Home Brands Microsoft

4 ภาคธุรกิจหนุนการปฏิรูปทางธุรกิจด้วยดิจิตอลเพื่อก้าวเข้าสู่ปี 2560 อย่างเข้มแข็ง

Microsoft

ไมโครซอฟท์ (Microsoft) ผนึกกำลัง 3 ภาคธุรกิจนำแนวคิดธุรกิจสู่ยุคดิจิตอลภายใต้แนวคิด “Digital Transformation in Action” พร้อมผลักดันธุรกิจไทยให้ตอบสนองต่อการเปลี่ยนโฉมหน้าโลกเศรษฐกิจสู่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 อย่างเต็มศักยภาพ

นายอรพงศ์ เทียนเงิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ถึงแม้ว่ากระบวนการ Digital Transformation จะเป็นสิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญและองค์กรจำนวนมากต่างกล่าวถึงและเข้าใจในความสำคัญกันอย่างกว้างขวาง แต่ในทางปฏิบัติจริง กลับพบว่ากระบวนการดังกล่าวไม่ได้เป็นไปอย่างรวดเร็วหรือเร่งด่วนเท่าที่ควร ทั้งยังต้องเผชิญกับแรงกดดันจากรอบด้าน ทั้งจากสภาวะทางเศรษฐกิจและผู้เล่นหน้าใหม่ในตลาดที่มีความคล่องตัวสูง ท่ามกลางโลกที่กำลังมุ่งหน้าสู่การปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 หรือการเข้าสู่ยุคดิจิตอลอย่างเต็มตัว

ด้วยเหตุนี้เอง องค์กรต่างๆ จึงควรอ่านสถานการณ์ให้ไกลกว่าการเปลี่ยนแปลงเพื่อตามกระแสหรืออยู่รอดในปัจจุบันเท่านั้น แต่ต้องเริ่มตั้งคำถามกับรูปแบบการทำธุรกิจในปัจจุบัน และรวบรวมข้อมูลมาวิเคราะห์ในเชิงลึกเพื่อค้นหามุมมองใหม่มาประกอบการตัดสินใจและวางกลยุทธ์

ทั้งนี้การจะประสบความสำเร็จบนเส้นทาง Digital Transformation ต้องอาศัยเทคโนโลยีที่เสริมศักยภาพขององค์กรได้อย่างเหนือชั้น ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูง นวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์และ machine learning เครือข่าย IoT (Internet of Things) หรือแม้แต่เทคโนโลยี AR (augmented reality) และ VR (virtual reality) ที่ล้วนพร้อมขับเคลื่อนธุรกิจไปในทิศทางที่น่าสนใจ

นายสันติ กีระนันทน์ รองผู้จัดการ  หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยเทรนด์การผลิกโฉมธุรกิจด้วยดิจิตอลในประเทศไทยว่า ปัจจุบัน นวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทในธุรกิจมากขึ้น   บริษัทในตลาดหลักทรัพย์จำนวนมากที่มีความตื่นตัวและเริ่มนำแผนงานดิจิตอลมาประยุกต์ใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและขีดความสามารถของบริษัท  สำหรับตลาดหลักทรัพย์ฯ ได้นำเทคโนโลยีมาพัฒนาการดำเนินงานและให้บริการผู้เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ลงทุน ที่ได้พัฒนาแหล่งข้อมูลและเครื่องมือเพื่อการลงทุนออนไลน์ การให้บริการผู้ลงทุน รวมถึงการพัฒนา platform ที่เชื่อมโยงเครือข่ายธุรกิจ

ขณะเดียวกัน ยังส่งเสริมให้บริษัทจดทะเบียนนำดิจิตอลมาเพิ่มศักยภาพการดำเนินงาน ที่ผ่านมามีการจัดสัมมนา IT Futures for Listed Company เพื่ออัพเดทเทรนด์นวัตกรรมและเทคโนโลยีที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็น Cloud Adoption , Data Analytic, ERP on Cloud เป็นต้น โดยมีบุคลากรด้านไอทีเข้าร่วมกว่า 300 คน จะเห็นได้ว่าบริษัทจดทะเบียนไทยมีความตื่นตัว และมีการลงทุนด้านดิจิตอล เพื่อเพิ่มขีดความความสามารถให้กับธุรกิจ โดยตลาดหลักทรัพย์พร้อมสนับสนุนและเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของบริษัทจดทะเบียนให้ก้าวทันการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและสอดรับกับนโยบาย Digital Economy และยุทธศาสตร์ประเทศไทย 4.0 ของภาครัฐ

