ออเนอร์งัดขุมพลังเทคโนโลยี พลิกโฉมแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรม

ริเริ่มโครงการใหม่เกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ เพื่อทำให้วัฒนธรรมเข้าถึงได้มากขึ้นและน่าสนใจกว่าเดิมในยุคเมตาเวิร์ส

ออเนอร์ (HONOR) แบรนด์เทคโนโลยีระดับโลก ประกาศเปิดตัวโครงการริเริ่มใหม่อย่างเกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ (Gateway to the Future) เพื่องัดใช้ขุมพลังของเทคโนโลยีในการยกระดับมรดกทางวัฒนธรรม ออเนอร์ได้เปิดตัวโครงการดังกล่าวระหว่างการกล่าวคำปราศรัยสำคัญที่มหกรรมไอเอฟเอ (IFA) ประจำปี 2565 โดยได้ท้าศิลปินชื่อดังสองรายให้มาร่วมรังสรรค์แหล่งมรดกโลกของยูเนสโกแห่งหนึ่งซึ่งเป็นแลนด์มาร์คสำคัญในย่านชไปเชอร์ชตัทของเมืองฮัมบูร์กอย่างวาสเซอร์ชลอส (Wasserschloss) ขึ้นมาใหม่ โดยใช้เทคโนโลยีความเป็นจริงเสริม (AR) โครงการดังกล่าวมีขึ้นในช่วงเวลาที่เมตาเวิร์สและการท่องเที่ยวแบบไฮบริดกำลังเป็นที่สนใจ เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวครีเอทีฟทั่วโลกนำนวัตกรรมล้ำสมัย เช่น AI, AR และระบบเสียงรอบทิศทาง (Spatial Audio) มาใช้เชื่อมโยงชุมชนต่าง ๆ เข้ากับวัฒนธรรมในรูปแบบที่ล้ำลึกมากขึ้น และสนับสนุนภาคการท่องเที่ยวให้ฟื้นตัวทั่วโลก เมื่อโลกกำลังเปิดรับอนาคตที่เชื่อมโยงถึงกัน

“ในฐานะที่เป็นบริษัทเทคโนโลยีระดับโลก ออเนอร์มีความมุ่งมั่นในการพัฒนาเทคโนโลยีอุปกรณ์อัจฉริยะ ที่ช่วยให้ผู้คนได้เฉลิมฉลองและสัมผัสกับวัฒนธรรมอันล้ำค่าจากสมัยก่อน พร้อมค้นพบความเป็นไปได้ใหม่ ๆ ของอนาคต” จอร์จ จ้าว (George Zhao) ซีอีโอบริษัท ออเนอร์ ดีไวซ์ จำกัด กล่าว “เราคาดว่า เทคโนโลยี AR และ AI จะมีการนำไปใช้เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ผสานรวมโลกจริงเข้ากับโลกเสมือนสำหรับผู้ใช้สมาร์ทโฟนทั่วโลก เพื่อส่งเสริมภาคการท่องเที่ยวแบบไฮบริดให้เฟื่องฟู และนอกเหนือจากการท่องเที่ยวแล้ว เทคโนโลยีดังกล่าวมีศักยภาพมอบประโยชน์ให้อุตสาหกรรมและชุมชนอื่น ๆ ด้วย นับเป็นประตูสู่อนาคตเหมือนกับชื่อโครงการจริง ๆ”

เฉลิมฉลองมรดกทางวัฒนธรรมในเมตาเวิร์ส

เมืองฮัมบูร์กขึ้นชื่อว่าเป็น “ประตูท่องโลก” ของเยอรมนี โดยได้พัฒนาจากเมืองท่าสู่มหานครอันเจริญรุ่งเรือง ด้วยการน้อมรับวัฒนธรรมที่ส่งเสริมความเป็นชุมชน ความร่วมมือ และนวัตกรรมมาอย่างยาวนาน ออเนอร์ได้รับแรงบันดาลใจจากเรื่องราวความก้าวหน้าของเมืองแห่งนี้ จึงได้เลือกเมืองฮัมบูร์กเป็นสถานที่นำร่องโครงการดังกล่าว เพื่อผลักดันวัฒนธรรมดิจิทัลให้เฟื่องฟูและเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้คนทั่วโลกรังสรรค์สิ่งล้ำค่าทางวัฒนธรรมขึ้นมาใหม่ในเมตาเวิร์ส

