28 Jan, 2015
Home / Tech Reviews / รีวิว iPhone 5S สีทอง

รีวิว iPhone 5S สีทอง

iPhone5S-Review-pic1

หนึ่งปีหนึ่งครั้งที่เราจะได้มีโอกาสเขียนถึง iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งปีนี้ยังเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์จากปีที่แล้ว รูปร่างหน้าตายังคงเหมือนเดิม ขนาดหน้าจอคงที่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมีเพียงปุ่ม Home ที่ถูกแทรกด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Touch ID ใช่ครับ เรากำลังพูดถึง iPhone 5S

คงไม่มีใครปฏิเสธครับว่า iPhone คือ สมาร์ทโฟนที่ยังคงครอบครองอันดับ 1 อยู่อย่างเหนียวแน่น แม้จะไม่ใช่ในแง่ยอดขาย แต่ในแง่ของ value แล้ว ค่อนข้างชัดเจนว่า iPhone และ Apple ยังเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจตามธรรมเนียมปฏิบัติแอปเปิลจะเลือกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์แบบพลิกโฉมทุกๆ 2 ปี การที่เราจะเห็นรูปแบบใหม่ๆ ของ iPhone ก็คงต้องเป็นปีหน้า ที่จะใช้ชื่อ iPhone 6

ในรายละเอียด iPhone 5S ดูเผินๆ แล้ว การเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย ยกตัวอย่างอาทิเช่น ดีไซน์และวัสดุที่ใช้ยังคงเหมือนเดิม ขนาดหน้าจอ 4.0 นิ้วเท่าเดิม รูปลักษณ์ภายนอกก็ไม่ต่างจากเดิม แต่ถ้าลงลึกถึงรายละเอียดจะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนแปลงของ iPhone 5 มายัง iPhone 5S นี้ ค่อนข้างมีนัยสำคัญที่น่าสนใจพอสมควร

iPhone5S-Review-pic11

อย่างแรกที่ต้องพูดถึงคือ สีครับ…ตามปกติแล้วแอปเปิลจะมีเพียงแค่ 2 สีเท่านั้น นั่นคือ สีดำและสีขาว ซึ่งถ้าให้ตีความเป็น Key Message นั่นอาจหมายถึงว่า สตีฟ จ็อบส์ อดีตซีอีโอผู้ล่วงลับนั้น ยึดมั่นความเป็นเซนเลยเลือกที่จะใช้สีที่เรียบง่ายอย่างสีดำและสีขาว

แต่กาลเวลาที่เปลี่ยนไปแอปเปิลถึงยุคผลัดใบ มาสู่ทิม คุ๊ก ผู้นิยมสีสันที่สวยงามและดึงดูดสายตาแก่ผู้บริโภค แอปเปิลเลยค่อยๆ เพิ่มสีสันขึ้น ดังจะเห็นได้จากอุปกรณ์ฟังเพลงอย่าง iPod จนกระทั่งคืบคลานมายัง iPhone ที่มีสีใหม่ ที่คนไทยเรียกกันว่า สีทองนั่นเอง

เอาจริงๆ แล้ว ถ้ามองตามสายตาของชาวตะวันตกสีทองนี้อาจไม่ได้เป็นสีที่มีความสำคัญอะไรมากนัก แต่ถ้าเป็นชาวตะวันอออกแบบเรา จะค่อนข้างให้ความสำคัญกับสีทอง โดยเฉพาะตลาดที่แอปเปิลกำลังให้ความสนใจอย่างจีนแผ่นดินใหญ่

