Home Console and PC Console and PC Review

Hitman Review: สุดยอดเกมนักฆ่าที่ดีที่สุดชั่วโมงนี้

Hitman
การกลับมาของนักฆ่าในตำนาน Hitman Agent 47

Platform: PS4, PC, Xbox One

Genre: Action, Stealth


ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบเกมการลอบสังหาร สามารถเปลี่ยนชุดแต่งกาย พร้อมกับงานภาพที่ยอดเยี่ยม ผมอยากให้คุณได้ลอง Hitman ภาคล่าสุด

ผมจั่วหัวไว้ตั้งแต่เริ่มครับว่า Hitman คือ เกมนักฆ่า แนวลอบสังหารที่ดีที่สุดในชั่วโมงนี้ บอกเลยว่าผมไม่ได้กล่าวเกินเลยใดๆ ทั้งสิ้น เพราะนี่คือเกมที่รู้สึกว่า คุ้มค่าในการจ่ายเงินมากที่สุด

ก่อนอื่นต้องบอกว่า Hitman ที่ผมพูดถึงนี้ คือเกมเดียวกับที่ปล่อยออกมาให้เล่นเป็นตอนๆ บนเครื่อง Steam นั่นแหละครับ เพียงแต่ว่าบน PlayStation 4 โซน 3 บ้านเรา ค่อนข้างเป็นลูกเมียน้อยกว่าจะได้เล่นก็ต่อเมื่อตัวเกมวางจำหน่ายออกมาในรูปแบบแผ่น Blue-ray (แต่ในโซน 1 เขาก็จะได้เล่นเป็นตอนๆ เหมือนใน Steam)

อันที่จริงแล้วซีรีส์ Hitman กับชาวเกมเมอร์ถือว่าห่างหายกันไปนานมากทีเดียว นับตั้งแต่ภาค Absoultion ที่วางจำหน่ายเมื่อปี 2012 นานนะครับ ตั้ง 4 ปี ซึ่งการกลับมาครั้งนี้ของนักฆ่าหัวบาร์โค้ดหมายเลข 47 จะเป็นยังไง มาดูรีวิวจาก MobileDista ได้เลย

เนื้อเรื่อง (Story)

Hitman

ผมใครสงสัยอยู่เหมือนกันว่ายอดนักฆ่าหัวโล้นในภาคนี้มันมีเนื้อเรื่องรึเปล่า เพราะตัวเกมเปิดมา โดยที่เราแทบไม่ทราบเนื้อหาอะไรเลย เปิดขึ้นมาก็ถูกทดสอบสมรรถภาพทางร่างกายทันที (คล้ายกับ James Bond ในตอน Skyfall เลย) ด้วยการปฏิบัติในภาคสนามนั่นเอง

Hitman

หลังการทดสอบความสามารถของการเป็นนักฆ่าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะถูกส่งไปยังสถานที่ต่างๆ ทั่วโลก ตั้งแต่ฝรั่งเศส, โมร็อคโก, อิตาลี, กรุงเทพ, โคโลราโด และปิดท้ายที่ฮ็อกไกโด ดูๆ แล้วเหมือนว่าตัวเกมในภาคนี้ เราแค่ถูกส่งไปฆ่าเป้าหมายทั่วๆ ไป ไม่มีอะไร

แต่ในช่วงท้ายของภารกิจที่โคโลราโด เราก็เริ่มทราบถึงความไม่ชอบมาพากลของการที่เราถูกส่งไปฆ่าเป้าหมายตามสถานที่ต่างๆ ว่ามันไม่ได้เกิดขึ้นจากความบังเอิญ แต่เป็นความจงใจของผู้จ้างวาน แต่ความจงใจที่ว่านี้หมายถึงอะไร ผมขอบอกแบบสปอยล์เลยละกันนะครับว่า แม้จะเล่นจนจบซีซันแรกแล้วปริศนาทุกอย่างก็ยังไม่มีใครทราบ ซึ่งคงต้องรอในซีซันถัดไป เพื่อรอการเติมเต็มปริศนาที่แสนลึกลับนี้

การนำเสนอ (Presentation)

Hitman

ตัวเกมในภาคนี้ผู้เล่นจะได้เดินทางไปเยี่ยมชมบรรยากาศของสถานที่ที่มีความแตกต่างกันมากถึง 6 สถานที่ โดยมีเงื่อนไขในการ ‘เก็บ’ เป้าหมายในสถานที่นั้นๆ ซึ่งความน่าสนใจของเกมซีรีส์ Hitman ที่มีมาอย่างยาวนานก็คือ การเลือก ‘วิธีการในการเก็บ’ ได้อย่างอิสระ