นายนนทวัฒน์ พุ่มชูศรี กรรมการผู้จัดการ เอคเซนเชอร์ ประเทศไทย กล่าวอีกว่า ในปีที่ผ่านมา อาจกล่าวได้ว่าแทบทุกบริษัทได้ลงทุน หรือมีแผนในการปรับตัวรับผลของ digital disruption ในทุกวงการธุรกิจ ดังจะเห็นได้จากการเกิดขึ้นของสตาร์ทอัพมากมายที่มีความคล่องตัวสูง ทั้งยังมีความยืดหยุ่น ก่อให้เกิดความสามารถในการแข่งขันได้อย่างไม่มีขีดจำกัด ทำให้บริษัทใหญ่ต่างเริ่มหันกลับมามองตัวเองถึงเทคโนโลยีที่เหมาะสมที่จะสามารถพลิกธุรกิจของตนเข้าสู่ยุคดิจิตอลได้อย่างไม่ตกขบวน”

สำหรับเอคเซนเชอร์เอง ได้เห็นเทรนด์หลัก 5 ข้อที่ขับเคลื่อนความเปลี่ยนแปลงในโลกธุรกิจ ได้แก่ Intelligent Automation, Liquid Workforce, Platform Economy, Predictable Disruption และสุดท้ายคือความสามารถในการปรับตัวของคนเพื่อทำงานร่วมกับเทคโนโลยีให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด ซึ่งเกินกว่า 86% ของธุรกิจตระหนักแล้วว่าใน 3 ปีข้างหน้านี้ นวัตกรรมดิจิตอลจะสร้างผลกระทบกับธุรกิจมากขึ้นและทั่วถึงยิ่งขึ้น

นายปรัธนา ลีลพนัง รักษาการ หัวหน้าคณะผู้บริหารด้านการตลาด บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า นอกจากกลยุทธ์และมุมมองใหม่ๆ ที่บริษัทต่างๆ ต้องนำมาปรับใช้ในยุคนี้แล้ว ปัจจัยหนึ่งที่มองข้ามไปไม่ได้คือ โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิตอลซึ่งถือเป็นรากฐานของความสำเร็จของทุกธุรกิจ ทุกขนาด และทุกอุตสาหกรรม เอไอเอสในฐานะผู้นำด้านเครือข่ายและบริการดิจิตอลของไทย พร้อมสนับสนุนการพัฒนาของภาครัฐและภาคธุรกิจในทุกระดับของประเทศอย่างเต็มที่ เพื่อผนึกกำลังกันก้าวสู่ Thailand 4.0 อย่างเต็มรูปแบบ

โดยได้วางแผนและพัฒนาโครงสร้างด้านดิจิตอลทั้งเครือข่ายและบริการให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น เพื่อรองรับเทคโนโลยีขั้นสูงและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันให้กับทุกธุรกิจ พร้อม Transform สู่โลกดิจิตอลไปด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็น การพัฒนาเครือข่ายทั้ง Mobile Super Wifi และ Fix Broadband จากเทคโนโลยีที่ดีที่สุด ก้าวสู่เครือข่ายดิจิตอลที่รองรับการใช้งานระดับกิกะบิท” (Gigabit Network) พร้อมรองรับการก้าวสู่ 5G เป็นรายแรก, การพัฒนาดิจิตอลเซอร์วิสแพลตฟอร์ม ทั้ง 4 ด้าน ประกอบด้วย Video, Cloud, Mobile Payment และ IoT เป็นต้น

สำหรับภาคธุรกิจ ซึ่งเป็นหัวใจหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศนั้น เอไอเอสได้ร่วมมือกับไมโครซอฟท์ ยกระดับประสิทธิภาพการใช้งานระบบคลาวด์ของไมโครซอฟท์บนเครือข่ายที่ดีที่สุดของเอไอเอส ซึ่งจะทำให้ลูกค้าของเราสามารถใช้งานฟีเจอร์ขั้นสูงในบริการอย่าง Office 365 หรือแพลตฟอร์มคลาวด์ ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ ได้เต็มสมรรถนะยิ่งขึ้น นับตั้งแต่การใช้งานทั่วไปอย่างการรับส่งอีเมล ไปจนถึงการวิเคราะห์ข้อมูลในปริมาณมหาศาล หรือการประชุมทางไกลผ่านวิดีโอ

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.