iPhone5S-Review-pic9

รูปลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนไปประการต่อมา นั่นคือ ปุ่ม Home (Home Button) จะว่าไปแล้วสิ่งนี้เป็นข่าวลือมาเนิ่นนานตามสื่อหลายสำนักที่ฟันธงลงประเด็นอย่างไม่กลัวหน้าแหกว่า แอปเปิลจะมีการใช้ลายนิ้วมือยืนยันตัวตัว (Bionic Authentication) และเมื่อ iPhone 5S ถูกเปิดตัวต่อหน้าสาธารณชนก็มีสิ่งนี้เพิ่มขึ้นมาจริงๆ โดยใช้ชื่อฟังก์ชันนี้ว่า Touch ID

iPhone5S-Review-pic48

ระบบสแกนลายนิ้วมือ (Fingerprint) ฟีเจอร์สำหรับระบุตัวตนเพื่อเข้าใช้งานในกรณีที่ตั้งรหัสผ่าน ก่อนจะมีฟีเจอร์ Touch ID เราเคยนับกันไหมว่าในหนึ่งวัน เราต้องหยิบ iPhone ขึ้นมาใช้งานกี่ครั้ง แน่นอนว่าหลายสิบครั้ง หรืออาจจะมากกว่านั้นด้วยซ้ำ หลายคนตั้งรหัสผ่านเพื่อเข้าใช้งานเพื่อความปลอดภัย และแน่นอนว่าการใส่รหัสผ่านทุกครั้ง ย่อมทำให้เราอะไรได้ช้าลง เพราะต้องปลดล็อคทุกครั้งก่อนเข้าใช้งาน แต่นั้นก็เป็นทางเดียวที่ทำให้เราสามารถป้องกันไม่ให้คนอื่นเข้าถึง iPhone ของเราได้

หลักการทำงาน Touch ID หรือจะเรียกว่าระบบสแกนลายนิ้วมือก็ได้ (Fingerprint) ใช้สำหรับระบุตัวตนสำหรับเข้าใช้งานเครื่อง โดยไม่ต้องกรอกรหัสผ่าน เพียงแค่เอานิ้ววางที่ปุ่ม Home ระบบจะสแกนลายนิ้วมื้อ ถ้าตรงกับที่เคยตั้งค่าไว้ ก็สามารถเข้าใช้งานได้ทันที ถ้าไม่ตรงก็แสดงว่าไม่ใช่เจ้าของเครื่อง หรืออาจจะเป็นสแกนผิดนิ้ว ซึ่งเจ้า Touch ID สามารถตั้งค่าให้สแกนลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 นิ้ว และจดจำลายนิ้วมือได้มากกว่า 1 คน (เพื่อป้องกันกรณีที่สแกนนิ้วมือไว้ แล้วเกิดอุบัติเหตุนิ้วขาด T T)

iPhone5S-Review-pic47

แน่นอนว่า Touch ID ช่วยให้การระบุตัวตนเครื่องเพื่อเข้าใช้งานก็กลายเป็นเรื่องง่ายทันที ซึ่งจริงๆ แล้ว Touch ID เป็นเหมือนเซ็นเซอร์ที่ใช้สำหรับยืนยันตัวบุคคลด้วยลายนิ้วมือแบบใหม่ จากที่ลองใช้งานพบว่าทำงานเร็วมาก หลายๆท่านน่าจะเคยสแกนลายนิ้วมือก่อนเข้าห้อง หรือสำนักงานต่างๆ ที่บริษัทในไทยนิยม มักเจอปัญหาสแกนติดบ้าง ไม่ติดบ้าง แต่ปัญหานี้ไม่เจอใน iPhone 5S เลยแม้แต่น้อย ยอมรับว่าแอปเปิลทำมาดีจริงๆ สแกนเจอเร็วมาก เพียงวางนิ้วลงบนปุ่มโฮมประมาณ 1-2 วินาทีก็สามารถปลดล็อค iPhone ได้แล้ว

