ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย ประกาศเปิดให้เข้าชมพระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทยในเหตุการณ์สำคัญครั้งประวัติศาสตร์

กรุงเทพฯ ประเทศไทย – 11 สิงหาคม 2566 – ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย (The Church of Jesus Christ of Latter-day Saints) ขอเชิญชวนสาธารณชนร่วมฉลองการสร้างพระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทยเสร็จสมบูรณ์ พระวิหารแห่งนี้เป็นพระวิหารแห่งแรกในประเทศไทยและแห่งที่ 3 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยจะมีงานแถลงข่าวในวันที่ 28 สิงหาคมนี้ หลังจากนั้นจะมีการเชิญแขกสำคัญเข้าชมเป็นเวลาสามวัน ประชาชนทั่วไปสามารถจองการเดินชมพร้อมไกด์ได้ฟรีตั้งแต่วันที่ 1 ถึง 16 กันยายน ยกเว้นวันอาทิตย์ ที่ BangkokTemple.ChurchofJesusChrist.org

เมื่ออุทิศแล้ว พระวิหารจะเปิดให้เฉพาะสมาชิกศาสนจักรที่ซื่อสัตย์เท่านั้น ดังนั้นงานโอเพ่นเฮ้าส์รอบสาธารณชนนับว่าเป็นโอกาสครั้งหนึ่งในชีวิตสำหรับประชาชนในประเทศไทยที่จะเข้าชมได้โดยไม่จำกัดศาสนา คำเชิญพิเศษนี้สอดคล้องกับความปรารถนาของศาสนจักรที่จะสร้างความเข้าใจและความมีส่วนร่วมของชุมชน

เอ็ลเดอร์สุชาติ ไชยชะนะ สาวกเจ็ดสิบภาค ผู้นำระดับอาวุโสของศาสนจักรในประเทศไทย กล่าวว่า “พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทยเป็นประจักษ์พยานถึงศรัทธาอันมั่นคงของสมาชิกศาสนจักรกว่า 23,000 คนในประเทศไทย และจะเป็นจุดศูนย์กลางของการเติบโตทางวิญญาณไปอีกนาน พระวิหารเป็นมากกว่าอาคารทั่วไป พระวิหารเป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นสัญลักษณ์ของคำมั่นสัญญาของเราต่อคำสอนของพระเยซูคริสต์และธรรมชาตินิรันดร์ของครอบครัว”

“เราขอเชิญทุกท่านมาเรียนรู้และเดินชมพระวิหารไปกับเราในสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของเราในประเทศไทย สัมผัสความรู้สึกแบบสวรรค์บนแผนดินโลกและความพิเศษที่มีอยู่ในพระวิหาร สมาชิกของเราเชิญชวนให้ทุกคนมาสัมผัสถึงปีติด้วยกันในพระนิเวศน์ของพระเจ้า เรายังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความเข้าใจเรื่องของศาสนจักรให้แก่ชุมชน พร้อมเปิดรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม”

ศาสนจักรเป็นส่วนหนึ่งของบริบททางศาสนาในประเทศไทยตั้งแต่ ค.ศ. 1854 โดยมีการเติบโตอย่างน่าจับตาตั้งแต่ทศวรรษ 1960 พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทยเป็นสัญลักษณ์ถึงหลักชัยใหม่ในการเสริมสร้างศรัทธาของสมาชิกศาสนจักรในประเทศไทยและภูมิภาคโดยรอบ เป็นเวลาหลายปี สมาชิกศาสนจักรในประเทศไทยต้องไปนมัสการพระวิหารที่ฮ่องกง ไต้หวัน หรือประเทศอื่นๆ ซึ่งสำหรับบางคน อาจมีค่าใช้จ่ายสูง จึงทำให้จำกัดการเดินทางไปได้แค่ครั้งหนึ่งในชีวิตเท่านั้น

ในฐานะพระวิหารที่เปิดดำเนินการแห่งที่ 185 ของศาสนจักร พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทยจะเป็นจุดสูงสุดของโครงการที่ประกาศโดยอดีตประธานศาสนจักร โธมัส เอส. มอนสัน ในเดือนเมษายน 2015 ตามด้วยพิธีเบิกดินในเดือนมกราคม 2019 ซึ่งพระวิหารนี้ตั้งอยู่เลขที่ 1645/6 ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ แขวงมักกะสัน เขตราชเทวี โดยตั้งอยู่ในย่านธุรกิจและที่อยู่อาศัยในใจกลางกรุงเทพฯ และยังใกล้กับสถานีมักกะสันที่เชื่อมต่อกับรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิงก์กรุงเทพฯ อีกด้วย

การออกแบบพระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทยได้รับการสร้างสรรค์อย่างพิถีพิถันเพื่อแสดงถึงการผสมผสานกันระหว่างวัฒนธรรมไทยและวัฒนธรรมศาสนจักร ซึ่งการนมัสการในพระวิหารมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทยมีขนาด 48,525 ตารางฟุต สะท้อนลักษณะเฉพาะของสถาปัตยกรรมไทย ซึ่งรวมถึงองค์ประกอบของดอกบัว ลวดลายแปดเหลี่ยมที่ประสานกันบนแก้วลวดลาย และยอดแหลม 9 ยอดที่ผสมผสานอย่างลงตัวกับท้องฟ้าเบื้องบน อีกทั้งการผสานระหว่างยอดแหลมและหน้าต่างฉลุทำให้อาคารมีรูปทรงแสงเงาที่โดดเด่นตัดกับเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ อันเป็นการบ่งบอกถึงสัญลักษณ์ของพระวิหารในฐานะดวงประทีบแห่งศรัทธาสำหรับชุมชน

หลังจากช่วงโอเพ่นเฮ้าส์ พระวิหารกรุงเทพ ประเทศไทยจะเปิดดำเนินการหลังจากการอุทิศซึ่งจัดขึ้นในวันที่ 22 ตุลาคมนี้ การอุทิศเป็นพิธีพิเศษที่หมายถึงการถวายพระวิหารไว้เพื่องานของพระเจ้า โดยพิธีจะประกอบด้วยบทเพลงนมัสการพระเจ้า คำปราศรัยจากผู้นำศาสนจักร และการสวดอ้อนวอนอุทิศ เพื่อแยกอาคารนี้ไว้สำหรับงานของศาสนจักรและการแสวงหาพรจากสวรรค์บนโครงสร้างพระวิหารและบริเวณโดยรอบ

บราเดอร์สาธิต ไกวัลวรรธนะ สมาชิกคณะกรรมการโอเพ่นเฮ้าส์ กล่าวว่า “สำหรับสมาชิกศาสนจักร พระวิหารนับเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดในโลก เป็นที่ซึ่งสมาชิกเข้าใกล้พระเจ้ามากขึ้นและได้รับพรนิรันดร์ การอุทิศพระวิหารแห่งนี้เป็นสัญลักษณ์ของการเติบโตทั่วโลกของศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย ตลอดจนคำมั่นสัญญาที่จะนำแสงสว่างและความหวังมาสู่ทุกชุมนุมชนทั่วโลก”

XXX

เกี่ยวกับ ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้าย
ศาสนจักรของพระเยซูคริสต์แห่งวิสุทธิชนยุคสุดท้ายเป็นศาสนาระดับโลก มีสมาชิก 17 ล้านคน โดยมีศูนย์กลางในความเชื่อที่ว่าทุกคนเป็นลูกของพระผู้เป็นเจ้าผู้ทรงเปี่ยมด้วยความรักและพระเยซูคริสต์คือพระผู้ช่วยให้รอดของมนุษยชาติ มีพันธกิจคือการนำผู้คนมาสู่พระคริสต์ผ่านการเรียนรู้พระกิตติคุณ การทำพันธสัญญา การฝึกความรักและการรับใช้

สมาชิกศาสนจักรช่วยเหลือผู้อื่นโดยดำเนินชีวิตตามคำสอนของคริสต์ ดูแลคนขัดสน เชื้อเชิญให้ทุกคนรับพระกิตติคุณ และทำให้ครอบครัวเป็นหนึ่งเดียวกันผ่านงานพระวิหาร ศาสนจักรมีหน่วยประชุมมากกว่า 30,000 แห่งในกว่า 160 ประเทศ นำโดยผู้นำท้องถิ่นที่เป็นอาสาสมัคร

ศาสนจักรมีแหล่งข้อมูลมากกว่า 110 ภาษา ดำเนินงานมหาวิทยาลัย และมีโครงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม โจเซฟ สมิธฟื้นฟูศาสนจักรขึ้นในปี 1830 หลังจากได้รับการมาเยือนจากสวรรค์ พระคัมภีร์มอรมอนเป็นบันทึกศักดิ์สิทธิ์ที่มาเติมเต็มพระคัมภีร์ไบเบิล และเป็นพยานถึงความเป็นพระเจ้าของพระเยซูคริสต์