เพื่อทำให้โปรเจกต์นี้เกิดขึ้นจริง ออเนอร์จึงได้จับมือกับบริษัทผู้พัฒนาเทคโนโลยี AR และ VR อย่างเออาร์ลูปา (ARLOOPA) และดึงสองศิลปินอย่างยูนวน (Yunuene) และทิโม เฮลเกิร์ต (Timo Helgert) ร่วมสร้างอาคารวาสเซอร์ชลอสอันโด่งดังในโลก AR

ผลงานของยูนวนในโปรเจกต์เกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ อย่าง “เซลลิง ทรู ไทม์” (Sailing Through Time) เป็นการเชิดชูวิวัฒนาการของท่าเรือในเมืองแห่งนี้ โดยใช้สุนทรียภาพแบบวิชวลอันเป็นเอกลักษณ์ของเธอในการแสดงความก้าวหน้าของการขนส่งทางทะเลเมื่อเวลาผ่านไป ส่วนผลงานของทิโม เฮลเกิร์ต อย่าง “บลูมมิง ฟิวเจอร์” ใช้รูปแบบที่ให้ภาพอนาคตมากกว่า โดยนำบทบาทของเมืองฮัมบูร์กในฐานะเมืองที่เขียวเป็นอันดับต้น ๆ ของโลกมาใช้ประโยชน์ และรังสรรค์ภาพอาคารวาสเซอร์ชลอสท่ามกลางหมู่ไม้สีเขียว ที่ซึ่งต้นไม้อันงดงามและสิ่งมีชีวิตที่ใกล้จะสูญพันธุ์เติบโตได้ ยกระดับแลนด์มาร์คสำคัญทางประวัติศาสตร์นี้ให้อยู่ในอาณาจักรโลกอื่น

ปลดล็อกประสบการณ์สุดดื่มด่ำ ด้วยพลังของ AI และ AR

ออเนอร์ขอใช้ประสบการณ์นี้ส่งเสริมการท่องเที่ยวแบบไฮบริด ซึ่งเป็นเทรนด์เกิดใหม่หลังการท่องเที่ยวเริ่มฟื้นตัวทั่วโลก ซึ่งนักท่องเที่ยวคาดหวังว่า ความก้าวหน้าทางดิจิทัลที่เกิดขึ้นในช่วงโรคระบาดจะเป็นประโยชน์และสร้างเสริมประสบการณ์การท่องเที่ยวในโลกจริง ประสบการณ์ AR ที่อาคารวาสเซอร์ชลอสนั้น ผสานโลกจริงและโลกดิจิทัลเข้าด้วยกัน เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวสัมผัสกับวัฒนธรรมในรูปแบบใหม่ โดยออเนอร์ได้ทุ่มลงทุนในเทคโนโลยีต่าง ๆ เช่น เทคโนโลยีระบุพื้นที่ด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI Space Identification) ระบบเสียงรอบทิศทาง และ AR เพื่อยกระดับประสบการณ์อันสมจริงให้พร้อมรับโลกดิจิทัล

เบิร์นด์ เพาโลวิตซ์ (Bernd Paulowitz) หัวหน้าแผนกมรดกโลกของยูเนสโก สาขาฮัมบูร์ก กล่าวว่า “ย่านเมืองเก่าแห่งนี้ได้รับการยกย่องให้เป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกเมื่อปี 2558 เพื่อคุ้มครองและอนุรักษ์ประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของท่าเรือการค้าที่ใหญ่เป็นอันดับต้น ๆ ของโลก วันนี้เราให้ความรู้และนำเสนอมรดกทางวัฒนธรรมให้คนรุ่นหลังในรูปแบบใหม่ ๆ ที่น่าสนใจได้แล้ว เราจึงภาคภูมิใจในการมีส่วนช่วยในโครงการเกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ ของออเนอร์ ซึ่งไม่ได้เชิดชูความสำคัญที่ย่านนี้มีต่อเยอรมนีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงอนาคตอันน่าตื่นเต้นในฐานะมหานครระดับโลกด้วย”