นอกจากนี้ ยังสามารถใช้ลายนิ้วมือยืนยันการซื้อใน iTunes Store, App Store หรือ iBook Store ได้อีกด้วย ที่สำคัญ Touch ID ยังสามารถอ่านลายนิ้วมือได้ถึง 360 องศา ไม่ว่าจะหมุนเครื่องในแนวตั้ง แนวนอน หรือเอียงๆ iPhone ก็ยังสามารถอ่านลายนิ้วมือของเราได้ Touch ID ยังเปิดให้ลงทะเบียนลายนิ้วมือได้มากกว่าหนึ่งคน

iPhone5S-Review-pic32

มากันที่สเปกเครื่องกันบ้าง ปกติแล้วแอปเปิลจัดว่าเป็นแบรนด์ที่ผลิตสมาร์ทโฟนโดยไม่คำนึงถึงสเปกเครื่องมากนัก แต่จะให้ความสำคัญด้านซอฟต์แวร์มากกว่า iPhone 5S ก็ยังเป็นเช่นนั้น ชิปประมวลผล iPhone 5S ยังเป็นแค่ดูอัลคอร์ ความเร็วสัญญาณนาฬิกาอยู่ที่ 1GHz เท่านั้น

ในขณะเดียวกันหน่วยความจำสำรอง ถ้าเทียบกับฝั่งแอนดรอยด์เขาไปไกลถึง 2GB แล้ว คู่แข่งบางรายไปถึง 3GB แต่แอปเปิลยังคงที่ 1GB

แม้ว่าแอปเปิลและ iPhone 5S จะไม่ได้เป็นเจ้าของการอัดสเปกให้แรงสุดกู่ ถึงกระนั้น iPhone 5S ก็กลายเป็นเจ้าแรกที่เขี่ยลูกเปิดเกมในการนำชิปประมวลผลแบบ 64bit มาใช้เป็นรายแรก ซึ่งการมาของชิปประมวลผลแบบ 64bit นี้ อาจเป็นการส่งสัญญาณกลายๆ ให้กับฝั่งพัฒนาของแอปเปิลว่า ชิปแบบ 32bit มันกำลังจะหมดยุค

iPhone5S-Review-pic36

ข้อดีของ 64bit ในเชิงของ End User ที่เห็นได้แบบชัดเต็มตา คงเป็นเรื่องของการความบันเทิงทั้งการเล่นเกมที่จะประมวลผลได้ไวขึ้น ภาพที่แสดงออกมาสมจริงขึ้น ไปจนถึงการรองรับการเล่นวิดีโอความละเอียดสูงได้เร็วกว่าเดิม

อ่านรายละเอียดสเปกเครื่องอย่างละเอียดได้ที่นี่

iPhone5S-Review-pic44

การออกแบบ เราคงต้องยอมรับว่า iPhone 5S ไม่ได้มีการดีไซน์ที่ผิดแผกแปลกแยกไปจาก iPhone 4, iPhone 4S สักเท่าไหร่ อาจมีแค่ขนาดหน้าจอที่ใหญ่ขึ้น กับตรงด้านหลังที่ทำให้ตัดกัน และพอร์ทการเชื่อมต่อที่เรียกว่า Lightning เท่านั้น

iPhone5S-Review-pic5

ความเห็นส่วนตัวแล้ว การออกแบบของแอปเปิลและตระกูล iPhone ในช่วงๆ หลังไม่ค่อยดึงดูดความน่าสนใจมากสักเท่าไหร่ เนื่องด้วยการออกแบบใช้รูปแบบนี้มาเนิ่นนานแล้ว แม้ว่ามันจะยังดูคงความสวยงามอยู่ก็ตามที เพียงแต่ว่ามันขาดความว้าวอยากสัมผัสและอยากเป็นเจ้าของไปมากพอควร

