Home Brands Moto

[บทความพิเศษ] Moto Mods นี่คือแนวทางและอนาคตของ Moto Z !?

Motorola
Motorola กับกลยุทธ์ Moto Mods ในการสร้างความแตกต่างให้กับ Moto Z

การเปิดตัว Moto Z ถือเป็นนิมิตรหมายใหม่ของ Motorola เลยก็ว่าได้ เพราะนี่ถือเป็นการย้ำถึงแนวทางและเจตนารมณ์ในการพัฒนาสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ของตัวเอง

อย่างที่ทราบกันดี Moto Z คือสมาร์ทโฟนระดับไฮเอนด์ที่สุดในเวลานี้ของ Motorola แทนที่ในชื่อเก่า Moto X ซึ่งตามข่าวลือจะถูกปรับระดับไปเป็นสมาร์ทโฟนระดับรองๆ ต่อไป

also read: Moto X เตรียมกลับมาภายใต้การดูแลของ Lenovo

เมื่อพูดถึงนิมิตรหมายของ Motorola ก็คือ การนำแนวความคิดสมาร์ทโฟนที่สามารถปรับแต่งชิ้นส่วนได้ภายใต้คอนเซปต์ Modular Phone เพื่อผู้ใช้สามารถปรับแต่งในสิ่งที่ต้องการได้ทันทีในชื่อ Moto Mods ซึ่งประกอบไปด้วย Hasselblad True Zoom, JBL Soundboost, Moto Insta-Share Projector, Incipio offGRID นอกจากนี้ในแพกเกจจิ้งจะมี Shell หรือฝาหลังลายไม้แถมมากับเครื่อง

Moto ไม่ใช่ผู้ผลิต Modular รายแรก

ในปีนี้ ไม่ได้มีแค่ Moto Z ของ Motorola เท่านั้น แต่ช่วงต้นปี LG ก็เคยพัฒนา Modular Phone มาก่อน ในนามของ LG G5

LG G5

อย่างไรก็ตาม LG G5 ไม่ได้รับผลตอบรับที่ดีนัก โดยเฉพาะการพัฒนาที่ไม่เสร็จสมบูรณ์อย่างที่ควรจะเป็น เช่น ถ้าหากต้องการใช้ LG Cam Plus ก็จะต้องถอดแบตเตอรีที่อยู่ด้านในตัวเครื่องออกมาก่อน แต่ภายในตัวเครื่องนั้น ไม่มีแบตเตอรีสำรอง ทำให้ทุกครั้งที่มีการสลับระหว่างแบตเตอรี และ Cam Plus จะต้องรีบูตเครื่องใหม่ทุกครั้ง นั่นจึงทำให้เกิดความยุ่งยากในการใช้งานมากทีเดียว

นอกจากนี้ยังมีโครงการ Project Ara ที่เคยเป็นโครงการดั้งเดิมของ Motorola ก่อนที่จะถูก Google ซื้อกิจการไป แต่ในท้ายที่สุดโครงการนี้ ก็เป็นอันต้องยกเลิกไปในท้ายที่สุด 

Modular ไม่ได้หมายความว่าเปลี่ยนได้หมดทุกชิ้นส่วน

แม้ว่าทั้ง LG และ Motorola จะเรียกชิ้นส่วนที่เป็นอุปกรณ์เสริมของตัวเองว่า Modular ก็ตาม (โดย LG ใช้ชื่อในการตลาดว่า LG Friends ส่วน Moto ใช้ชื่อ Moto Mods) แต่เอาเข้าจริงแล้ว ผู้ใช้งานก็ไม่สามารถปรับแต่งชิ้นส่วน (Customize) ได้เองทั้งหมดเหมือนกับการถอดประกอบปรับสเปก PC (Personal Computer)

Moto Mods

ในส่วนของ Motorola นั้นจะปรับแต่งได้เฉพาะด้านหลังเท่านั้น โดยนำเอาชิ้นส่วนมาแปะเข้ากับแม่เหล็ก 16 Pins ฉะนั้นแล้วจึงยังห่างไกลกับคำว่า Modular พอสมควร

ทั้งนี้ มิใช่ว่า บรรดาบริษัทเทคโนโลยีจะไม่เคยมีแนวความคิดที่จะพัฒนาสมาร์ทโฟนที่สามารถปรับแต่งได้ทั้งหมดทุกชิ้นส่วน แต่โครงการยกเลิกไปเลย นั่นคือ Project Ara ที่เรียนไว้ข้างต้น