กุยโด นอยมันน์ (Guido Neumann) หัวหน้าฝ่ายประชาสัมพันธ์ของการท่องเที่ยวฮัมบูร์ก กล่าวว่า “เมื่อภาคการท่องเที่ยวกำลังคึกคักถึงขีดสุดหลังทั่วโลกล็อกดาวน์มาหลายปี จึงเป็นเรื่องดีที่แบรนด์ต่าง ๆ อย่างออเนอร์ นำประสบการณ์ใหม่ ๆ และล้ำสมัยมาให้ทุกคนสำรวจโลกอีกครั้ง ในฤดูร้อนนี้ เมืองของเรามีนักท่องเที่ยวในระดับเดียวกับเมื่อฤดูร้อนปี 2562 ส่วนหนึ่งเป็นผลจากการใช้เทคโนโลยีพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมแบบอินเทอร์แอคทีฟ ด้วยแรงบันดาลใจจากการที่เมืองฮัมบูร์กเป็นประตูท่องโลก เราจึงรู้สึกตื่นเต้นในการร่วมมือกับโครงการเกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ ซึ่งเราเชื่อว่าจะทำให้นักท่องเที่ยวและชาวฮัมบูร์กได้รู้สึกเชื่อมโยงกับย่านชไปเชอร์ชตัทอันเป็นแหล่งมรดกโลกของยูเนสโกในรูปแบบที่ล้ำลึกกว่าเดิม เราเห็นว่าประสบการณ์แบบไฮบริดกำลังเป็นที่ต้องการอย่างมาก เมื่อนักท่องเที่ยวเริ่มคาดหวังที่จะได้รับประสบการณ์โลกเสมือนขณะที่กำลังมีปฏิสัมพันธ์กับแลนด์มาร์คทางวัฒนธรรม เป็นเวลาสมควรแล้วที่ต้องงัดใช้ขุมพลังของเทคโนโลยีในภาคการท่องเที่ยว เพื่อสร้างประสบการณ์แสนวิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวทั่วโลก”

พลิกโฉมชุมชนของคุณด้วยออเนอร์ ทาเลนต์ส

เกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ เป็นส่วนหนึ่งในการประกวดออเนอร์ ทาเลนต์ส โกลบอล ดีไซน์ อวอร์ดส์ (HONOR Talents Global Design Awards) โดยยังมีเป้าหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้ชาวครีเอทีฟผู้มากความสามารถทั่วโลกงัดใช้ขุมพลังของเทคโนโลยี และพลิกโฉมชุมชนของตัวเองในยุคเมตาเวิร์ส นับเป็นครั้งแรกที่ออเนอร์ ทาเลนต์ส เปิดหมวดใหม่ขึ้นมาโดยเฉพาะ ได้แก่หมวดการออกแบบงานศิลป์แบบอินเทอร์แอคทีฟด้วย AR ซึ่งกำลังเปิดรับผลงานศิลปะดิจิทัลที่พลิกโฉมย่านที่อยู่อาศัยต่าง ๆ รวมถึงการจำลองอาคาร กำแพง สวน และพื้นที่สาธารณะอื่น ๆ แบบดิจิทัล ศิลปินที่สนใจร่วมประกวดอ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.hihonor.com/honor-talents/en และนอกเหนือจากประสบการณ์ AR ในโครงการเกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ แล้ว ออเนอร์ยังได้ร่วมมือกับสถาบันวิจิตรศิลป์กลาง (CAFA) ในประเทศจีน เพื่อสร้างงานศิลป์ AR ขึ้นมาใหม่ในชื่อ “อินฟินิตี” (INFINITY) ซึ่งรับชมได้ที่บูธงานไอเอฟเอของออเนอร์ผ่านแอปเออาร์ลูปา