ประสิทธิภาพในการใช้งาน บอกตามตรงค่อนข้างลื่นไหลตามแบบฉบับของ Apple แต่ผมรู้สึกว่า iOS 7 จะให้อารมณ์ในการใช้งานที่สมูธที่สุดก็ต่อเมื่ออยู่บน iPhone 5S

iPhone5S-Review-pic24

iPhone 5S มาพร้อมกับกล้องความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ด้วยพิกเซลขนาด 1.5µ รูรับแสงขนาด ƒ/2.2 ชุดเลนส์ทั้งหมด 5 ชิ้น ตัวกล้องเป็นแซฟไฟร์ช่วยป้องกันหน้าเลนส์ (Sapphire Crystal Lense) ที่สำคัญมาพร้อมกับแฟลช True Tone ฟิลเตอร์ Hybrid IR มีโหมดถ่ายภาพต่อเนื่อง มีระบบออโต้โฟกัส

iPhone 5S สามารถบันทึกวิดีโอที่ความละเอียด Full HD 1080p 30 fps มีระบบ OIS ช่วยป้องกันภาพสั่นไหวเมื่อถ่ายสำหรับวิดีโอ และยังสามารถถ่ายวิดีโอแบบ สโลว์โมชั่นได้ด้วย

iPhone5S-Review-pic3

เรื่องความเร็วในการถ่ายภาย iPhone 5S สามารภถ่ายได้เร็วกว่า ซัตเตอร์เร็วกว่านิดหน่อย โฟกัสเร็วๆใกล้เคียงกัน แยกไม่ออกว่าตัวไหนเร็วกว่า iPhone 5S สามารถถ่ายวิดีโอแบบสโลว์โมชั่น ที่ 120fps แต่ iPhone 5C จะไม่มีฟีเจอร์นี้

iPhone5S-Review-pic40

ก่อนเข้าสู่โค้งสุดท้ายสำหรับการรีวิว iPhone 5S นั่นคือ เรื่องของแบตเตอรีจากการได้ลองใช้ระยะเวลาหนึ่ง แบตเตอรีจะคงทน ทนไม้ทนมือผมได้ประมาณ 8 ชม. เศษ แต่ถ้ามีการใช้งานเรื่องของกล้องแบบหนักๆ เล่น Social Network แบบแทบไม่วางมือ ไปจนถึงสารพัดเกมที่อยู่ในเครื่อง แบตเตอรีจะอยู่ไม่ถึง 8 ชม.ที่ว่าเลย เต็มที่ผมก็ให้ 5 ชม. เท่านั้น

ถึงกระนั้นผมเชื่อครับว่า ผู้ใช้งานสมาร์ทโฟนทุกคนถ้าไม่พกสายชาร์จไว้ชาร์จที่ทำงาน ก็คงมี Power Bank ติดตัวคนละก้อนสองก้อน

iPhone5S-Review-pic1

สำหรับ iPhone 5S มีความหนาอยู่ที่ 7.6 มม. หนักแค่ 122 กรัม ส่วน iPhone 5C หนา 9 มม. หนัก 132 กรัม จากการสิ่งที่ทำให้ iPhone 5S น่าใช้กว่า iPhone 5C หรือเรื่องวัสดุที่ดูพรีเมี่ยม ให้ความรู้สึกหรูเวลาสัมผัส ตัวเครื่องที่บางกว่า และน้ำหนักที่เบากว่าจนรู้สึกได้

iPhone5S-Review-pic3

จากสัมผัสแรกที่รู้สึกชอบ iPhone 5S มากกว่า 5C พอสมควร ไม่ใช่เพราะ 5C เป็นพลาสติก แต่เพราะความบางและน้ำหนักที่เบากว่าของ 5S เลยทำให้ผมรู้สึกชอบ5S มากกว่านั่นเอง

iPhone5S-Review-pic2

บทสรุป

ในฐานะที่ช่วงหลังใช้งานแอนดรอยด์เป็นส่วนใหญ่ และได้ใช้งาน iPhone เป็นครั้งคราว โดยส่วนตัวแล้วรู้สึกว่า iPhone 5S ยังไม่เป็นที่โดนใจจนถึงขั้นต้องจรลีซื้อหาเป็นเจ้าของมากมายสักเท่าไหร่ เพียงแต่ว่า ถ้า iPhone 6 รุ่นหน้ามีการปรับปรุงด้านการออกแบบที่หลุดความจำเจไปจากนี้ก็อาจดึงดูดเงินในกระเป๋าได้อยู่

