หน้าแรก Tech Reviews Sneak Preview

เจาะจุดแข็ง 6 ประการกับ i-Mobile IQ X Ken

1

ไอ-โมบาย ชื่อนี้คงเป็นชื่อที่เราคุ้นหูกันเนิ่นนานตั้งแต่เมื่อครั้งโลกของเรายังอยู่ในตลาดที่เรียกว่าฟีเจอร์โฟน จวบจนมาถึงที่โลกเดินทางยังยุคสมาร์ทโฟน ไอ-โมบายถือได้ว่าเป็นเฮาส์แบรนด์เพียงเจ้าเดียวที่อยู่ในตลาดนี้อย่างต่อเนื่อง

เร็วๆ นี้ผมมีโอกาสได้พบปะกับผู้บริหารไอ-โมบาย ในการพูดคุยและทดสอบสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ล่าสุดจากค่ายแจ้งวัฒนะ ในชื่อรุ่น i-mobile IQ X Ken

รุ่นนี้ถือเป็นรุ่นในซีรีส์ IQ X ที่ช่วงหลังไอ-โมบายชูธงใช้ทำตลาดมาโดยตลอด ความน่าสนใจของรุ่นนี้ ถ้าจะให้ตีออกมาเป็นข้อๆ พิเคราะห์แล้วจะมีอยู่ 6 ประการด้วยกันครับ

แต่ก่อนอื่นขอพูดถึงสเปกเครื่องของรุ่นนี้กันก่อน

  •  หน้าจอขนาด 5 นิ้ว Full HD (โทนสีจะออกเหลืองๆ)
  • แอนดรอยด์ 4.2 Jelly Bean
  • Snapdragon 800 2.2GHz
  • RAM 2GB
  • กล้อง 13 ล้านพิกเซล กล้องหน้า 1.2 ล้านพิกเซล
  • กันน้ำ กันฝุ่น ตามมาตรฐาน IP57
  • แบตเตอรี 2600 mAh
  • รองรับ LTE

อ่านรายละเอียดสเปกได้ที่นี่ http://spec.mobiledista.com/i-mobile/i-mobile-iq-x-ken/#.U1YVs14psds

Made in Japan รุ่นแรก

3

ปกติแล้วเราคุ้นเคยกับดีไซน์ของไอ-โมบายที่ไม่ค่อยแตกต่างจากสมาร์ทโฟนอินเตอร์แบรนด์มากนัก เรียกได้ว่ายังหาจุดเด่นของตัวเองได้ค่อนข้างลำบาก อีกทั้งอินเตอร์เฟสก็แทบจะดึงมาจาก Launcher หรือเป็น Android Stock ROM

แต่ในรุ่นใหม่ IQ X Ken นี้ ถือเป็นรุ่นแรกๆ กระมังที่มีรูปลักษณ์การดีไซน์สไตล์ Made in Japan ตั้งแต่การดีไซน์ที่ฉีกมุมไปจากสมาร์ทโฟนอินเตอร์แบรนด์ อันเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่กับสมาร์ทโฟนสัญชาติญี่ปุ่นมานาน

สำหรับ IQ X Ken รุ่นนี้ เป็นความร่วมมือกันระหว่างไอ-โมบายกับ Kyocera ความรู้สึกแรกเมื่อได้สัมผัสรุ่นนี้ จับได้ว่า มันเหมือนเป็นการผสมผสานกันระหว่าง HTC Butterfly กับ OPPO ที่ใช้สีไข่มุกเป็นโทนสีหลัก ด้านหลังเป็น Glossy ผิวมัน เรียกได้ว่าเป็นสมาร์ทโฟนรุ่นแรกของไอ-โมบายที่มีฟีลลิ่งที่ดีมาก

ไม่มีลำโพงสทนา

2

จุดแข็งจุดนี้คงต้องยกให้กับความดีความชอบในการพัฒนาความสามารถของทาง Kyocera เขาละครับ ที่ได้พัฒนาสมาร์ทโฟนที่ไม่ต้องใช้ลำโพงสนทนา ผ่านเทคโนโลยีที่มีชื่อว่า Smart Sonic Receiver ที่อาศัยการสั่นสะเทือน เมื่อเราเอาหูของเราแนบกับสมาร์ทโฟน เสียงก็จะเข้าสู่รูหูได้โดยตรง

กันน้ำ-กันฝุ่น

6

นี่คงเป็นอีกครั้งหนึ่งแล้ว ที่จะได้ย้ำเตือนกันอีกครั้งว่า สมาร์ทโฟนโดนเฉพาะรุ่นท็อประดับไฮเอนด์นี้ การมาพร้อมความสามารถในการกันละอองน้ำ หรือฝุ่นละอองเป็นสิ่งที่ควรจะมีเป็นที่สุด

หากเทียบกับภาพการดีไซน์ของ IQ X Ken จะเห็นได้ว่า แจ็คหูฟังกับไมโครยูเอสบีจะไม่มีซีลกัน ส่วนที่มีจุกปิดจะเป็นส่วนที่บอบบางและสำคัญอย่างช่องใส่ซิมและไมโครเอสดี

อินเตอร์เฟสกลิ่นปลาดิบ

7

อย่างที่บอกไว้ข้างต้น ตามปกติสมาร์ทโฟนไอโมบาย จะมาพร้อมกับอินเตอร์เฟสจากพวก Launcher ต่างๆ ที่เราพอคุ้นชินตา หรือไม่ก็เป็น Android Stock ROM แต่ด้วยความร่วมมือกับทางเคียวเซร่า จึงทำให้ได้มีโอกาสเห็นอินเตอร์เฟสใหม่ๆ สไตล์ญี่ปุ่น