รับชมประสบการณ์แบบ AR ได้แล้ววันนี้

ประสบการณ์ AR ในโครงการเกตเวย์ ทู เดอะ ฟิวเจอร์ เปิดให้สัมผัสแล้วตั้งแต่วันนี้ไปจนถึงสิ้นปี ผ่านเพจออเนอร์บนแอปเออาร์ลูปาซึ่งดาวน์โหลดใช้งานได้ฟรี ผู้ใช้จะสัมผัสกับงานศิลป์ AR ณ สถานที่จริงในเมืองฮัมบูร์กก็ได้ หรือจะที่อื่น ๆ ในโลกก็ได้เช่นกัน ประสบการณ์ ณ สถานที่จริงนี้รอให้สัมผัสที่อาคารวาสเซอร์ชลอส และดูจากสะพานพอกเกนมูเลน บรุกเกอ (Poggenmuehlen-Bruecke) ที่อยู่ตรงข้ามได้ด้วยเช่นกัน ส่วนผู้ใช้ที่ไม่ได้อยู่ในฮัมบูร์กก็เลือกเมนู “ดูจากพื้นผิวใดก็ได้” (experience on any surface) บนแอป และทำตามคำแนะนำบนจอเพื่อดูประสบการณ์ AR บนพื้นผิวเรียบที่อยู่ใกล้เคียง[1]

เกี่ยวกับออเนอร์

ออเนอร์ (HONOR) เป็นผู้นำระดับโลกด้านอุปกรณ์อัจฉริยะ มีความมุ่งมั่นที่จะก้าวขึ้นเป็นแบรนด์เทคโนโลยีชั้นนำระดับโลก และสร้างสรรค์โลกอัจฉริยะใบใหม่เพื่อทุกคนผ่านผลิตภัณฑ์และบริการอันทรงพลัง ด้วยเป้าหมายอันแน่วแน่ในด้านการวิจัยและพัฒนา แบรนด์มีความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาเทคโนโลยีที่ช่วยยกระดับผู้คนทั่วโลกให้ก้าวไกล เปิดทางสู่ความสำเร็จ และทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากยิ่งขึ้น กลุ่มผลิตภัณฑ์ของออเนอร์มีความพรีเมียม ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และวางใจได้ ครอบคลุมทั้งสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต แล็ปท็อป และอุปกรณ์สวมใส่คุณภาพสูงมากมายที่ตอบโจทย์ในทุกช่วงราคา ช่วยให้ผู้คนสะท้อนความเป็นตัวเองได้ในแบบที่ดีกว่า

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติม โปรดเยี่ยมชมร้านค้าออนไลน์ของออเนอร์ที่ www.hihonor.com หรืออีเมล: newsroom@hihonor.com

http://community.hihonor.com/

https://www.facebook.com/honorglobal/


https://www.instagram.com/honorglobal/

http://www.youtube.com/c/HonorOfficial

[1] เพื่อประสบการณ์ที่ดีที่สุด เราแนะนำให้ใช้สมาร์ทโฟนที่รองรับ ARCore หรือ ARKit

รูปภาพ – https://mma.prnewswire.com/media/1890885/Gateway_future.jpg

รูปภาพ – https://mma.prnewswire.com/media/1890886/AR_campaign.jpg

คำบรรยายภาพ – ผลงาน “เซลลิง ทรู ไทม์” โดยยูนวน

รูปภาพ – https://mma.prnewswire.com/media/1890887/AR_campaign_1.jpg

คำบรรยายภาพ – ผลงาน “บลูมมิง ฟิวเจอร์” โดยทิโม เฮลเกิร์ต

honor01.jpg

ข่าวประชาสัมพันธ์ถูกโพสต์ หรือเขียนขึ้นโดย: media123

ทางทีม Mobiledista ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเขียนข่าวหรือโพสต์ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ เว็บเป็นเพียงสื่อกลาง ที่เปิดให้เจ้าของข่าวประชาสัมพันธ์หรือตัวแทนโดยชอบธรรมได้โพสต์ด้วยตัวเอง