iPhone5S-Review-pic13

แต่ถ้าคุณกำลังถือ iPhone อยู่ในมือไม่ว่าจะเป็น iPhone 4 หรือ iPhone 4S ผมแนะนำว่า iPhone 5S คือ ตัวเลือกที่น่าสนใจที่สุดครับ (ในกรณีที่ไม่อยากใช้แอนดรอยด์) เนื่องด้วยความเร็วของเครื่องที่เร็วขึ้นสามารถเล่นเกมได้อย่างไม่ตะขิดตะขวงใจ การได้มีโอกาสใช้งานฟีเจอร์ใหม่ๆ ของรุ่น รวมถึงความสมูธของตัวเครื่องที่มีต่อระบบปฏิบัติการ iOS 7

และที่แน่นอนที่ขาดไปไม่ได้ Touch ID ระบุตัวตนเครื่องเพื่อเข้าใช้งานที่ผมว่ามันเจ๋งที่สุดในเวลานี้ สามารถอ่านลายนิ้วมือได้ถึง 360 องศา ไม่ว่าจะหมุนเครื่องในแนวตั้ง แนวนอน หรือเอียงๆ iPhone 5S ก็ยังสามารถอ่านลายนิ้วมือของเราได้ Touch ID ยังเปิดให้ลงทะเบียนลายนิ้วมือได้มากกว่าหนึ่งคน

ถึงกระนั้นการเปลี่ยนมาใช้ iPhone 5S ด้วยเหตุผลที่ตัวเครื่องรันด้วยชิปประมวลผล 64bit นั้นอาจต้องใช้เวลาในการรอคอยสักนิด เนื่องจากว่า แอปพลิเคชันที่ทำงานภายใต้ชิป 64bit ยังมีอยู่อย่างจำกัด

แต่ถ้าในเวลานี้ iPhone 5 อยู่ในมือ ผมแนะนำวา เก็บ iPhone 5 ไว้กับตัว แล้วค่อยเปลี่ยนรุ่นใหม่ปีหน้าจะดีกว่า เพราะความแตกต่างของ iPhone 5S และ iPhone 5 มันไม่ได้มากมายก่ายกองขนาดนั้น

ประทับใจ

  • กล้อง
  • ความไหลลื่นของตัวเครื่อง
  • น้ำหนักเบามาก

ไม่ประทับใจ

  • ขนาดหน้าจอแบบ iPhone เล็กเกินไปเสียแล้ว
  • การดีไซน์ที่ยังจำเจเหมือนเดิม มาหลายปี
  • แบตเตอรี แม้ว่าจะอึดกว่า iPhone 5 แต่ถ้าเป็นไปได้อยากให้อึดมากกว่านี้

