ก้าวด้วยธรรม ครั้งที่ 6 เพื่อ 17 โรงพยาบาล ปี 2565 ก้าวด้วยธรรม ก้าวด้วยใจ เพื่อสร้างอาคารโรงพยาบาล

10.5-km_20225-1.jpg6-km_2022-0.jpg

ร่วมเป็น 1 ใน 10,000 คนที่จะสร้างประโยชน์และมอบโอกาสทางการแพทย์ให้สังคม

คณะกรรมการจัดกิจกรรมเดินวิ่งการกุศล ในมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง การกุศล “ก้าวด้วยธรรม เพื่อ 17 โรงพยาบาล” ครั้งที่ 6 ประจำปี 2565 ในวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2565 กับกิจกรรม Fun Run คู่ขนานสี่จังหวัด คือ กรุงเทพฯ สัมผัสประสบการณ์เมืองหลวงยามรุ่งอรุณด้วยกิจกรรมเดิน 6 กิโลเมตร หรือ วิ่ง 10.5 กิโลเมตร จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดกาฬสินธุ์ และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่จะจัดคู่ขนานกันไปเพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งของผู้ให้ เพื่อประโยชน์และโอกาสทางการแพทย์ ให้กับ 17 โรงพยาบาลทั่วประเทศ

ศาสตราจารย์พิเศษจรัญ ภักดีธนากุล ประธานกรรมการกองทุนเพื่อผู้ป่วยและโรงพยาบาลในมูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ มีหน้าที่ 3 ประการคือ สนับสนุนการเรียนภาษาบาลี ช่วยผู้ป่วยยากไร้ และช่วยเด็กยากไร้ กิจกรรมก้าวด้วยธรรมดำริขึ้นเพื่อสนับสนุนหน้าที่ดังกล่าว กิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศล ‘ก้าวด้วยธรรม’ ครั้งแรกจัดเมื่อปี 2560 ซึ่งในครั้งนั้นเป็น ‘ก้าวเพื่อธรรม เพื่อศึกษาภาษาบาลี’ เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้ภาษาบาลีของพระภิกษุสามเณร ต่อมาเนื่องจากสถานการณ์ความต้องการด้านสาธารณสุขและการเข้าถึงทางการแพทย์และการรักษาสำหรับผู้ยากไร้เกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น มูลนิธิฯ จึงดำริให้เกิดกิจกรรม ‘ก้าวด้วยธรรม เพื่อ 17 โรงพยาบาล’ ในรูปแบบ Fun Run และจัดต่อเนื่องมาปีนี้เป็นปีที่ 6 สานต่อบทบาทในการช่วยผู้ยากไร้ให้เข้าถึงการรักษาพยาบาล”

การจัดกิจกรรม 5 ครั้งที่ผ่านมามีผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมเดิน-วิ่ง รวมกว่า 46,000 คน ระยะทางรวม 483,000 กิโลเมตร ได้รับการสนับสนุนจากผู้มีจิตศรัทธาเป็นอย่างดี โดยตลอดห้าปีที่ผ่านมาได้รับการบริจาครวมเป็นเงินทั้งสิ้นกว่า 90 ล้านบาท ซึ่งนำไปใช้ในการดำเนินการด้านสาธารณสุข อาทิ จัดหาเครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ ช่วยเหลือผู้ป่วย และร่วมช่วยเหลือในสถานการณ์โควิดที่ผ่านมา

