แอสโทรเนอร์จี จะผลิตโมดูลแสงอาทิตย์ชนิดท็อปคอนให้แก่โครงการพลังงานแสงอาทิตย์ในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

หางโจว จีน, 25 มี.ค. 2567 /พีอาร์นิวส์ไวร์/ 

A delegation of Masdar, the Dubai Electricity and Water Authority (DEWA), and India's largest EPC company Larsen & Toubro (L&T) visits Astronergy global headquarters in Haining, Zhejiang Province, China.
A delegation of Masdar, the Dubai Electricity and Water Authority (DEWA), and India’s largest EPC company Larsen & Toubro (L&T) visits Astronergy global headquarters in Haining, Zhejiang Province, China.

เมื่อวันที่ 18 มีนาคม คณะผู้แทนของมาสดาร์ (Masdar) ร่วมกับการไฟฟ้าและการประปานครดูไบ (Dubai Electricity and Water Authority หรือ DEWA) และบริษัทวิศวกรรม การจัดซื้อ และการก่อสร้าง (EPC) รายใหญ่ที่สุดในอินเดีย ลาร์เซน แอนด์ ทูโบร (Larsen & Toubro หรือ L&T) ไปเยือนฐานการผลิตของแอสโทรเนอร์จีในไห่หนิง โดยได้หารือเกี่ยวกับรายละเอียดเพิ่มเติมของการทำงานร่วมกันในโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ขนาด 1,800 เมกะวัตต์ในดูไบ

ระหว่างการไปเยือนครั้งนี้ คณะผู้แทนได้เยี่ยมชมเวิร์คช็อปการผลิตท็อปคอน (TOPCon) ของแอสโทรเนอร์จี และได้สัมผัสมุมมองเชิงลึกในทุกขั้นตอนของกระบวนการผลิตโมดูลและเซลล์พลังงานแสงอาทิตย์ ตั้งแต่ขั้นการผลิตไปจนถึงการประกอบ

เมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2566 แอสโทรเนอร์จีได้ทำสัญญาการผลิตสำหรับโครงการ DEWA VI ซึ่งเป็นการพัฒนาร่วมกันระหว่างมาสดาร์กับ DEWA โดยแอสโทรเนอร์จีจะผลิตแอสโทร เอ็น5 (ASTRO N5) โมดูลพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดท็อปคอน เอ็นไทป์ (n-type) สำหรับเฟสที่หกของนิคมพลังงานแสงอาทิตย์โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม (Mohammed bin Rashid Al Maktoum Solar Park) นิคมพลังงานแสงอาทิตย์ในที่ตั้งแหล่งเดียวขนาดใหญ่ที่สุดอันดับต้น ๆ ของโลก หลังจากดำเนินการเสร็จสิ้น โครงการระยะที่หกจะเพิ่มกำลังผลิตพลังงานของนิคมพลังงานแสงอาทิตย์ขนาดใหญ่ดังกล่าวนี้เป็น 4,660 เมกะวัตต์

นิคมพลังงานแสงอาทิตย์โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูม ก่อสร้างโดยมาสดาร์ด้วยเงินลงทุนรวม 5 หมื่นล้านเดอร์แฮมสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (1.3613 แสนล้านดอลลาร์) ถือเป็นหลักชัยสำคัญในโครงการริเริ่มด้านกลยุทธ์พลังงานของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ปี 2593 ในแง่นี้ พลังงานสะอาดมีสัดส่วนราว 16.3% ของสัดส่วนแหล่งพลังงานทั้งหมดในดูไบในปี 2566 สัดส่วนดังกล่าวนี้จะเพิ่มเป็น 24% ในปี 2569 เมื่อทุกเฟสของโครงการนิคมพลังงานแสงอาทิตย์ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว

ในฐานะผู้ผลิตโมดูลเพียงรายเดียวสำหรับเฟสที่หกของนิคมพลังงานแสงอาทิตย์แห่งนี้ แอสโทรเนอร์จีมุ่งพัฒนาส่งเสริมประสิทธิภาพความยั่งยืนของนิคมอุตสากรรมแห่งนี้ ทั้งนี้ เมื่อเชื่อมต่อเข้ากับโครงข่ายไฟฟ้าในไตรมาสที่สองของปี 2569 เฟสที่หกของนิคมพลังงานแสงอาทิตย์โมฮัมเหม็ด บิน ราชิด อัล มัคตูมจะช่วยลดการปล่อยคาร์บอนมากกว่า 6.5 ล้านตันต่อปี

“แอสโทรเนอร์จีเป็นผู้บุกเบิกด้านโมดูลพลังงานแสงอาทิตย์ชนิดท็อปคอน เอ็นไทป์ และยึดถือมาตรฐานสูงมาโดยตลอดในการผลิตผลิตภัณฑ์และปรับปรุงพัฒนาเทคโนโลยีท็อปคอนของเรา ซึ่งเอื้อให้สมรรถนะที่ยอดเยี่ยมของผลิตภัณฑ์ของเราสามารถที่จะสอดคล้องกับมาตรฐานการก่อสร้างที่เคร่งครัดของมาสดาร์” ดร.ฉวน หลู (Dr. Chuan Lu) ประธานและซีอีโอของแอสโทรเนอร์จี กล่าว “ผมตั้งตารอที่จะได้เห็นโครงการนี้เชื่อมต่อเข้ากับโคร่งข่ายไฟฟ้า เพื่อพลังงานที่ยั่งยืนสำหรับการใช้งานในท้องถิ่น”

ด้วยการอัปเดตพัฒนาเทคโนโลยีท็อปคอนและเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่มีศักยภาพมาอย่างต่อเนื่อง แอสโทรเนอร์จีมุ่งที่จะมอบผลิตภัณฑ์พลังงานแสงอาทิตย์สำหรับการผลิตพลังงานอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งยังปฏิบัติการลงมือในส่วนของบริษัทฯ เอง เพื่อลดการปล่อยคาร์บอนจากการผลิต ตลอดจนเพื่อทำตามเป้าหมายกลยุทธ์ความยั่งยืนของบริษัทฯ ในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอนภายในปี 2593

View original content to download multimedia: Read More