หน้าแรก Blogging

[บทความ] ตั้งสติก่อนโพสต์สเตตัสลูกโซ่ใน Facebook

Facebook

เช้าวันนี้ ผมได้เห็นหน้าไทม์ไลน์ใน Facebook จำนวนมาก โดยมีข้อความบอกว่าไม่ต้องการให้ Facebook เข้ามาใช้ข้อมูลส่วนคัว จนเกิดการคัดลอกข้อความ และส่งต่อในโลกออนไลน์ จนกลายเป็นไวรัล(?) ดังข้อความด้านล่าง

Facebook

จากข้อความเบื้องต้น ไม่ต้องเสียเวลาคิดให้มากความ สิ่งที่เห็นก็คือ จดหมายลูกโซ่นั่นเองครับ เพียงแต่ว่า มันถูกเปลี่ยนจากกระดาษ มาเป็นสเตตัสบน Facebook เท่านั้นเอง

ที่น่าตกใจคือ เมื่อเอาข้อความตอนต้นจากข้อความเบื้องต้นในจดหมายลูกโซ่ของคำว่า “ข้อมูลนี้เพื่อแจ้ง Facebook” พบว่ามีผู้ใช้งาน Facebook จำนวนมากหลงเชื่อแล้วทำการคัดลอกสเตตัสที่ว่านี้ มายังหน้า Facebook ของตัวเอง

Facebook

ทั้งนี้เราต้องกลับมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า Social Network อย่าง Facebook มันจะมีสิ่งที่เรียกว่า ข้อตกลงร่วมก่อนการใช้งาน โอเคเข้าใจได้ว่าหลายคนก็คงไม่ได้อ่าน โดยที่ Facebook จะประกาศข้อตกลงที่ว่านี้ไว้ที่นี่ และอีกที่หนึ่งก็คือ ในหน้าแรก Facebook (ใต้เมนูเปลี่ยนภาษา, ตามภาพ)

เมื่อผมลองอ่านทวนข้อความจดหมายลูกโซ่อีกครั้ง พบได้ว่ามีข้อความที่เรียกว่า เป็นปัญหาที่ผู้ใช้งาน Facebook จำเป็นต้องทำความเข้าใจเสียใหม่ครับ

อย่างแรกคือ ในย่อหน้าที่ 5 ตรงที่ข้อความนั้นบอกว่า ต้องการการแจ้งเตือนให้ Facebook ทราบว่าไม่มีสิทธิในการใช้ข้อมูลของเจ้าของ Facebook

1. เนื้อหาที่อยู่ภายใต้ความคุ้มครองของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา เช่น รูปถ่ายและวิดีโอ (เนื้อหา IP) คุณให้การอนุญาตเราเป็นการเฉพาะดังต่อไปนี้ โดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวและการตั้งค่าแอพพลิเคชันของคุณ: คุณให้ใบอนุญาตแก่เราซึ่งเป็นแบบไม่เฉพาะตัว ถ่ายโอนได้ ให้ใบอนุญาตต่อได้ ไม่มีค่าลิขสิทธิ์ และครอบคลุมทั่วโลกสำหรับการใช้เนื้อหา IP ใดๆ ที่คุณโพสต์ลงบน Facebook หรือที่มีความเกี่ยวข้องกับ Facebook (ใบอนุญาต IP) ใบอนุญาต IP นี้จะสิ้นสุดลงเมื่อคุณลบเนื้อหา IP หรือบัญชีผู้ใช้ของคุณออก ยกเว้นในกรณีที่เนื้อหาของคุณถูกแชร์กับผู้อื่นไปแล้วและบุคคลเหล่านั้นไม่ได้ลบเนื้อหานั้นออก -ข้อมูลจาก Facebook

