หน้าแรก Apps News

ทำความเข้าใจ “แอปออกกำลังกาย” ในสมาร์ทโฟนกันเถอะ

pexels photo large - ทำความเข้าใจ "แอปออกกำลังกาย" ในสมาร์ทโฟนกันเถอะ

เทรนด์ของโลกวันนี้อยู่ที่การออกกำลังกาย  สังเกตได้จากบน IG, Facebook หรือแม้แต่ Twitter

ทำไมเทรนด์การออกกำลังกายถึงกลายสิ่งที่คนในโลกกำลังเดินตาม ผมคิดว่าคำตอบของคำถามนี้มีค่อนข้างหลากหลาย สามารถหยิบยกขึ้นมาพูดได้หมด ดังเช่น ความก้าวหน้าด้านสุขภาพ รูปร่างที่ดีจะส่งผลต่ออาชีพการงาน การเข้าสังคม หรือแม้แต่การหาคนรัก

เบื้องต้นจะเห็นได้ชัดว่า คำตอบของคำถามมันมีแยะมาก ขึ้นอยู่กับว่า เราจะหยิบแง่มุมไหนมาพูดเพื่อนำมาเป็นประเด็นในสังคม

สำหรับผมคิดว่า ประเด็นที่น่าหยิบยกมากที่สุด ควรจะเป็นในแง่ของโลกออนไลน์ กล่าวคือ การถือกำเนิดของ Facebook, Instagram และ Twitter ที่มีการเชื่อมโยงอย่างไร้รอยต่อกับสมาร์ทโฟน ก่อให้เกิดคลื่นพัดพาให้สมาร์ทโฟนมีแอปพลิเคชัน “ออกกำลังกาย” ให้เลือกสรรเป็นจำนวนมาก กอปรกับเทรนด์การรักสุขภาพที่มีปัจจัยอื่น เช่น เพื่อการเข้าหาสังคม หรือหาคู่รัก เลยทำให้เทรนด์นี้เกิดขึ้น

ตามสัจธรรมของโลกเลยก็ว่าได้มั้งครับ ถ้าหากมีสิ่งใดได้รับความนิยม ก็จะส่งผลให้มีคนอื่นทำตาม จะทำตามด้วยการ Copy Cat หรือ Copy and Develop ก็พอจะถกเถียงกันได้ ซึ่งนั่นทำให้ผู้ใช้จำนวนมาก ต้องเผชิญกับคลื่นแอปพลิเคชันที่จำนวนมาก จนทำให้ไม่อาจตัดสินใจได้ว่า ควรจะเลือกใช้แอปพลิเคชันอะไร แล้วแอปไหนที่เหมาะกับเรามากที่สุด

บันทึกการกินอาหาร

ในคำกล่าวของฝรั่งเคยกล่าวเอาไว้ว่า Six-packs are made in the kitchen นั่นหมายความว่า การสร้างก้อนเนื้อหน้าท้อง 6 ก้อน (บางคนมี 4 หรือ 8 ตามกรรมพันธุ์) จะต้องสรรสร้างขึ้นมาจากห้องครัว อันหมายถึงว่า มาจากการรับประทานอาหารนั่นเอง

มันสำคัญอย่างไร ?

สำคัญครับ เพราะอาหารที่เรากินเข้าไปมันจะเข้าไปช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ อย่างเช่นเวลาที่เราเล่นกล้าม หลังเล่นเสร็จทำไมเราต้องกินโปรตีน กินคาร์บ นั่นเพราะในระหว่างการออกกำลังกาย ร่างกายของเรามีการฉีกขาดของกล้ามเนื้อ จึงจำเป็นต้องมีอาหารเข้าไปสร้าง แล้วพอสร้าง มันก็จะใหญ่ขึ้นๆ จากการรับประทานอาหารเข้าไปนั่นเอง

CbI9dFfUcAAn3FF.jpg large - ทำความเข้าใจ "แอปออกกำลังกาย" ในสมาร์ทโฟนกันเถอะ

ฉะนั้นแล้วแอปที่เกี่ยวข้องกับอาหาร แอปที่จะต้องแนะนำเลยก็คือ MyFitnessPal (iOS | Android) ความสามารถของแอปนี้ อยู่ที่การบันทึกอาหารที่เรากินไปในแต่ละมื้อ โดยตัวแอปจะต้องการเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต เพื่อที่จะใช้ค้นในฐานข้อมูลว่า อาหารที่เรากินเข้าไป มีกี่แคลอรี จำนวนไขมันกี่กรัม โปรตีนกี่กรัม ซึ่งเราอาจจะกล่าวได้ว่า myFitnessPal คือ ไดอารีบันทึกอาหารของเราก็ไม่ผิดจากความเป็นจริงนัก

เมื่อมีบันทึกอาหารแล้ว ผมคิดว่า ก็จำเป็นต้องมีแอปเกี่ยวกับการทำอาหารมาฝาก (Cook Book) แอปที่ผมชอบส่วนตัวแล้วคือ Yummly (iOS | Android)

ความสามารถของแอปนี้คือ แนะนำการทำอาหาร เพียงแต่ว่า มันเหนือชั้นกว่าแอปหรือหนังสือสอนการทำอาหารอื่นๆ ตรงที่เราสามารถรับรู้ได้ว่า อาหารที่กำลังจะทำอยู่มีกี่แคลอรี อีกทั้งยังมีเครื่องมือที่ช่วยคัดกรองความต้องการของคนทำได้อีก เช่น ต้องการอาหารที่เพื่อสุขภาพใช่หรือไม่ ต้องการทำอาหารแนวไหน ยุโรป อเมริกัน หรืออาหารไทย มีหมด