iPhone5S-Review-pic4

ตัวอย่างภาพถ่าย

Image-1

Image-4

Image-5

ตัวอย่างวีดีโอ

หนึ่งปีหนึ่งครั้งที่เราจะได้มีโอกาสเขียนถึง iPhone รุ่นใหม่ ซึ่งปีนี้ยังเป็นรุ่นไมเนอร์เชนจ์จากปีที่แล้ว รูปร่างหน้าตายังคงเหมือนเดิม ขนาดหน้าจอคงที่ แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปมีเพียงปุ่ม Home ที่ถูกแทรกด้วยฟีเจอร์ใหม่ที่เรียกว่า Touch ID ใช่ครับ เรากำลังพูดถึง iPhone 5S คงไม่มีใครปฏิเสธครับว่า iPhone คือ สมาร์ทโฟนที่ยังคงครอบครองอันดับ 1 อยู่อย่างเหนียวแน่น แม้จะไม่ใช่ในแง่ยอดขาย แต่ในแง่ของ value แล้ว ค่อนข้างชัดเจนว่า iPhone และ Apple ยังเป็นสิ่งที่ดึงดูดใจตามธรรมเนียมปฏิบัติแอปเปิลจะเลือกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์แบบพลิกโฉมทุกๆ 2 ปี การที่เราจะเห็นรูปแบบใหม่ๆ ของ iPhone ก็คงต้องเป็นปีหน้า ที่จะใช้ชื่อ iPhone 6 ในรายละเอียด iPhone 5S ดูเผินๆ แล้ว การเปลี่ยนแปลงค่อนข้างน้อย ยกตัวอย่างอาทิเช่น ดีไซน์และวัสดุที่ใช้ยังคงเหมือนเดิม ขนาดหน้าจอ 4.0 นิ้วเท่าเดิม รูปลักษณ์ภายนอกก็ไม่ต่างจากเดิม แต่ถ้าลงลึกถึงรายละเอียดจะเห็นได้ว่า การเปลี่ยนแปลงของ iPhone 5 มายัง iPhone 5S นี้ ค่อนข้างมีนัยสำคัญที่น่าสนใจพอสมควร อย่างแรกที่ต้องพูดถึงคือ สีครับ...ตามปกติแล้วแอปเปิลจะมีเพียงแค่ 2 สีเท่านั้น นั่นคือ สีดำและสีขาว ซึ่งถ้าให้ตีความเป็น Key Message นั่นอาจหมายถึงว่า สตีฟ จ็อบส์ อดีตซีอีโอผู้ล่วงลับนั้น ยึดมั่นความเป็นเซนเลยเลือกที่จะใช้สีที่เรียบง่ายอย่างสีดำและสีขาว แต่กาลเวลาที่เปลี่ยนไปแอปเปิลถึงยุคผลัดใบ มาสู่ทิม คุ๊ก ผู้นิยมสีสันที่สวยงามและดึงดูดสายตาแก่ผู้บริโภค แอปเปิลเลยค่อยๆ เพิ่มสีสันขึ้น ดังจะเห็นได้จากอุปกรณ์ฟังเพลงอย่าง iPod จนกระทั่งคืบคลานมายัง iPhone ที่มีสีใหม่ ที่คนไทยเรียกกันว่า สีทองนั่นเอง เอาจริงๆ แล้ว ถ้ามองตามสายตาของชาวตะวันตกสีทองนี้อาจไม่ได้เป็นสีที่มีความสำคัญอะไรมากนัก แต่ถ้าเป็นชาวตะวันอออกแบบเรา จะค่อนข้างให้ความสำคัญกับสีทอง โดยเฉพาะตลาดที่แอปเปิลกำลังให้ความสนใจอย่างจีนแผ่นดินใหญ่ รูปลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนไปประการต่อมา นั่นคือ ปุ่ม Home (Home Button) จะว่าไปแล้วสิ่งนี้เป็นข่าวลือมาเนิ่นนานตามสื่อหลายสำนักที่ฟันธงลงประเด็นอย่างไม่กลัวหน้าแหกว่า…

Review Overview

ดีไซน์ - 6.5

หน้าจอการแสดผล - 8.8

กล้อง - 8.4

ประสิทธิภาพการใช้งาน - 9.2

ฮาร์ดแวร์ - 8.2

ซอฟต์แวร์ - 8

แบตเตอรี่ - 8

8.2
User Rating: 3.98 ( 2 votes)
8
App Store Apple iPhone

About Krapalm Mobiledista

Author Avatar
Android / BlackBerry / iPhone & iPad User, Product Review Founder krapalm.com @krapalmBlog อ่านแล้วสงสัยถามได้ฮะ หากข้อมูลผิดติชมได้ครับผม :D
icon icon icon icon icon icon icon icon