Home Operator dtac

dtac เชื่อ ‘Blockchain’ คือเทคโนโลยีขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิตอล

dtac
Alex Tapscott

dtac ร่วมมือกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและกลุ่มเนชัน จัดงานสัมนา Blockchain เทคโนโลยีที่กำลังจะก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในการใช้ชีวิตในยุคดิจิตอล โดยในงานสัมนาได้ Alex Tapscott ผู้เขียนหนังสือด้าน Blockchain มาพูดถึงเทคโนโลยีนี้

มุมมองของ dtac: เทคโนโลยีคือการลดความเหลื่อมล้ำ

dtac
นายลาร์ส นอร์ลิง ซีอีโอ dtac

นายลาร์ส นอร์ลิง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือดีแทค ยอมรับว่า เวลานี้เราไม่อาจไม่พูดถึง Blockchain ได้อีกแล้ว เพราะเทคโนโลยีนี้จะเข้ามาปฏิวัติอุตสาหกรรมที่กำลังทำงานอยู่ในปัจจุบันเสียใหม่ เช่น ในด้านการเงิน การธนาคาร

โดยเป้าหมายของการสัมนา Blockchain ในครั้งนี้เพื่อเป็นการกระตุ้นทุกภาคส่วนให้ได้เข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ที่กำลังจะมาเพื่อรับมือกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้

ส่วนเป้าหมายของ dtac หลังจากนี้ ก็คือ การวางโร้ดแมปเป็นผู้ให้ยริการด้านดิจิตอลอันดับหนึ่งของเมืองไทย พร้อมกับยกระดับคุณภาพชีวิตของคนไทยในการเข้าถึงเทคโนโลยี เข้าถึงสิ่งที่เป็นดิจิตอล และยังจะส่งผลถึงการลดปัญหาความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงเทคโนโลยีไปในตัวโดยไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

Alex Tapscott: Blockchain คือเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก

bitcoin

ในงานสัมนา Alex Tapscott เริ่มต้นด้วยประโยคสั้นๆ ว่ามีใครรู้จัก BitCoin บ้าง ซึ่ง Bit Coin คือสกุลเงินใหม่ในโลกดิจิตอลที่มี Blockchain ทำงานอยู่เบื้องหลัง

โดยรูปแบบของ Blockchain ก็คือ ข้อมูล (data) ที่อยู่ในรูปแบบของบล็อก (Block) แล้วเชื่อมต่อกันเป็นโซ่ (chain) ซึ่งทั้งหมดจะเป็นลักษณะแบบ P2P  (ถ้าหากใครที่เคยโหลด bit torrent มาก็คงเข้าใจ) โดยทุกบล็อกจะมีข้อมูลที่เหมือนกัน เมื่อมีการเพิ่มข้อมูลก็จะส่งต่อ (Distributed Database) ทำสำเนาไปยังบล็อกอื่นๆ เหมือนกันหมด และปราศจากตัวกลาง (middle) ของข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น

ทั้งนี้ในส่วนของบล็อกข้อมูลก็จะมีการเข้ารหัส (encrypt) เพื่อไม่ให้มีการเข้าไปแฮก แก้ไข หรือกระทำการไม่ประสงค์ดีต่อข้อมูล เพื่อทำให้เกิดความเสียหาย และมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งได้ประโยชน์เป็นพิเศษ

แม้จะฟังดูเหมือน Blockchain จะเป็นเทคโนโลยีที่มุ่งเน้นด้านการเงิน-การธนาคารเสียเป็นส่วนมาก แต่ในปัจจุบัน Blockchain เองก็มีการพัฒนาแล้วนำไปต่อยอดในธุรกิจอื่นๆ เช่นอุตสาหกรรมเพลงก็ริเริ่มใช้บ้างแล้ว ในการชำระค่าลิขสิทธิ์เพลงไปยังผู้ประพันธ์โดยตรง หรือแม้แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ก็ประยุกต์ในการยืนยันการเป็นเจ้าของที่ดินหนึ่งๆ ซึ่งเมื่อเกิดกรณีพิพาทก็ใช้ข้อมูลจาก Blockchain ในการยุติปัญหาได้เช่นกัน

นั่นจึงทำให้ในอนาคตอันใกล้เราอาจจะได้เห็นธุรกิจประเภทอื่นๆ นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้งานมากขึ้น

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.