Hitman

ตัวเกมจะมีให้ผู้เล่นเลือกและตัดสินใจเอาเองว่า ในการ ‘เก็บ’ เป้าหมายแต่ละรายจะเลือกใช้วิธีใดในการกำจัด ซึ่งในการกำจัดแต่ละครั้ง ผู้เล่นจะได้คะแนน เพื่อที่จะเอาคะแนนที่ว่านี้ไปปลดล็อกสิ่งต่างๆ ที่อยู่ในเกมนั่นเอง ตั้งแต่สถานที่ อาวุธ ชุดสำหรับปฏิบัติการ เป็นต้น

เมื่อผู้เล่นได้ทำการปลดล็อกเรียบร้อยแล้ว ตัวเกมจะ ‘บังคับ’ กลายๆ ว่าผู้เล่นจะต้องกลับมาเล่นจะต้องกลับมาเก็บเป้าหมายเดิมอีกครั้งหนึ่ง ในรูปแบบวิธีการที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งตัวเกมจะเรียกว่า Challenge สมมติว่า เราเล่นในด่านกรุงเทพ เราอาจใช้วิธีการผลักเป้าหมายตกจากระเบียง และเมื่อเรารู้สึกอยากกลับมาเล่นด่านกรุงเทพใหม่อีกครั้ง ในคราวนี้เราจะต้องใช้วิธีการอื่นที่แตกต่างไปจากครั้งแรก เช่น วางระเบิดเป้าหมายเพื่อเผาศัตรูให้เป็นจุล วางยาพิษ จับกดน้ำ หรือใช้ปืนสไนเปอร์ (Sniper) เป็นต้น

Hitman

ขณะเดียวกันจุดเด่นของเกมซีรีส์นี้ ก็คือ การเปลี่ยนชุด เพื่อแทรกซึมเพื่อความแนบเนียนในปฏิบัติการก็จะยังคงมี (และไม่มีวันหายไป เพราะนี่คือจุดเด่นของเกมนี้) แต่ในภาคนี้จะยากกว่าภาคก่อนๆ คือ เกมในภาคนี้จะไม่มีการบอกให้เราทราบว่า ถ้าเราต้องการแนบเนียนไปกับผู้คนอื่นๆ จะต้องใช้ชุดแต่งกายชุดใด ผู้เล่นจะต้องสังเกตด้วยตาตัวเองไปเรื่อยๆ จากการดูการเคลื่อนไหวของ NPC คนอื่นๆ ว่ามีการแต่งกายอย่างไร จากนั้นจึงค่อยๆ เข้าไปหาชุดที่มีความเหมือนเพื่อปฏิบัติภารกิจต่อไป ฉะนั้นแล้วผู้เล่นในเกมนี้ จะต้องใจเย็นมากๆ ถ้าใจร้อน มีโอกาสที่จะต้องโหลดเซฟใหม่ (แถมตัวเกมโหลดเซฟนานเป็นบ้า!)

นอกเหนือจากนี้บรรดา NPC ของเกม ไม่ว่าจะเป็น NPC ประกอบฉาก หรือ NPC ที่มีส่วนในภารกิจ มีความฉลาดเป็นกรดเอามากๆ ถ้าหากผู้เล่นกระทำการอะไรแปลกๆ ที่ดูผิดแปลกไปจากมนุษย์ทั่วไป NPC จะมีการแสดงออกมาทันที ทำให้การปฏิบัติงานของเรายากขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นระบบที่นำเสนอออกมาได้ดีมากๆ ของเกม

ระบบการเล่น (Game Play)

Hitman

ขึ้นชื่อว่า Hitman แล้ว ความหมายของมันก็คือ นักฆ่า แต่ก็นั่นแหละเราจะเป็นนักฆ่าแบบไหนละ โฉ่งฉ่างยิงหูดับตับไหม้ หรือไม่เน้นฆ่า เก็บเฉพาะเป้าหมาย พวกที่ขวางทางก็เอาแค่สลบไม่ถึงกับต้องฆ่า นี่คือ ระบบการเล่นที่ตัวเกมออกแบบมาให้เราเลือกสรรอย่างอิสระ

Hitman

แน่นอนว่า การฆ่าแบบฆ่าไม่เว้นหน้าอินทร์หน้าพรหม ก็อาจไม่ได้ส่งผลดีในระยะยาว เพราะทุกครั้งที่จบภารกิจ ตัวเกมจะประกาศระดับคะแนนของเรา ซึ่งถ้าหากเราฆ่าทุกคนที่ขวางหน้า คะแนนที่ได้มาก็จะน้อยนิดไปเลย แต่นั่นก็หมายความว่า ตัวเกมอนุญาตให้เราสามารถเก็บทุกคนได้นะ ถ้าเราไม่กังวลเรื่องคะแนน โดยอาวุธหลักจะมีด้วยกัน 2 อย่าง ก็คือ สายเคเบิลสำหรับรัดคอ และปืนเก็บเสียงคู่ใจ