สำหรับในปีนี้กิจกรรมเดิน-วิ่งการกุศลจัดขึ้นพร้อมกัน 4 จุดด้วยกัน คือ กรุงเทพฯ กาฬสินธุ์ บุรีรัมย์ และสุราษฎร์ธานี โดยกรุงเทพฯ เริ่มต้นและสิ้นสุดการวิ่งฯ ทั้งสองระยะที่วัดบวรนิเวศวิหาร จุดที่สองเริ่มต้นและสิ้นสุดการวิ่งฯ ที่โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชกุฉินารายณ์ จังหวัดกาฬสินธุ์ จุดที่สามคือโรงพยาบาลละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ และจุดที่สี่คือ โรงพยาบาลไชยา จังหวัดสุราษฎร์ธานี โดยปีนี้คณะกรรมการฯ หวังว่าจะมีผู้สมัครและเข้าร่วมกิจกรรมอย่างน้อย 10,000 คน รวมถึงได้รับการสนับสนุนจากภาคเอกชนและธุรกิจต่าง ๆ

ผู้สนใจสามารถชมกิจกรรมจากส่วนกลางผ่านทาง เฟซบุ๊ก LIVE แฟนเพจ “ก้าวด้วยธรรม” สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้โดยการบริจาค 500 บาท และ 1,000 บาท สามารถสมัครออนไลน์ได้ที่ https://race.thai.run/kaoduaydham ผู้สมัครจะได้รับเสื้อ พร้อมเหรียญ และของที่ระลึก โดยไม่มีค่าจัดส่ง หรือสมัครพร้อมรับเสื้อ ฯลฯ ได้ที่บริเวณด้านข้างพระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร ทุกวันอาทิตย์ เวลา 10.00-16.00 น. ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่ LINE ID : @KaoDuayDham โทร 09-8275-4505 / 09-8276-0545”

เกี่ยวกับกิจกรรมก้าวด้วยธรรม

กิจกรรมก้าวด้วยธรรมเกิดจากสืบสานพระดำริของสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร ที่ทรงดำริให้จัดสร้างอาคารโรงพยาบาลขึ้นในภูมิภาคต่าง ๆ รวม 17 โรงพยาบาล ด้วยพระกตัญญูกตเวทิตาและพระกรุณาคุณ อุทิศถวายเป็นพระอนุสรณ์เฉลิมพระเกียรติแด่สมเด็จพระสังฆราชแห่งกรุงรัตนโกสินทร์ 17 พระองค์ เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้เป็นที่ปรากฏตลอดไป ด้วยทรงรำลึกถึงพระคุณูปการ และประกาศเชิดชูพระเกียรติคุณที่สมเด็จพระสังฆราชแต่ละพระองค์ได้ทรงปฏิบัติบำเพ็ญคุณประโยชน์แก่พระศาสนาและชาติบ้านเมืองมาโดยตลอด

กิจกรรมก้าวด้วยธรรมโดยคณะกรรมการกองทุนเพื่อผู้ป่วยและโรงพยาบาล มูลนิธิสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร ในพระบรมราชูปถัมภ์ มุ่งมั่นสานต่อพระปณิธานเพื่อประโยชน์สาธารณสุขของประชาชนผู้ที่เผชิญโรคภัยไข้เจ็บ จัดกิจกรรมก้าวด้วยธรรมมาอย่างต่อเนื่อง โดยปีนี้เป็นปีที่ 6 ซึ่งจะมีกิจกรรม เดิน – วิ่ง การกุศล “ก้าวด้วยธรรม” ในวันอาทิตย์ที่ 13 พฤศจิกายน 2565 และเปิดรับบริจาคและการสนับสนุนต่าง ๆ เพื่อสร้างอาคารโรงพยาบาลละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ และมอบเงินบริจาคให้แก่โรงพยาบาล 17 แห่งในพระอุปถัมภ์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณสังวร

ข่าวประชาสัมพันธ์ถูกโพสต์ หรือเขียนขึ้นโดย: บริษัท เอฟเอคิว จำกัด

ทางทีม Mobiledista ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการเขียนข่าวหรือโพสต์ข่าวประชาสัมพันธ์ฉบับนี้ เว็บเป็นเพียงสื่อกลาง ที่เปิดให้เจ้าของข่าวประชาสัมพันธ์หรือตัวแทนโดยชอบธรรมได้โพสต์ด้วยตัวเอง