ตั้งแต่เปิดเรื่องจะมีฟีเจอร์ Lockscreen ที่ดูวูบวาบใช้ได้ เมื่อเข้าสู่ App Drawer ก็จะแบ่งหมวดของแอปพลิเคชันก็ดูหน้าตาโอเคในส่วนนี้

ฟีเจอร์เด่น

หลังผ่านช่วงการใช้งานอย่างหนักหน่วงเป็นเวลา 1 สัปดาห์ ฟีเจอร์ที่เรียกว่าเป็นจุดขาย IQ X Ken นี้ ผมขอสรุปเป็น 4 ประการครับ

9

ประการแรกฟีเจอร์ที่เรียกว่า TonTo-On หรือที่เราคุ้นเคยกับแบรนด์จากญี่ปุ่นและแอลจีมาก่อน แต่สเตปในการเคาะจะต่างกันนิดหน่อย ตรงที่ว่า IQ X Ken จะเคาะ 2 ครั้งแล้วกดค้างครับ เครื่องก็จะตื่นจากภวังค์

โดยการตั้งค่าไปที่ setting แล้วเลือก Display ครับ

8

ประการที่สอง Pedometer อันนี้ต้องเรียกว่าไอ-โมบายไม่ตกขบวนของเทรนด์สุขภาพครับ ระบบการนับก้าวเท่าที่สัมผัสถือว่าโอเคครับ ไม่ขึ้นเร็วโอเวอร์จนเกินไป สามารถ detect ได้ว่า ผู้ใช้กำลังเดินอยู่จริงๆ จนกระทั่งจับได้ว่า เวลานี้เราไม่ได้เดิน แต่กำลังนั่งบนรถอีกด้วย

นอกจากนี้แล้ว ยังมีการแบ่งหมวดที่ชัดเจน ตั้งแต่การเดิน การวิ่งออกกำลังกาย ไปจนถึงสำหรับสิงห์นักปั่นก็สามารถวัดได้ด้วย

10

ประการที่สาม E-Saving Mode หรือเรียกว่าแบตประหยัดพลังงาน ปกติแล้วตัว IQ X Ken แบตเตอรีค่อนข้างใช้นานในระดับหนึ่งครับ แต่หากไม่ไหวจริงๆ จะมีฟังก์ชันนี้ไว้ช่วยให้แบตเตอรีถูกยืดระยะการใช้งานให้นานขึ้นครับ

หน้าจอจะมืดลงเพื่อลดการกินแบตเตอรี ซึ่งจะมีให้ปรับแบบ 3 แบบครับ แบบแรกคือ ใช้โหมดประหยัดพลังงานเลย

แบบที่สอง ตั้งเวลา และแบบที่สาม เมื่อแบตเตอรีเริ่มฮวบถึงจุดๆ หนึ่งที่เราคิดว่า ควรเข้าสู่โหมดประหยัดพลังงานก็ทำได้เลย เช่น ใช้โหมดประหยัดพลังงานเมื่อแบตเหลือ 20% เป็นต้น

11

ประการสุดท้าย เป็นโหมดด้านการสนทนา อันนี้ถือว่า เป็นอะไรที่ตีลังกาคิดแล้วออกมาดีเยี่ยมทีเดียวครับ นั่นคือ ความสามารถที่เรียกว่า Slow Down สิ่งนี้จะเป็นการยืดคำพูดของปลายสายให้ช้าลง เช่น ผู้สนทนาของเราเป็นคนที่พูดเร็วมาก ฟังก์ชัน Slow Down จะทำให้มันดีเลย์ช้าลง จนผู้ฟังจับประเด็นในการสื่อสารได้ง่าSยขึ้น ซึ่งนอกจากนี้ยังมี Heard Effect สำหรับการตัดเสียงรบกวน

กล้อง

ตามที่บอกเอาไว้ตั้งแต่ต้นครับว่า สเปกด้านกล้องของรุ่นนี้เหลือเพียง 13 ล้านพิกเซล แต่คุณภาพของกล้องรุ่นนี้ผ่านการลั่นชัตเตอร์ ถือว่าดีกว่าหลายๆ รุ่นของไอ-โมบายเลยทีเดียวครับ

12

จุดหลักของรุ่นนี้พยายามชู ‘ความฉลาด’ ของกล้องเป็นพิเศษครับ ที่สามารถจำแนะแยกแยะได้ว่า วัตถุที่อยู่หน้ากล้องนั้น เป็นวัตถุประเภทใด แม้ว่าบางครั้งบางคราวอาจไม่จำแนกได้ 100% แต่ถ้าตีเป็นเปอร์เซนต์ก็สูงถึง 95% เลยทีเดียวครับ

ส่วนภาพตัวอย่างก็ตามนี้เลยครับ

ทั้งหมดนี้ คือ จุดแข็งทั้งหมดของ IQ X Ken สมาร์ทโฟนแจแปนีสสไตล์รุ่นแรกจากเฮาส์แบรนด์สัญชาติไทย รุ่นนี้ตั้งราคาไว้ค่อนข้างสูงทีเดียว สนนราคาที่ 16,900 บาท ถือเป็นสมาร์ทโฟนเฉียดสองหมื่นรุ่นแรกเลยก็ว่าได้ ซึ่งในประเด็นนี้ทางไอ-โมบายบอกว่า การตั้งราคานี้เป็นการลองของนั่นเองครับ