“พฤกษา” ชวนลูกบ้าน “ปิดไฟ พักโลก พักร้อน” ต่อยอดความร่วมมือของมนุษยชาติ พร้อมกันทั่วโลก เสาร์ 26 มี.ค.นี้

“พฤกษา” ใส่ใจสิ่งแวดล้อม ย้ำบทบาทนักพัฒนาอสังหาฯ ที่เดินหน้าพร้อมการอนุรักษ์ เชิญชวนคนไทย ผู้ประกอบการและลูกค้าโครงการมากกว่า 2 แสนครัวเรือน รวมพลังลดโลกร้อนในโครงการระดับนานาชาติ “60+ EARTH HOUR 2022” ด้วยการปิดไฟที่ไม่ได้ใช้งานในอาคารสถานที่และบ้านเรือนอย่างน้อย 1 ดวงเป็นเวลา 1 ชั่วโมง เสาร์ที่ 26 มีนาคม นี้ ปฏิบัติการพร้อมกัน 192 ประเทศทั่วโลก พร้อมเผยผลสำเร็จกิจกรรมลดผลกระทบ Climate Change ของพฤกษาตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา รุกต่อเนื่องรอบด้านทั้งการเพิ่มพื้นที่สีเขียว การลดใช้พลังงานไฟฟ้า ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนในทุกกิจกรรมทางธุรกิจ และการจัดการขยะในครัวเรือนและไซต์ก่อสร้างตามแนวคิด zero waste ในทุกโครงการบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮาส์และคอนโดฯ เพื่อสร้างสังคมการอยู่อาศัยใส่ใจสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน

นางสาวอังคณา ลิขิตจรรยากุล รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาดองค์กรกลุ่ม บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “พฤกษา” ในบทบาทของนักพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายใหญ่ของไทย เล็งเห็นความสำคัญของการมีส่วนร่วมเพื่อช่วยลดปัญหาสภาวะโลกร้อนซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของคนทั่วโลก และเชื่อว่าปัญหานี้ยังสามารถแก้ไขและทำให้ดีขึ้นได้ด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกคนเพื่อลดผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศ โดย “พฤกษา” ได้เข้าร่วมกิจกรรมความร่วมมือระดับนานาชาติ “ปิดไฟ 1 ชั่วโมง ลดโลกร้อน” (60+ EARTH HOUR 2022 ) ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 5 เพื่อกระตุ้นให้ผู้คนหันมาตระหนักถึงปัญหาภาวะโลกร้อนให้มากขึ้น โดยร่วมกับกรุงเทพมหานครและกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) ประเทศไทย เชิญชวนคนไทยทุกคนและลูกค้าโครงการที่พักอาศัยได้เข้าร่วมกิจกรรมลดใช้พลังงานด้วยการปิดไฟ กิจกรรมนี้เป็นความร่วมมือร่วมใจของคนทั้งโลก กำหนดปฏิบัติการพร้อมกันวันเสาร์ที่ 26 มีนาคม 2565 เวลา 20.30 น.ถึง 21.30 น.

นอกจากนี้ “พฤกษา” ยังมีเจตจำนงชัดเจนในการดำเนินงานเพื่อลดภาวะโลกร้อนอย่างยั่งยืน โดยในปีที่ผ่านมาได้จัดกิจกรรมมุ่งเน้น 4 ด้านเพื่อลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์ขององค์กรและของผลิตภัณฑ์ ซึ่งให้ผลลัพธ์โดยรวมในระดับที่น่าพอใจ ประกอบด้วย

1.การอนุรักษ์พลังงาน ด้วยการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ทดแทนการใช้ไฟฟ้าโดยติดตั้งเซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell) บริเวณพื้นที่ส่วนกลาง อาทิ คลับเฮ้าส์ ไฟสวนสาธารณะ อาคารนิติบุคคล และบ่อบำบัดน้ำเสียในโครงการทาวน์เฮ้าส์และบ้านเดี่ยวรวม 60 โครงการ จากการประเมินผลลัพธ์ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมาพบว่า สามารถลดการใช้พลังงานไฟฟ้าได้มากกว่า 1 ล้านกิโลวัตต์ ลดค่าใช้จ่ายส่วนกลางของโครงการให้กับนิติบุคคลและลูกบ้านคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 4 ล้านบาท ทั้งยังลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ส่งเสริมคุณภาพชีวิตที่ดีให้ลูกค้าในโครงการ

2.ลดการใช้น้ำมันในการขนส่ง ที่โรงงานพฤกษาพรีคาสท์ ซึ่งเป็นโรงงานสีเขียว (Green Factory) ที่ผลิตชิ้นส่วนคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูปสำหรับการก่อสร้างบ้าน ได้พัฒนาระบบบริหารจัดการด้านขนส่งให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยเพิ่มน้ำหนักขนส่งตามมาตรฐาน ลดการใช้น้ำมันและลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศ จากการลดจำนวนเที่ยวขนส่งได้มากกว่า 1,800 เที่ยวต่อปีและลดระยะทางการขนส่งโดยประมาณได้มากกว่า 149,000 กิโลเมตร

3.เพิ่มพื้นที่สีเขียว “พฤกษา” เพิ่มพื้นที่สีเขียวในโครงการที่อยู่อาศัยทุกประเภทจำนวน 124 โครงการ ด้วยการเพิ่ม Green Area ในพื้นที่ส่วนกลาง พื้นที่สีเขียวแนวตั้ง (Vertical Green Wall) ในโครงการพักอาศัยที่อาจมีพื้นที่จำกัด เช่น ทาวน์เฮาส์ หรือคอนโดมิเนียม รวมพื้นที่สีเขียวที่พัฒนาเพิ่มขึ้นตลอดปีที่ผ่านมามากถึง 323,138 ตร.ม.

4.การจัดการขยะมูลฝอย ด้วยแนวคิด zero waste และความร่วมมือกับ 18 ภาคีเครือข่ายด้านการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้เกิดโครงการคัดแยกพลาสติกที่แห้ง สะอาด และยืดได้ ส่งกลับไปรีไซเคิล รวม 291 กิโลกรัมซึ่งช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มาก โดยปริมาณขยะตลอดหนึ่งปีที่ถูกคัดแยกและส่งไปกำจัดอย่างถูกวิธีไม่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม รวมทั้งหมด 126.77 ตัน ยังมีเรื่องของการใช้โบรชัวร์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อลดการใช้กระดาษ โครงการขุดลอกคูคลอง “คลองสวยน้ำใส” รวมไปถึงโครงการลดการเผาขยะในไซต์ก่อสร้าง ช่วยลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ และลดการเกิดฝุ่น PM2.5 ทั้งนี้ การดำเนินกิจกรรมเพื่อลดโลกร้อนจะยังคงปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องและต่อยอดเป็นการพัฒนาอีกหลายหลายรูปแบบเพื่อมุ่งสู่การบรรลุเป้าหมายในการลดภาวะโลกร้อนได้อย่างยั่งยืน

psearthhour01-0.jpg psearthhour08-1.jpg

ข่าวประชาสัมพันธ์ถูกโพสต์ หรือเขียนขึ้นโดย: บริษัท พฤกษา โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน)

ทางทีม Mobiledista ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเขียนข่าวหรือโพสต์ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ เว็บเป็นเพียงสื่อกลาง ที่เปิดให้เจ้าของข่าวประชาสัมพันธ์หรือตัวแทนโดยชอบธรรมได้โพสต์ด้วยตัวเอง