับ

ก่อนหน้านี้เราเคยได้พูดถึงหูฟังรุ่นนี้ไว้แล้วครับที่ แนะนำ BackBeat Pro 2 ใช้งานได้ครบ Work&Life จบในตัวเดียว ซึ่งจากที่ได้ลองใช้งานจริงพบว่า เป็นหูฟังที่น่าสนใจทีเดียว เพราะตัวมันรองรับทั้งในด้านการทำงานและการฟังเพลงได้ดีจริงๆ ในรีวิวชิ้นนี้เราจะพามาดูกันว่า หูฟังระดับไฮเอนด์ของ Plantronics มีอะไรน่าสนใจกันบ้าง

การออกแบบ (Design)

IMG_20170215_142904-650x488

Plantronics บอกเราว่า การออกแบบของหูฟังรุ่นนี้แตกต่างจากรุ่นก่อนๆ กล่าวคือ การออกแบบใช้รูปทรงรี โดยปรับเปลี่ยนจากทรงกลม ซึ่งความแตกต่างก็คือ การออกแบบที่เป็นทรงรี จะกระชับเข้ากับรูปหน้าได้ดีกว่าทรงกลม ทำให้ไม่เกิดอาการหูฟังบีบที่หูเมื่อใช้งานไปสักระยะ

IMG_20170215_143820-650x488

ขณะเดียวการออกแบบมาถือว่าทำได้ดี ตัวหูฟังมีน้ำหนัก 290 กรัม โครงวัสดุเป็นโลหะหุ้มด้วยหนังสังเคราะห์คุณภาพดี จับแล้วนุ่ม บริเวณก้านหูฟังจะหุ้มด้วยผ้า ซึ่งถือว่า อาจเป็นข้อดีและข้อเสียในเวลาเดียวกัน ข้อดีคือ เวลาที่เราพับและบิดหูฟัง 90 องศา ขณะที่อยู่บนคอมันจะรู้สึกสบาย ไม่แข็งกระด้าง เมื่อเทียบกับพลาสติก แต่ข้อเสียก็จะมีอยู่บ้าง ถ้าหากมีเหงื่อมันจะอับชื้นได้

IMG_20170215_142744_1-650x488

การควบคุม

เนื่องจาก BackBeat Pro 2 เป็นหูฟังบลูทูธไร้สาย ทำให้การควบคุมจะอยู่ด้านข้างของหูฟังทั้งหมด การควบคุมปุ่มทางซ้าย ข้างนอกสุดจะเป็นการปรับเพิ่ม Volume + และ Volume – ซึ่งจะใช้การเลื่อนลงเพื่อเพิ่มเสียง และการเลื่อนขึ้นเพื่อลดเสียง พร้อมกับปุ่มควบคุมด้านในที่จะเป็นการเล่นเพลงไปข้างหลัง ไปข้างหน้า สั่งหยุดเพลง หรือสั่งเล่นเพลง อันนี้เป็นสัญลักษณ์การใช้งานแบบเบสิคที่เข้าใจกันได้

IMG_20170215_143112-650x488

ถัดเข้ามาของปุ่มควบคุมด้านซ้าย ที่จะอยู่บริเวณหลังหูของเรา จะมี 2 ปุ่มคำสั่ง นั่นคือ Open Listening และ ANC นี่แหละครับ คือ จุดเด่นของ BackBeat Pro 2 เลยล่ะครับ เพราะว่า นี่คือฟีเจอร์สำคัญเลย โดยเราสามารถเลื่อนไปด้านบนสุดที่ Open Listening เพื่อเปิดไมค์รอบตัว ข้อดีก็คือ ในขณะที่เรากำลังฟังเพลงอยู่ แต่ต้องการที่จะสนทนากับผู้ที่อยู่ตรงหน้า หรือในขณะที่เรากำลังอยู่ในสนามบิน กำลังรอหน้า gate บางทีเราอาจต้องการได้ยินเสียงเรียกขึ้นเครื่อง ก็สามารถเปิดไมค์ เพื่อใช้งาน Open Listening ที่จะทำให้เราได้ยินเสียงจากข้างนอกเข้ามาในหูฟัง โดยไม่ต้องถอดหูฟังออกมาเลย

เมื่อเราไม่ต้องการที่จะสนทนากับใคร ต้องการตั้งสมาธิกับการฟังเพลงเท่านั้น ให้เลื่อนลงมาที่ ANC (Anti Noise-Cancelling) ที่จะตัดเสียงรบกวนทุกสิ่งอย่าง แล้วฟังสุนทรีย์ไปกับบทเพลงที่กำลังเล่นอยู่ ซึ่งสองฟีเจอร์ที่ลองใช้มาแล้ว บอกเลยว่า โคตรเจ๋ง!