สาเหตุที่ทำให้ Project Ara ถึงจุดจบจนต้องพับฐานการพัฒนาไป ยังไม่มีสาเหตุที่แน่ชัดมากนัก แต่สิ่งที่เป็นไปได้ที่ทำให้ Google จำต้องยกเลิกการพัฒนา นั่นคือ ความหลากหลายด้าน Hardware ที่มีมากเกินไป และ Google ไม่สามารถจัดการทุกชิ้นส่วนที่เป็น Hardware ด้วยตัวคนเดียวได้ ซึ่งผู้สันทัดกรณีเคยพูดเอาไว้ตั้งแต่ตอนที่ Google ตัดสินใจลงมือพัฒนา Project Ara แล้วว่า Google ควรที่จะหาพันธมิตรอื่น เพื่อช่วยเหลือการพัฒนาชิ้นส่วนป้อนเข้าไปในโครงการนี้

อีกสาเหตุหนึ่งที่มีความเป็นไปได้นั่นคือ ผลกำไร เพราะทุกชิ้นส่วนของ Modular ถือว่ามีต้นทุนการผลิตพอสมควร อีกทั้งยังเป็นการลงทุนใช้เงินในอนาคต โดยไม่สามารถคาดเดาได้เลยว่าชิ้นส่วนแต่ละชิ้นส่วนจะคุ้มทุนมากน้อยแค่ไหน

ทำไม Moto Z ต้องมี Moto Mods !?

moto-z

แน่นอนว่า ในเมื่อยักษ์ใหญ่อย่าง Google และคู่แข่งอย่าง LG ยังเอาตัวไม่รอดในการพัฒนาโครงการ Modular Phone แต่เพราะอะไร Motorola ยังยืนหยัดเชื่อมั่นในแนวทางนี้

ทั้งหมดนี้เป็นเพราะว่า Motorola ยังอยู่ในระหว่างการสร้างแบรนด์ขึ้นมาใหม่ ชื่อชั้นของ Moto เป็นที่รู้จักเรื่องนี้ใช่แน่ๆ แต่การเปลี่ยนผ่านจากยุคฟีเจอร์โฟน มายังสมาร์ทโฟนกลับไม่ใช่พื้นที่ที่ Motorola ถนัดนัก เพราะในปัจจุบันมีเพียงสองแบรนด์ที่ยืนอยู่จุดสูงสุดในตลาดสมาร์ทโฟน ซึ่งนั่นก็คือ Apple และ Samsung

ทุกคนบนโลกตอนนี้รู้จัก Apple และ Samsung เป็นอย่างดี ไม่ว่าสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ระดับไฮเอนด์จะเป็นอะไร มีดีไซน์ มีจุดแข็ง และฟีเจอร์เด่นคืออะไร

Huawei P9

ขณะเดียวกันแบรนด์สมาร์ทโฟนระดับรองๆ ลงมา ก็ล้วนอยู่ในระหว่างการสร้างความรับรู้แบรนด์ของตัวเองกับผู้บริโภค ในปีนี้ Huawei ใช้นโยบายผูกมิตรกับ Leica ในการร่วมกันพัฒนาเซนเซอร์กล้องคู่ในแฟลกชิป Huawei P9

ฉะนั้นแล้วจึงไม่เป็นที่น่าแปลกใจเลยที่ Motorola จะต้องหาหนทางในการสร้างความแตกต่างในตัวแบรนด์ และมาลงหลักปักฐานที่ Modular Phone หรือ Moto Mods นี่เอง

อย่างไรก็ตามจากการสอบถามพูดคุยกับผู้บริหาร Motorola ประเทศไทย ก็ได้ทราบข้อมูลบางประการว่า Motorola มีแนวทางการพัฒนา Modular Phone ตั้งแต่ 3 ปีที่แล้ว พร้อมกับยังยืนด้วยว่า Moto จะยังคงยึดแนวทาง Moto Mods ต่อไป และอุปกรณ์ Moto Mods ที่วางจำหน่ายในปีนี้ ก็จะรองรับการใช้งานกับ Moto Z รุ่นถัดไปหลังจากนี้ 2-3 ปีเลยทีเดียว นั่นแปลว่า Moto Mods คือแนวทางพัฒนาสมาร์ทโฟนของ Moto

นอกจากนี้ การร่วมมือระหว่าง Motorola และ Indiegogo ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า Moto เอาจริงเอาจังในการพัฒนา Moto Mods เพื่อป้อนและนำไปใช้ใน Moto Z เพราะ Indiegogo เองก็ถือเป็นพื้นที่ที่เหล่านักพัฒนาผู้มีไอเดียรวมตัวเป็นจำนวนมาก จึงอาจกล่าวได้ว่า เป็นชุมชนที่ทำให้ Moto สามารถจับจ่ายไอเดียเหล่านี้ได้ง่ายขึ้น