https://www.facebook.com/legal/terms

ตรงนี้ผมเชื่อว่า Facebook ไม่มีนโยบายที่จะมาตรวจการใช้งานของผู้ใช้เป็นรายบุคคล อีกทั้งการตั้งสเตตัส ไม่มีทางที่ Facebook จะเข้าใจ อ่านเจอ หรือจะปฏิบัติตามข้อเรียกร้อง เนื่องด้วยการทำงานของ Facebook นั้นมีอัลกอริธึม หรือพูดให้ง่ายที่สุดคือ มีระบบอัตโนมัติการทำงาน ซึ่งถ้าหากผู้ใช้งาน Facebook พบสิ่งที่ไม่สะดวกใจในการใช้งาน หรือเจอปัญหา วิธีการแจ้งปัญหาไม่ได้อยู่บนหน้าสเตตัสของคุณครับ แต่มันอยู่ที่ Help (เชิญคลิ๊ก)

ต่อมาในย่อหน้าที่ 7 ที่บอกว่าข้อมูลใน Facebook ของคุณนั้นเป็นส่วนตัว ข้อนี้เคยมีการถกเถียงกันมาเนิ่นนานแล้วว่า สิ่งที่เราโพสต์หรือตั้งสเตตัสใน Facebook มีความเป็นส่วนตัวหรือไม่?

คำตอบคือ ไม่ใช่ครับ ตราบใดที่การตั้งสเตตัสของคุณเป็นการตั้งแบบสาธารณะ (public) ข้อมูลของคุณจะแสดงผลให้ผู้ใช้งาน Facebook ทั่วไปเข้าถึงได้ ซึ่งในข้อกำหนดของ Facebook ก็ระบุไว้ชัดเจนว่า

 

4.เมื่อคุณเผยแพร่เนื้อหาหรือข้อมูลโดยใช้การตั้งค่าสาธารณะ นั่นหมายความว่าคุณอนุญาตให้ทุกคน รวมทั้งผู้คนนอก Facebook เข้าถึงและใช้งานข้อมูลนั้น ตลอดจนเชื่อมโยงข้อมูลนั้นกับคุณ (ได้แก่ ชื่อและรูปประจำตัวของคุณ) -ข้อมูลจาก Facebook

https://www.facebook.com/legal/terms

เท่านั้นยังไม่พอ ในหน้านโยบายข้อมูล ก็ระบุว่าชัดเจนว่าข้อมูลของผู้ใช้จะถูกนำไปใช้งานด้านใดบ้าง

อย่างไรก็ตามในบรรทัดท้ายๆ ที่บอกว่ากรุณาอย่าแชร์สามารถทำความเข้าใจได้อย่างง่ายว่า ทำไมถึงต้องห้ามแชร์ เพราะถ้าหากมีการแชร์ข้อความดังกล่าวผ่านฟีเจอร์แชร์ของ Facebook ผู้ใช้รายอื่นที่เห็นข้อความไม่ชอบมาพากลจากจดหมายลูกโซ่ จะสามารถเข้าไปติดตามต่อว่า ใครคือผู้ริเริ่มจดหมายลูกโซ่นี้เป็นคนแรกๆ ซึ่งในระหว่างที่ผู้ใช้งานรายอื่นหลงเชื่อ ผู้ริเริ่มจดหมายลูกโซ่ก็อาศัยจังหวะนี้ ลบสเตตัสของตัวเองไป

ฉะนั้นเลยเข้าใจได้ไม่ยากว่า ทำไมถึงห้ามแชร์ แต่ต้องคัดลอกข้อความเท่านั้น!

อันที่จริงแล้ว ไม่ได้มีแค่ใน Facebook เท่านั้น แม้แต่ LINE โดยเฉพาะ LINE Group ก็มักจะส่งข้อความที่ถูกส่งต่อๆ กันมา (Forward) ก็ต้องระวังตรงจุดนี้ด้วยครับ

สิ่งที่ควรทำ

สิ่งที่จำเป็นที่สุดในการอยู่บนโลกออนไลน์ นั่นคือ 1. สติ 2. วิจารณญาณ ก่อนที่จะเชื่อ จะแชร์ หรือตั้งสเตตัส