IMG_20170215_144357-650x488

ต่อมาคือ ปุ่มควบคุมด้านขวา ด้านนอกสุด (บริเวณโลโก้ PLT) ถ้าหากเรากดไปปั้บ จะเป็นการบอกสถานะของแบตเตอรีที่การันตีว่า ใช้งานได้ 24 ชั่วโมง ด้านหลังหูจะมี 2 ปุ่ม ได้แก่ ปุ่มเปิด/ปิด Bluetooth และเสียงเปิด/ปิดไมค์โครโฟนสนทนา

อ้อ! ในจังหวะที่เรากำลังฟังเพลงอยู่ แล้วมีโทรศัพท์เข้ามา เราสามารถสนทนาผ่านหูฟังไฮเอนด์รุ่นนี้ได้เลย ส่วนช่องด้านล่างสุดจะเป็นช่องเสียบชาร์จแบตเตอรี พอร์ทที่ใช้เป็น microUSB และด้วยความที่เป็นหูฟัง Bluetooth ต่อให้แบตเตอรีใช้งานได้นานถึง 24 ชั่วโมง ถ้าเกิดลืมชาร์จก็เป็นอันจบกัน เลยมีช่องเสียบ 3.5 มม.มาให้ในกล่องด้วยครับ

คุณภาพเสียง (Sound Quality)

IMG_20170215_143617-650x459

ว่าไปแล้ว ในเรื่องของหูฟังสิ่งที่สำคัญนอกเหนือจากการออกแบบแล้ว จะเป็นในเรื่องของความโดดเด่นทางด้านเสียง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับบุคคลิกและรสนิยมในการฟังเพลงว่า มีความชื่นชอบในแนวไหน

BackBeat Pro 2 ให้เสียงเบสที่ดีเมื่ออยู่ในโหมดปกติ แต่ความเป็นเสียงเบสก็ไม่ได้กลบเสียงกลาง หรือเสียงแหลม จึงทำให้การฟังเพลงยังได้คุณภาพเสียงกลางที่โอเค เสียงแหลมที่ยังมีความคม พร้อมรายละเอียดของเครื่องดนตรีที่มีความชัดเจน ถ้าฟังเพลงแนวเพลงประเภท Rock, Blues, Jazz แม้แต่ Hip-Hop ถือว่าตอบโจทย์การฟังเพลงคุณมากทีเดียวเลย

ฟีเจอร์ (Feature)

IMG_20170215_143339-650x488

Anti Noise Cancelling (ANC)

ตามที่กล่าวไว้ตอนต้น ความสามารถของ Anti Noise Cancelling คือการตัดเสียงรบกวนที่ไม่พึงประสงค์ออกไป เพื่อสรรสร้างอรรถรสในการฟังเพลงให้ยอดเยี่ยมเป็นที่สุด จากที่ลองใช้คือ ถ้าอยู่ในที่ๆ เสียงดัง เช่น บนรถ ก็แทบจะไม่ได้ยินเสียงเครื่องยนต์เลยครับ แต่ก็จะมีได้ยินเสียงบ้าง เช่น เสียงประกาศจากไมค์เวลาที่อยู่สถานีรถไฟฟ้า BTS หรือ MRT ที่ยังมีลอดเข้ามาได้บ้าง

ที่น่าสนใจก็คือ Pro 2 เป็นหูฟังที่มาราคา 7,890 บาท แต่ฟีเจอร์ในการตัดเสียงทำได้ดีกว่าหูฟังรุ่นที่แพงกว่าในช่วงราคาที่สูงกว่านี้ (นิดหน่อย) เลยทีเดียว

Smart Sensor 

Pro 2 จะมาพร้อมกับฟีเจอร์ที่เรียกว่า Smart Sensor ซึ่งความโดดเด่นของฟีเจอร์นี้ ตัวหูฟังจะทำการหยุดการเล่นเพลงทันที ที่เราถอดหูฟังออกจากหู แล้วกลับมาเล่นใหม่อีกครั้งเมื่อสวมใส่หูฟังอีกครั้งหนึ่ง ทำให้ประหยัดแบตเตอรีของหูฟังได้พอควร

สรุป (Conclusion)

IMG_20170215_144045-650x488

Plantronics BackBeat Pro 2 จัดว่าเป็นหูฟังที่น่าสนใจอย่างมาก เพราะระดับราคาที่ไม่แพงนัก 7,890 บาท แต่จะได้ฟีเจอร์ตัดเสียงรบกวน หรือเปิดไมค์เพื่อรับฟังเสียงสนทนา แถมยังได้เสียงที่มีคุณภาพดี ความทุ้มของเบสก็น่าประทับใจ และแบตเตอรีก็ยังอึดมากๆ

ในขณะเดียวกันก็ต้องไม่ลืมว่า Pro 2 เป็นหูฟังแนว Multimedia ที่ใช้งานได้มากกว่าการฟังเพลง กล่าวคือ จะใช้ในการสนทนาแทนบลูทูธทั่วๆ ไปก็ยังได้ ซึ่งตอบโจทย์ทั้งการทำงาน (Work) และการฟังเพลง (Life) ครบจบในตัวเดียว

ในท้ายที่สุดถ้าคุณเป็นคอเพลงสาย Jazz, Blues, Hip-Hop หรือ Rock นี่คือหูฟังที่เหมาะกับคุณเป็นอย่างยิ่ง ถ้าชอบฟังเพลงสายนี้ อยากให้ได้ลองสัมผัสหูฟังไฮเอนด์รุ่นนี้กันครับ

Comments