Moto Mods ที่ดีต้องตอบโจทย์

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า Motorola จะยึดมั่นในการนำ Moto Mods เป็นแนวทางสร้างความแตกต่างในการพัฒนาสมาร์ทโฟน แต่เท่านั้นมันยังไม่พอหรอกครับ เพราะปัจจุบันสมาร์ทโฟนไม่ใช่แค่สมาร์ทโฟน แต่มันเป็นภาพสะท้อน และเป็นเครื่องบ่งบอกไลฟ์สไตล์ของผู้ใช้เป็นอย่างดี

ฉะนั้นแล้วการที่ Moto จะใช้ Modular Phone เป็นเข็มทิศการพัฒนาสมาร์ทโฟน ถือเป็นสิ่งที่น่าสนใจ แต่อุปกรณ์เสริมที่จะนำมาใช้นั้น สามารถตอบโจทย์การใช้งานที่ตรงกับ Lifestyle ของผู้ใช้แล้วหรือยัง?

ถ้ามองจากอุปกรณ์เสริมที่ Moto วางขายคู่กับ Moto Z ซึ่งมือ Hasselblad True Zoom, JBL Soundboost, Moto Insta-Share Projector และ Incipio offGRID ผมคิดว่า ทั้งหมดนี้ยังสามารถตอบโจทย์ Lifestyle ได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น

แน่นอนว่า Hasselblad True Zoom มีประโยชน์แน่ๆ กับผู้ใช้งานที่เน้นด้านกล้องเป็นหลัก ส่วน JBL Soundboost เป็นอุปกรณ์เสริมในการขับพลังเสียง สำหรับคนที่ชอบฟังเสียงเพลง ซึ่งในเฟสแรกที่เปิดตัวออกมานั้น ผมคิดว่า Moto Mods ยังมีให้เลือกค่อนข้างน้อย (แต่ Moto Mods ควรจะมีอะไรบ้างนั้น ด้วยสติปัญหาของผมในเวลานี้ คงไม่สามารถบอกได้ว่า Moto Mods ควรมีอุปกรณ์เสริมเป็นอะไรอีกบ้าง)

พร้อมกันนี้ในแนวทางการพัฒนา Moto Mods ยังต้องเน้นย้ำให้เห็นถึงความสำคัญว่า Moto Mods แต่ละชิ้นที่ Motorola พัฒนาออกมานั้น ทำไมผู้บริโภคต้องซื้อ ซึ่งทั้งหมดนั้น มันขึ้นอยู่กับผลิตภัณฑ์ Moto Mods ที่วางจำหน่ายออกมาว่าจะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคได้มากน้อยแค่ไหน

Moto Mods

จนถึงตรงนี้จึงทำความเข้าใจได้ไม่ยากเลยว่า เพราะอะไร ทำไม Moto ถึงเลือกจับมือกับ Indiegogo ในการเฟ้นหานักพัฒนาสำหรับ Moto Mods 

สรุป

Moto Z

สิ่งที่ต้องทำต่อจากนี้ของ Moto ก็คือ การสร้างการรับรู้อย่างต่อเนื่องว่า Moto Mods คืออนาคตของ Motorola และ Moto Z เพื่อทำให้รุ่นนี้มีเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร และไม่มีใครเหมือน เกิดความเข้าใจฉับพลันทันทีว่า ถ้าเป็นสมาร์ทโฟนที่ใส่อุปกรณ์เสริมได้ คือ Motorola เท่านั้น

แต่สิ่งที่ต้องไม่ลืมก็คือ Motorola จะต้องพัฒนา Moto Mods ให้ออกมาตอบโจทย์การใช้งานผู้ใช้ให้มากที่สุด พร้อมกับสร้างเงื่อนไขว่า Moto Mods คือสิ่งจำเป็นที่ต้องซื้อ ต้องมี และต้องใช้ เพื่อซื้อใจให้ผู้บริโภคยังอยู่กับ Motorola

พร้อมกันนี้ยังต้องรับประกันด้วยว่า Moto Mods รุ่นใหม่ๆ จะยังใช้งานร่วมกับ Moto Z รุ่นเก่าๆ (compatible) ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ในความเห็นส่วนตัวผมเชื่อว่า แนวทางการพัฒนาด้วย Moto Mods ถือเป็นแนวคิดที่น่าสนใจ ตราบเท่าที่มนุษย์ในยุคปัจจุบัน มีความต้องการในการสร้างความแตกต่างจากผู้อื่นให้มากที่สุด (unique) เพื่อตอบสนองความต้องการด้านอัตลักษณ์ของตัวเอง ก็น่าจะทำให้แบรนด์ Moto Z และ Moto Mods เป็นแนวทางในการพัฒนาสมาร์ทโฟนที่ยังน่าสนใจ

อ้างอิง

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.