พร้อมกันนี้ระบบของเกมยังได้เพิ่มในส่วนที่เป็น Quick Time Event เข้ามา กล่าวคือ ในจังหวะที่ผู้เล่นจะต้องปะทะกับ NPC ที่อยู่ตรงหน้าด้วยหมัด การที่จะน็อคเอาต์ไม่สามารถทำได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว แต่ผู้เล่นจะต้องกด Quick Time Event ที่ขึ้นมาตรงหน้า 2-3 ครั้ง ก่อนที่จะคว่ำศัตรูลง และความยากของตัวเกมก็คือ ถ้าในระหว่างนั้นเกิดมี NPC แว่บโผล่ขึ้นมา แม้ว่าจะไม่ใช่ NPC ที่มีอาวุธปืน แต่มันก็สามารถทำให้คุณงานเข้าได้เหมือนกัน ฉะนั้นก่อนเปิดศึกกับใครควรเช็กรอบด้านว่า แถวนั้นมีใครอยู่รึเปล่า

ขณะเดียวกันตัวเกมได้เพิ่มสิ่งที่ผมค่อนข้างชอบก็คือการเปลี่ยนมุมของเกม โดยเราสามารถเลือกที่จะให้ตัวเกมมีมุมมองข้ามไหล่ไปทางซ้ายหรือขวา เผื่อสำหรับคนที่ถนัดในมุมมองที่แตกต่างกัน นอกเหนือจากนั้นแล้วก็มีระบบซ่อนตัวที่ผู้เล่นสามารถซ่อนตัวเพื่อใช้หลบหนีการตามล่า หรือใช้ซ่อนเพื่อรอตะครุบเป้าหมายก็ได้เช่นกัน

ต่อมาก็คือ ตัวเกมได้เพิ่ม Elusive Targets ซึ่งจะเป็นการฆ่าบุคคลอื่นๆ โดยจะเปิดให้สังหารในเวลาที่จำกัด (เวลาในโลกความเป็นจริง) และมีเงื่อนไขที่ยากเหมือนกันคือ ห้ามตาย ถ้าตายแล้วกลับมาเล่นใหม่ไม่ได้ด้วย ซึ่งโหมดนี้ทาง Square Enix จะปล่อยออกมาเป็นช่วงๆ

hitman

สุดท้ายก็คือ ตัวเกมได้เพิ่มระบบ Planning เข้ามา กล่าวคือ ก่อนที่จะปฏิบัติภารกิจทุกครั้ง ผู้เล่นสามารถเลือกวางแผนว่าจะใช้อะไรสำหรับการทำภารกิจนี้ เช่น อาจจะเปลี่ยนจากเหรียญที่สามารถเรียกความสนใจ NPC มาเป็นไซริงค์สำหรับฉีดยาได้ หรือการเลือกอาวุธปืนที่เหมาะกับเรามากกว่า ปืนเก็บเสียง ทำให้ผู้เล่นสามารถวางแท็คติคที่เหมาะมากที่สุดได้เลย

Hitman

โดยรวมแล้ว เป็นเกมที่ยากเอาเรื่อง (อยากจะบอกว่า เล่นแค่ Normal ยังยากขนาดนี้ ระดับ Hard มันจะขนาดไหน)

สรุป (Conclusion)

HITMAN

นับตั้งแต่ภาค Absolution เมื่อหลายปีก่อน การกลับมาครั้งใหม่ของ Agent 47 ถือว่าน่าสนใจ เพราะในภาคนี้มีการพัฒนาในด้านกราฟิกได้อย่างยอดเยี่ยม แสง เงา บรรยากาศรอบข้างตัวเกมพัฒนาออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

ขณะเดียวกันระบบการเล่นก็มีความเป็น Stealth หรือการลอบเร้นมากกว่าภาคก่อนๆ แต่ถ้าจะเล่นแบบบู๊ล้างผลาญก็ทำได้ อีกทั้งผู้เล่นยังสามารถตระเตรียมหรือวางแท็คติคสำหรับการทำภารกิจได้อย่างสุดมันส์ พร้อมๆ กับการเลือกเป้าหมาย วิธีการได้ตามใจ

ถ้าหากคุณเป็นคนที่ชอบเกมแนวลอบเร้นอยู่แล้ว แต่ยังไม่เคยเป็นแฟนคลับซีรีส์นี้บอกเลยว่า คุณต้องลองโดนสักครั้งแล้วคุณจะชอบ หรือถ้าหากเป็นแฟนเกมนี้อยู่แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องพลาด เพราะภาคนี้ทำได้ดีกว่าภาคก่อนๆ เสียอีก

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.