 เริ่มต้นออกกำลังกาย

อย่างที่บอกเอาไว้ตอนแรกนั่นแหละครับ Six-packs are made in the kitchen การมี six pack จะมีได้มันก็ต้องเริ่มต้นที่อาหาร แต่ลำพังแค่อาหารอย่างเดียว ยังไม่พอ จำเป็นต้องมีเรื่องของการออกกำลังกาย (Workout) ด้วย

pexels photo large 2 - ทำความเข้าใจ "แอปออกกำลังกาย" ในสมาร์ทโฟนกันเถอะ

Pact (iOS | Android) หนึ่งในแอปพลิเคชันออกกำลังกายที่น่าสนใจ เพราะแอปนี้ถือเป็นแอปที่มาพร้อมกับการสร้างแรงจูงใจให้ผู้ใช้หันมาออกกำลังกายในทุกๆ วัน โดยการกระตุ้นการออกกำลังกายของแอปนี้มีเรื่องเงินมาเกี่ยวข้องด้วย กล่าวง่ายๆ ถ้าหากเราสามารถออกกำลังกายตามเป้าหมาย ถ้าทำได้ก็จะได้เงินไป แต่ถ้าทำไม่ได้ก็โดนหักเงินนั่นเอง (ก่อนหน้านี้ที่จะได้เงินเราต้องกรอกเลขบัตรเครดิตเพื่อให้แอปหักเงินของเราก่อน) เป็นไงละครับ ใช้เงินเป็นเครื่องจูงใจ

อ้อ แต่ถ้าอยากเลิกใช้ Pact อย่าลืมยกเลิกการเป็นสมาชิกก่อนนะครับ ไม่งั้นจะเสียเงินฟรีๆ

ขณะเดียวกันนอกเหนือจาก Pact แล้วยังมีอีก 2 แอปที่น่าสนใจ แก่คนที่ชอบออกกำลังกาย นั่นคือ adidas train & run ซึ่งแอปนี้ มีความน่าสนใจตรงที่เราสามารถดีไซน์การออกกำลังกายได้ โดยอิงจากกีฬาที่เราชื่นชอบ เช่น ผมชอบเตะฟุตบอล เราสามารถให้แอปช่วยตั้งโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะกับนักฟุตบอลขึ้นมาได้ หรือถ้าหากไม่ได้ชอบเล่นกีฬาเป็นรายชนิดกีฬา แต่ต้องการเน้นกล้ามให้ใหญ่ขึ้น หรือต้องการลดน้ำหนักก็สามารถจัดการได้ภายในแอปนี้

อีกหนึ่งแอปที่ผมกำลังลองอยู่ก็คือ Freeletics (iOS | Android) โดยการออกกำลังกายผ่านแอปนี้ จะเป็นการออกกำลังกายแบบที่ไม่จำเป็นต้องไปที่ยิม แต่สามารถจัดการง่ายๆ ได้ภายในบ้าน ซึ่ง Freeletics มีปรัชญาในการออกกำลังกายโดยใช้ร่างกายตัวเองหลัก เพียงแต่ว่าถ้าหากจะใช้ Freeletics เป็นคู่มือในการออกกำลังกาย จำเป็นต้องเสียค่า Coaching ที่จะให้เลือกแบบ 3 -6-12 เดือน สามารถดูตัวอย่างได้จากด้านล่าง

แต่ถ้าอยากฟิตเนสแบบไม่อยากเสียเงินล่ะ?

เป็นคำถามที่ดีครับ เพราะอย่าง adidas train and run แม้ว่าจะไม่เสียค่าใช้งานในการใช้แอป แต่ก็ยังต้องเสียเงินให้กับค่าอุปกรณ์จำพวกดัมเบลล์ เคเบิ้ลทูบ (Cable Tube) แมชชีนต่างๆ ส่วน Freeletics แน่นอนว่า มีค่าบริการส่วนที่เป็นเทรนเนอร์

แต่ถ้าต้องการแบบไม่เสียเงิน แอป 7 minute workout (iOS | Android) น่าจะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดี เพราะแอปนี้จะใช้เวลาในการออกกำลังกายเพียง 7 นาที เหมาะกับคนที่ต้องการออกกำลังกาย แต่หาเวลาได้ยาก คิดว่าแค่ 7 นาทีไม่น่าจะเป็นปัญหา

 แอปวิ่ง

city sun hot child large - ทำความเข้าใจ "แอปออกกำลังกาย" ในสมาร์ทโฟนกันเถอะ

นอกเหนือจากการเสริมสร้างกล้ามเนื้อแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันในกระบวนการออกกำลังกาย สิ่งๆ นั้น คือ การวิ่ง หรือที่เรียกว่าเป็นการ Cardio

กระบวนการวิ่งหรือ Cardio จะทำให้ร่างกายได้เผาผลาญส่วนเกินของร่างกาย ฉะนั้นการวิ่งจึงเป็นสิ่งจำเป็นมากๆ ซึ่งใน App Store และ Play Store ก็จะมีแอปที่พัฒนาเพื่อการวิ่งโดยเฉพาะ ที่โดดเด่นก็จะมี MapMyRun Trainer (iOS | Android)  ตัวนี้จะเป็นแอปที่ช่วยเรื่องการวิ่ง หรือถ้าเป็นคนที่กำลังวางแผนเรื่องของการวิ่งมาราธอน MapMyRun Trainer ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ

นอกเหนือจากนี้ยังมี Runkeeper (iOS | Android)  ที่เพิ่งมีแบรนด์เครื่องกีฬาญี่ปุ่นชื่อดังอย่าง Acisc ซื้อกิจการไป เป็นอีกแอปที่น่าใช้งาน